ประโยชน์ยิ่งใหญ่ของ ‘พริก’ เม็ดเล็กๆ

ประโยชน์ยิ่งใหญ่ของ ‘พริก’ เม็ดเล็กๆ
• อาหาร
ผักพื้นบ้านไทยหลากสรรพคุณ…

“เผ็ดจริงจริงเลยนะตัวแค่นี้ มันจะร้อนอะไรอย่างงั้นตัวนิดเดียว อย่างกับพริกขี้หนูปานนั้นเชียว โดนนิดเดียวทั้งแสบทั้งเผ็ดร้อน…แม่พริกขี้หนู แม่พริกขี้หนู…”

จำบทเพลงนี้ของพี่เบิร์ด ธงไชย กันได้ไหม บทเพลงที่เปรียบเทียบสาวตัวเล็กๆ แต่ฤทธิ์เยอะเหมือนกับความเผ็ดของพริกขี้หนู ความเผ็ดที่ว่ายังแฝงด้วยความอร่อย จะแสบจะร้อนอย่างไรก็ยังต้องขอลองลิ้มรสให้ได้

เพียงคุณสัมผัสถูกพริกแล้วไม่ล้างมือให้สะอาด เผลอไปขยี้หูขยี้ตา ลูบหน้า ผลที่ได้คืออาการแสบร้อน หรือใครชอบส้มตำมะละกอรสเด็ดๆ ต้องเผ็ดมากๆ ชนิดกินไปน้ำหูน้ำตาไหล อย่าไปดื่มน้ำเย็นเชียวเดี๋ยวจะยิ่งเผ็ดหนัก ต้องเอาเกลือมาอม เรียกว่าเกลือจิ้มพริก ความเผ็ดจะค่อยทุเลาลง

ใครที่แพ้พริกก็ปากเจ่อปากบวม พวกกระเพาะบางก็แสบร้อนท้องวูบวาบ เวลาขับถ่ายแสบร้อนชะมัด เขาถึงว่าอร่อยปากลำบากก้น นี่แหละฤทธิ์ของพริกขี้หนูเม็ดเล็กๆ ที่คุณสัมผัส

พริก เป็นพืชผักสมุนไพรที่อยู่คู่ครัวไทยเช่นเดียวกับหัวหอม กระเทียม ชนิดที่ขาดไม่ได้เลย แม้ว่าบ้านเกิดดั้งเดิมจะมาจากแถบอเมริกาใต้ แต่คนไทยก็รู้จักการใช้พริกในการประกอบอาหารจนจัดอยู่ในทำเนียบผักพื้นบ้านไทยไปนานแล้ว

พริกนำมาใช้ประกอบอาหารต่างๆ มากมาย จนคนไทยมีตำรับน้ำพริกมากมาย ทั้งน้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรก น้ำพริกปลาร้า และอีกสารพัดสูตร จนกลายเป็นอาหารบรรจุขวดบรรจุกล่องจำหน่ายไปทั่วประเทศ เผลอๆ อาจมีวางจำหน่ายไปทั่วโลกแล้วหรืออย่างไรเราก็ไม่รู้

พริกเป็นเครื่องชูรสที่ให้ความเผ็ด ซึ่งก็คือ สารแคปไซซิน (Capsaicin) ที่ทำให้มีรสเผ็ดร้อน ในทางยาไทยพริกมีสรรพคุณแก้ลมจุกเสียด แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ ขับผายลม ช่วยในการเจริญอาหาร ขับเหงื่อ บำรุงธาตุไฟ แก้ปวดหลังปวดเอว แก้บวม เคล็ดขัดยอก

ตำรายาไทยใช้พริกขี้หนูขับน้ำคาวปลา ใครที่คลอดลูกแล้วน้ำคาวปลาไม่ออกก็ใช้ตำรับยาพริกขี้หนูนี่แหละช่วยชีวิตมาแล้ว หญิงหลังคลอดต้องขับน้ำคาวปลาออกให้หมด ไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตรายได้ ตัวยานี้ คือ เอาพริกขี้หนูแห้งเผาจนเป็นถ่านแล้วบดให้ละเอียด ใช้ผงถ่านพริก 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยชา กินเพียงครั้งเดียวเท่านั้น วันต่อๆ ไปให้ใช้ผงถ่านพริกกินกับเหล้าขาวแทน เขามีข้อห้ามว่ายานี้ต้องใช้หลังคลอด ถ้าใช้ก่อนคลอดจะทำให้คลอดไม่ออก และที่ต้องใช้เหล้าแทนน้ำส้มสายชูในวันต่อๆ ไปก็เพราะน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์แรง กินบ่อยไม่ได้จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย

ถ้าเป็นไข้หวัดมีอาการปวดหัวตัวร้อน ตำราท่านว่าให้เอาใบพริกขี้หนูสดสักกำมือมาตำกับดินสอพองให้เข้ากัน แล้วเอาพอกขมับทั้งสองข้างอาการปวดจะหายไป ถ้าเจ็บคอหรือเสียงแหบแห้ง ต่อมทอนซิลอักเสบ คออักเสบให้เอาพริกผงสัก 1 หยิบมือชงกับน้ำเดือดทิ้งไว้ให้อุ่นใช้จิบกลั้วคอ

แก้ส้นเท้าแตกใช้พริกขี้หนูทั้ง 5 (ราก ต้น ใบ ดอก ผล) กับปูนขาว ตามต้องการ นำไปต้มแล้วเอาน้ำนั้นมาใช้แช่เท้า แก้อาการบวม ให้เอาใบพริกขี้หนูตำผสมกับน้ำมะนาว ใช้พอกบริเวณที่เกิดอาการ หรือถ้าใครโดนตะขาบหรือแมงป่องกัด เอาพริกขี้หนูแห้งตำเป็นผงละลายด้วยน้ำมะนาวทาแผล จะช่วยให้หายปวดแผล

ก่อนหน้านั้นองค์การเภสัชกรรมได้พัฒนาสารสกัดจากแคปไซซินไปทำเจลพริก เพื่อใช้ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดปลายมือปลายเท้า ปวดข้อเข่า ปวดอันเนื่องมาจากแผลผ่าตัด ซึ่งได้รับความนิยมมาก และยังมียาหม่องพริกใช้ทาถูบรรเทาอาการปวด เป็นยาประจำบ้านที่ทำเองใช้เองมานานแล้ว

มีงานวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับพริกมากมาย อาทิ นำมาพัฒนาเป็นสเปรย์พริก เพื่อช่วยกระตุ้นประสาท แก้ง่วงนอน ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน มีการนำสารสกัดจากพริกมาผลิตเป็นสเปรย์พกติดตัวเพื่อใช้ป้องกันอันตราย สารสกัดจากพริกใช้เป็นยารับประทานที่ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ช่วยย่อยอาหาร ทำให้เจริญอาหาร กินอาหารได้มากขึ้น และในงานวิจัยเกี่ยวกับผักพื้นบ้านเพื่อรักษาโรคมะเร็ง พบว่าสารแคปไซซินจากพริกช่วยลดการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้

ปัจจุบันนี้มีการต่อยอดพัฒนาองค์ความรู้เรื่องพริก นำมาใช้ในวงการอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันของไก่ และเพิ่มน้ำหนักตัวของไก่ได้ซึ่งไม่มีอันตราย ก็นับเป็นวิธีที่ดีเราจะไม่ต้องได้ยินวิธีเลี้ยงไก่แบบพิสดารและทรมานสัตว์อีก

ด้านการกำจัดแมลงศัตรูพืช ก็มีการใช้ในรูปแบบภูมิปัญญาชาวบ้านด้วยวิธีการง่ายๆ มาเนิ่นนาน โดยนำพริกแห้งป่นละเอียด 100 กรัม ผสมน้ำ 1 ลิตร หมักทิ้งไว้ 1 คืน กรองเอาแต่น้ำ นำมาผสมน้ำสบู่ 1:5 ส่วน ใช้ฉีดพ่นทุก 7 วัน หรือนำใบและดอกของพริกมาคั้นผสมน้ำไปฉีดพ่น เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัส รวมถึงกำจัดมด เพลี้ยอ่อน หนอนผีเสื้อกะหล่ำ และด้วงงวงช้าง

ส่วนงานทดลองของนักวิจัยในการนำสารสกัดมาใช้ในการกำจัดศัตรูพืช พบว่าช่วยยับยั้งเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุโรคเน่าดำ ยับยั้งเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคใบจุด และกำจัดหนอนใยผักและหนอนกระทู้ผักได้

พริกนับเป็นพืชอาหารสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขว้าง มิได้จำกัดเฉพาะการฆ่าแมลงศัตรูพืชเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเพื่อรอการนำไปพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์อีกจำนวนมาก ถ้าเกิดใครเห็นดีเห็นงามยกมือสนับสนุนกับกรมวิชาการเกษตรและกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ต้องขบคิดว่าเราจะกินพริกได้อย่างเสรีอีกต่อไปได้หรือไม่…

นี่คือคุณค่าและประโยชน์ยิ่งใหญ่ของพริกเม็ดเล็กๆ

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *