ประเภทของเบียร์

ประเภทของเบียร์
o เบียร์ขวด หรือเบียร์กระป๋อง (Bottled Beer or Canned Beer) แบ่งได้ดังนี้
– เอล เบียร์ (Ale Beer) เป็นเบียร์ที่มีกลิ่นของข้าวมอลท์ มีลักษณะสีดำอ่อนและมีรสขม นอกจากนี้เป็นเบียร์ที่มีการหมักที่อุณหภูมิสูงพอสมควร
– สเตาต์ เบียร์ (Stout Beer) เป็นเอลเบียร์ที่มีสีดำเข้ม มีกลิ่นฉุนแรงของข้าวมอลท์และของดอกฮ็อปแต่เบียร์ชนิดนี้จะมีรสหวาน เป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวอังกฤษ สกอต ไอริช ในเมืองไทยราคาค่อนข้างแพง แต่ คอเบียร์มีอายุจะชอบ เพราะเชื่อว่าสเตาต์เบียร์บำรุงสุขภาพมากกว่าเบียร์ประเภท อื่น ๆ
– พอร์เตอร์ เบียร์ (Porter Beer) จัดเป็นเอลเบียร์ระเภทหนึ่งแต่กลิ่นของ ดอกฮ็อปน้อยกว่า รสชาติคล้ายสเตาต์เบียร์ แต่มีรสหวานและมีฟองมากกว่า
– ลาเกอร์ เบียร์ (Lager Beer) ผลิตจากมอลต์ บางครั้งอาจใช้เมล็ดข้าวโพด แทนได้ สีของเบียร์จะไม่เข้ม แอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง เมืองไทยมีเบียร์ประเภทนี้ มากที่สุด เนื่องจากรสชาติถูกคอคนไทย ผลิตมากในสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเบียร์ ชนิดนี้ ก็เช่น เบียร์สิงห์ คลอสเตอร์ ไฮเนเกน ช้าง บัดไวเซอร์ คาร์ลส์เบอร์ก หากลดดีกรีแอลกอฮอล์ลงจะกลายเป็นไลต์เบียร์ เช่น สิงไลต์ บัดไลต์ ฯลฯ
– บอค เบียร์ (Bock Beer) มีรสชาติเข้มข้น หวานนำนิด ๆ ในเยอรมันนีจะผลิต เบียร์พวกนี้มาก
นอกจากที่กล่าวมาแล้วนั้นยังมีเบียร์อีกชนิดหนึ่งที่มีชท่อเสียงพอสมควร แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าเป็นพวกเหล้า ที่แท้จริงแล้วจัดอยู่ในเครื่องดื่มประเภทเบียร์ เครื่องดื่มชนิดนั้นก็คือ สาเก (Sake) ซึ่งจัดแล้วว่าเป้นเบียร์ชนิดหนึ่งที่มีปริมาณของแอลกอฮอล์อยู่สูง คือ 16 – 17 ดีกรี ใช้เมล็ดข้าวเป็นวัตถุดิบในการผลิต และเป็นเบียร์ที่มีชื่อเสียงมากในประเทศญี่ปุ่น และเป็นเบียร์ที่ผลิตที่ญี่ปุ่นเท่านั้น
o เบียร์สด (Draft Beer)
เบียร์สดจะมีรสชาติความมันมากกว่าเบียร์ขวดหรือเบียร์กระป๋อง เพราะในขบวนการผลิตเบียร์สดไม่มีการพาสเจอร์ไรซ์เหมือนกับเบียร์ขวดและเบียร์กระป๋อง

• การแบ่งประเภทเบียร์แบบอื่น ๆ
o เบียร์สด (Draft Beer)
o ไลท์เบียร์ (Light beer) หมายถึง เบียร์ที่มีแคลอรี่ และ แอลกอฮอล์ต่ำ มีสีอ่อน และ รสชาดที่จืดชืดกว่า โดยจะมีรสขมน้อย และ ไม่หลงเหลือรสชาดติดปากหลังการดื่ม
o ไอซ์เบียร์ (Ice beer)
• ตัวอย่างเบียร์ของประเทศไทย
o สิงห์
o ช้าง
o ไทเบียร์
o อาชา
o ลีโอ
• ตัวอย่างเบียร์ต่างชาติที่มีจำหน่ายในประเทศไทย
o อัมสเทล (Amstel) – ประเทศเนเธอร์แลนด์
o อาซาฮี (Asahi) – ประเทศญี่ปุ่น
o คาร์ลสเบิร์ก (Carlsberg) – ประเทศเดนมาร์ก
o โคโรนา (Corona) – ประเทศเม็กซิโก
o เออดิงเกอร์ (Erdinger) – ประเทศเยอรมนี
o ไฮเนเก้น (Heineken) – ประเทศเนเธอร์แลนด์
o ไทเกอร์ (Tiger) – ประเทศสิงคโปร์
• ตัอย่างเบียร์ที่มีชื่อเสียงของต่างประเทศ
o Bass, Guinessm, Pale Ale – ประเทศอังกฤษ
o Amstel, Heineken – ประเทศเนเธอร์แลนด์
o Schneider, Rio Segundo – ประเทศอาร์เจนตินา
o Puntigan – ประเทศออสเตรีย
o Carlsberg, Tuborg – ประเทศเดนมาร์ก
o Kronenbourg, Slavia – ประเทศฝรั่งเศส
o Forter’s Lager – ประเทศออสเตรเลีย
o Mosehead, Molsow – ประเทศแคนาดา
o Budweiser – ประเทศอเมริกา
o Asahi, Kirin – ประเทศญี่ปุ่น
o Peroni – ประเทศอิตาลี
o Three Towns, Skol – ประเทศสวีเดน
o Sanmiguel – ประเทศฟิลิปปินส์
o Dortmunder Union, Hofbrau, Lowenbrau, Beck’s – ประเทศเยอรมนี
o Muller, Cardinal, Gurten – ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
o Chictoa, Pekking – ประเทศจีน

• ประโยชน์และคุณค่าทางอาหารของเบียร์
เบียร์เป็นเครื่องดื่มที่มีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ต่ำ คือ เบียร์จะมีปริมาณแอลกอฮอล์ 7 – 15 ดีกรี สำหรับประโยชน์ของเบียร์นอกจากจะใช้เป็นเครื่องดื่มแก้กระหาย เบียร์ยังเป็นเครื่องดื่มที่ชาวยในการย่อยอาหาร และใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มที่เรียกว่า แซนดี้ (Shandy) ส่วนคุณค่าทางอาหารของเบียร์นั้น เบียร์ถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางอาหารเกือบครบทุกชนิด แม้ว่าจะมีปริมาณของสารอาหารที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์อยู่น้อยก็ตาม ซึ่งสำหรับคุณค่าทางอาหารที่มีอยู่ในเบียร์ได้แก่
o น้ำ มีอยู่ประมาณ 89 – 91% โดยน้ำหนัก
o แอลกอฮอล์ มีอยู่ประมาณ 3.5 – 4% โดยน้ำหนัก
o คาร์โบไฮเดรต มีอยู่ประมาณ 4 – 5% โดยน้ำหนัก
o โปรตีน มีอยู่ประมาณ 0.4 – 0.5% โดยน้ำหนัก
o คาร์บอนไดออกไซด์ มีอยู่ประมาณ 0.4 – 0.5% โดยน้ำหนัก
o เกลือแร่ มีอยู่ประมาณ 0.2% โดยน้ำหนัก
• การเก็บรักษาเบียร์
1. ในการเก็บรักษาเบียร์ให้เก็บไว้ที่อุณหภูมิ 6 – 12 องศาเซลเซียส
2. สถานที่หรือห้องที่ใช้เก็บรักษาเบียร์จะต้องเป็นห้องมืดหรือห้องที่แสงผ่านเข้าไปไม่ได้ เพราะเบียร์จะมีคุณภาพและรสชาติเปลี่ยนไปได้ ถ้าเบียร์นั้นถูกแสงสว่างหรือแสงแดด
3. สถานที่หรือห้องและภาชนะที่ใช้เก็บรักษาเบียร์จะต้องมีความสะอาดดีพอ และเบียร์ที่นำไปเก็บรักษาจะต้องไม่อยู่ใกล้กับวัตถุหรือสิ่งของที่มีกลิ่น ทั้งนี้ เพราะคุณสมบัติของเบียร์นั้น เบียร์เป้นเครื่องดื่มที่สามารถดูดกลิ่นได้ ซึ่งจำทำให้เบียร์มีกลิ่นเปลี่ยนไปจากเดิม
4. สถานที่หรือห้องที่ใช้ในการเก็บรักษาเบียร์จะต้องมีการระบายและการถ่ายเทของอากาศได้เป็นอย่างดี
5. สถานที่หรือห้องที่ใช้เก็บรักษาพวกเหล้าทุกชนิด รวมทั้งเบียร์ด้วยเรียกว่า เซลล่าร์ (Cellar

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *