ปกป้องร่างกายจากภูมิแพ้

ปกป้องร่างกายจากภูมิแพ้
• คุณภาพชีวิต
หมั่นออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

“ฮัดเช้ย…..ฮัดเช้ย!!!!” เสียงจาม ฟุดฟิด ฟุดฟิด ที่เกิดจากอาการคันจมูก เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก บางวันก็หนาวเสียจนจับใจ … แน่นอนว่าสภาพอากาศที่แปรปรวนเช่นนี่ ย่อมส่งผลกระทบต่อตรงต่อผู้ป่วย “โรคภูมิแพ้”

โรคยอดฮิตหน้าหนาว!!! “ภูมิแพ้” เป็นโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้ ( Allergen ) ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ทางระบบหายใจ การรับประทานอาหาร การสัมผัสทางผิวหนัง ตา หู จมูก ส่งผลให้ไปกระตุ้นอวัยวะต่างๆจนก่อให้เกิดอาการแพ้ โดยไอ้เจ้าโรคนี้ สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กที่อายุประมาณ 5 ถึง 15 ปีจะมีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคภูมิแพ้มากกว่าผู้ใหญ่…

สาเหตุของโรคภูมิแพ้มาจาก 3 สาเหตุใหญ่ ๆ ประกอบด้วย 1.กรรมพันธุ์ โรคภูมิแพ้สามารถถ่ายทอดจากพ่อและแม่ มาสู่ลูก โดยปกติ ถ้าพ่อหรือแม่ คนใดคนหนึ่งเป็นโรคภูมิแพ้ ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ถึง 25 % แต่ถ้าทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นโรคภูมิแพ้ทั้งคู่ ลูกที่เกิดออกมาก็มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้สูงถึง 66 % 2.สิ่งแวดล้อม เนื่องจากสภาพอากาศในปัจจุบัน เต็มไปด้วยฝุ่นละอองและมลพิษต่างๆ และ 3.สารก่อภูมิแพ้ในบ้าน ซึ่งพบได้ตลอดปีและเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดโรค ภูมิแพ้คัดจมูก โรคหอบหืด ผื่นแพ้ สารก่อภูมิแพ้ในบ้านที่สำคัญ ได้แก่ ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ สะเก็ดรังแคสัตว์ น้ำลาย และเหงื่อของสัตว์เลี้ยง ขนนก ของเสียแมลงสาบ รา เป็นต้น

ห้องนอนแหล่งเพาะพันธุ์ไรฝุ่น!!!…อาการจามจะเกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปภายในจมูก ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากฝุ่นหรือไรฝุ่นที่เกิดขึ้นบนที่นอน เนื่องจากไรฝุ่นเป็นแมลงที่อาศัยปะปนอยู่กับฝุ่น ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ที่สำคัญ!!!ไรฝุ่นในประเทศไทยแทบทั้ง 100% ชอบที่จะซ่อนตัวอยู่ตามหลืบมุมต่าง ๆ ของเตียงนอน หมอน ผ้าห่ม และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเส้นใยอย่างโซฟาและพรมปูพื้น ซึ่งยากที่เราจะหลีกเลี่ยงไรฝุ่นในชีวิตประจำวันได้ ทำให้คนไทยป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ไรฝุ่นแล้วกว่า 10 ล้านคน จึงมีความจำเป็นที่คนไทยต้องรู้เท่าทันไรฝุ่นเจ้าปัญหากันให้มากขึ้น

บ้านของคุณเต็มไปด้วยไรฝุ่นหรือไม่!!!…การได้นอนหลับพักผ่อนในห้องนอนที่มีอากาศสะอาด ปราศจากฝุ่น จะช่วยทำให้ร่างกายสดชื่นหรือฟื้นคืนจากการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น ดังนั้น หากแพ้ฝุ่นไรในบ้าน ก็ควรเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้านวม อยู่เสมอ ซักทำความสะอาดด้วยอุณหภูมิที่ไม่ต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส เพราะอุณหภูมิที่ต่ำกว่านี้จะไม่สามารถฆ่าไรฝุ่นในเครื่องนอนได้ ไม่ควรปูพื้นห้องพรม เพราะพรมจะกลายเป็นแหล่งของไรฝุ่นที่เป็นตัวก่อภูมิแพ้ และดูแลทำความสะอาดได้ยากกว่าพื้นไม้หรือกระเบื้อง ควรเปิดหน้าต่างให้อากาศในห้องได้ถ่ายเทบ้าง หรือหากปล่อยให้แสงแดดส่องเข้ามาบ้างสัปดาห์ละครั้งก็ยังดี เพื่อให้แสงแดดช่วยกำจัดเชื้อโรคที่ติดอยู่ตามห้อง ที่สำคัญควรทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะสามารถกำจัดไรฝุ่นได้ในระดับหนึ่ง

แต่การป้องกันที่สำคัญที่สุด ก็คือ ต้องดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่เครียด ทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถมีสุขภาพที่แข็งแรงต่อสู่กับโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างสบายใจ…

แม้ว่าภูมิแพ้จะยังเป็นโรคที่นับวันจะมีผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าหากเรารู้จักดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอแล้ว หน้าหนาวนี้ก็คงไม่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆให้ต้องปวดหัวกันอีกต่อไป

เรียบเรียง : วีรญาน์ จันทร์นวล Team Content www.thaihealth.or.th
ข้อมูลจาก : คลังปัญญาไทย

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *