“บ้านคือวิมานของเรา” วางแผนซื้อบ้าน

“บ้านคือวิมานของเรา” วางแผนซื้อบ้าน

คำพูดที่ว่า ?บ้านคือวิมานของเรา? เป็นการกระตุ้นให้คนส่วนใหญ่เกิดความรู้สึกรักบ้านไม่ว่าจะทำอะไรหรืออยู่ที่ไหนๆ พอถึงเวลาทุกคนก็ต้องกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังเล็กหลังใหญ่ บ้านใหม่หรือบ้านเก่า บ้านเช่าหรืออาศัยคนอื่นอยู่ ทุกคนก็จะมีความสุขกับการได้พักผ่อนในสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านเมื่อบ้านมีความสำคัญมากกว่าการซุกหัวนอน จึงทำให้พวกเราต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง คนที่มีบ้านหลังเล็กอยู่แล้วอยู่แล้วก็จ้องอยากจะมีบ้านหลังใหญ่กว่าเดิม คนที่อยู่ในบ้านหลังเก่าทรุดโทรมก็ฝันอยากจะได้บ้านหลังใหม่ หรือคนที่อาศัยอยู่กับคุณตาคุณยาย ก็ฝันอยากจะแยกตัวออกไปสร้างครอบครัวใหม่ที่อยู่อาศัยกันตามประสาพ่อแม่ลูก
นกน้อย?ทำรังแต่พอตัว
ไม่ว่าคุณอยากจะได้บ้านแบบไหนก็ตาม ดิฉันมีข้อแนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้อบ้านมาฝากกัน อย่างน้อยก็สามารถนำไปเป็นแนวคิดในการเปรียบเทียบและตัดสินใจซื้อบ้านหลังใหม่ของคุณค่ะ
ข้อแนะนำแรกที่ดิฉันขอฝากไว้ให้คิดก็คือ ขอให้ทุกคนนึกถึงคำสอนที่ว่า ?นกน้อยทำรังแต่พอตัว? ดิฉันคิดคิดว่าคงไม่ต้องอธิบายความหวายอะไรนัก แต่อยากจะขอให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเลือกบ้านอยู่ในขณะนี้ได้ฉุกคิดสักนิดว่าใครๆ ก็ต้องการมีบ้านหลังใหญ่โต แต่ถ้าคุณส่องกระจกสำรวจตัวเองก็จะพบว่าคุณเหมาะสมจะครอบครองบ้านที่มีเนื้อที่เท่าไหร่กันแน่
ดิฉันเชื่อว่าบ้านที่ผลิตออกมาขายในตลาดทุกวันนี้ เป็นทางเลือกของคนรุ่นใหม่ที่มีความแตกต่างกัน ทั้งทางด้านสังคม ฐานะ วิถีชีวิต รวมถึงรสนิยมของผู้อยู่อาศัย บางคนเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยบ้านที่เรียกว่าทาวน์เฮาส์ เนื่องจากมีรายได้ไม่เพียงพอสำหรับการซื้อบ้านเดี่ยว ซึ่งตลาดทาวน์เฮาส์ทุกวันนี้ก็มีให้เลือกอย่างหลากหลาย บางโครงการเขาได้ออกแบบมาเพื่อสนองความต้องการของครอบครัวยุคใหม่อย่างลงตัว เช่น มีขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ บนเนื้อที่ 20 ตารางวา ในราคาให้เลือกตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไปจนถึง 1 ล้านต้นๆ ขึ้นอยู่กับทำเลที่คุณเลือกซื้อ ถ้าคุณคิดว่ารายได้และเงินเก็บของคุณมีจำนวนจำกัด และเพียงพอกับการซื้อบ้านในลักษณะดังกล่าว ดิฉันขอแนะนำให้คุณไม่ต้องคิดมากที่ไม่ได้อยู่บ้านเดี่ยวค่ะ
สำหรับผู้ที่มีเงินเก็บมากพอหรือมีรายได้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่รวมกันแล้วเหลือเฟือ การเลือกซื้อบ้านเดี่ยวในขนาดที่เหมาะสมกับรายได้และจำนวนสมาชิกในครอบครัว ก็น่าจะทำให้คุณมีความสุขได้ไม่น้อย เนื่องจากบ้านเดี่ยวนั้นมักจะมีเนื้อที่ตั้งแต่ 50 ตารางวาขึ้นไป ทำให้มีพื้นที่ว่างมากพอสำหรับเป็นที่วิ่งเล่นของเด็ก
แต่ถ้าคุณมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างจากครอบครัวอื่นๆ เช่น ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางระหว่างที่ทำงานหรือที่บ้านหรือที่บ้านกับโรงเรียนของลูกๆ การเลือกซื้ออาคารชุด ซึ่งทุกวันนี้ก็มีให้เลือกจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ในระดับราคาที่คุณสามารถเลือกซื้อได้ ซึ่งข้อดีของบ้านในลักษณะนี้ก็คือ คุณจะสามารถอยู่ใช้ชีวิตท่ามกลางความเจริญได้ ไม่ต้องออกไปอยู่ชานเมืองเหมือนกับบ้านประเภทอื่นๆ
ถ้าคุณได้รับที่ดินเป็นมรดกจากวงศ์ตระกูล การเลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านนั้นเขามีแบบบ้านเป็นร้อยๆ แบบให้เลือก
ทำเลดี?ได้เปรียบ
แต่ถ้าคุณต้องการความเป็นส่วนตัวมากๆ การอพยพครอบครัวเล็กๆ ของคุณมาอยู่บ้านเช่า ก็เป็นทางเลือกที่ครอบครัวยุคใหม่ให้ความสนใจไม่น้อย เช่น การมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ที่ทำงาน หรือใกล้โรงเรียน หรือทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
แต่ของแนะนำว่าคุณควรจะเปรียบเทียบกันให้ ระหว่างค่าเช่าที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน หากคุณเปลี่ยนไปผ่อนกับธนาคารจะดีกว่าหรือไม่ ทั้งยังได้บ้านเป็นของตนอีก อย่าลืมนะคะว่าที่อยู่อาศัยประเภทให้เช่าในปัจจุบันนี้บางทีก็แพงกว่าการผ่อนธนาคารซะอีก น่าคิดนะคะ
อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อบ้านในปัจจุบันนี้ดิฉันคิดว่า คุณพ่อคุณแม่จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องทำเลที่ตั้ง โดยจะต้องคิดว่าซื้อที่ไหนดีถึงจะเหมาะสมและสะดวกสบ่ายกับการใช้ชีวิตประจำวันของครอบครัว หรือบ้านหลังไหนที่ตัดสินใจซื้อแล้วจะทำให้ครอบครัวคุณมีความสุข เช่น คุณอาจไม่ชอบการเดินทางจากชานเมืองคุณก็สามารถตัดสินใจซื้ออาคารชุดใจกลางเมือไปก็ได้ เมื่อคุณได้ความสะดวกคุณอาจต้องสูญเสียเรื่องบางเรื่อง เช่น ไม่มีสนามหญ้าส่วนตัวสำหรับลูกๆ หรือคุณอาจต้องทนกับการอยู่อาศัยอย่างแออัดกับครอบครัวอื่นๆ ที่อยู่ในอาคารเดียวกัน
แต่ถ้าคุณไม่ชอบความแออัดของสังคมเมือง ทุกวันนี้โครงการจัดสรรต่างๆ ได้นำเอาจุดขายในเรื่องของคุณภาพชีวิตมาทำให้คุณนั้นน้ำลายหกมากขึ้น เพราะการเลือกซื้อบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ชานเมืองนั้นคุณอาจมีคุณภาพชีวิตที่ดี เนื่องจากมีสวนสาธารณะ อากาศสดชื่น มีความเป็นส่วนตัว มีพื้นที่ใช้สอยในบ้านมากขึ้น แต่คุณก็ต้องขยันขับรถ และมีเงินมากพอสำหรับค่าน้ำมันที่กำลังแพง
ตามหา?บ้านในฝัน
ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะเลือกซื้อบ้านแบบไหนก็ตามสิงที่ทุกคนต้องเริ่มต้นทำอันดับแรกๆ คือ การวางแผนด้านการเงิน ถ้าคุณไม่มีมรดกมากพอที่จะซื้อบ้านได้สักหลัง ดิฉันคิดว่าคุณจำเป็นต้องช่วยกันเก็บเงินเพื่อใช้เงินเป็นดาวน์ เพราะการซื้อบ้านทุกวันนี้ส่วนใหญ่ธนาคารปล่อยกู้ให้ประมาณ 70-90% ขึ้นอยู่กับแม่บ้านและสภาพของบ้าน ยกเว้นแต่คุณมีสิทธิพิเศษที่สามารถกู้กับสถาบันการเงินได้เต็ม 100%
แต่ถ้าคุณไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ การเก็บออมเพื่อใช้เป็นเงินดาวน์บ้านนั้นสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว เช่น บ้านราคา 1 ล้านบาท ถ้าคุณสามารถกู้ธนาคารได้ 90% คุณจะต้องมีเงินดาวน์ 10%
นอกจากนี้แล้วคุณยังต้องมีงบประมาณเพียงพอสำหรับการตกแต่ง และซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าบ้าน นั่นหมายความว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบางครอบครัวที่จะตัดสินใจซื้อบ้านได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว หากคุณยังไม่พร้องการอาศัยบ้านคุณปู่คุณย่าอยู่ไปก่อนก็น่าจะดีกว่าค่ะ
ทั้งนี้การตัดสินใจซื้อบ้าน ณ ทำเลใดก็ตาม ยกเว้นกรณีที่คุณมีเงินก้อนโตเพื่อจ่ายกับเจ้าของโครงการ ทุกคนก็ต้องกู้ธนาคารกันทั้งนั้น และสิ่งที่ต้องรับภาระกันตามมาก็คือเรื่องดอกเบี้ย โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยกำลังปรับขึ้นนั้น ดิฉันขแนะนำว่าก่อนที่จะตัดสินใจกู้แบงก์ไหนนั้นคุณควรจะศึกษาและเปรียบเทียบดอกเบี้ยก่อน เช่น การสอบถามจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ซึ่งเป็นสถาบันการเงินของรัฐบาล เพื่อเปรียบเทียบกับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ
ที่ต้องแนะนำให้ทำเช่นนี้เพราะความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.5 นั้นมีผลต่อยอดเงินที่จะต้องผ่อนต่อเดือนดังนั้นคุณควรจะสำรวจว่าการแข่งขันในการปล่อยสินเชื่อเคหะของในแต่ละธนาคารนั้น คุณได้ประโยชน์ที่ใดมากที่สุด เช่น คุณอาจได้รับดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3 นานถึง 3 ปี เป็นต้น
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะกู้กับธนาคารไหน ก็ต้องถึงขั้นตอนการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นกู้ ซึ่งหลักๆ ก็ต้องเกี่ยวข้องกับเอกสารด้านรายได้ของคุณว่าจะกู้ผ่านหรือไม่ผ่าน หากรายได้น้อยเกินไปสำหรับราคาบ้านในฝัน คุณอาจต้องหาผู้กู้ร่วมที่มีรายได้รวมกับคุณแล้วสามารถทำให้ธนาคารอนุมัติให้กู้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นคู่สามีภรรยา หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่แบงก์เขาโอเคค่ะ
ก่อนจะจากกันในฉบับนี้ดิฉันขอฝากให้คิดกันให้รอบคอบว่า การตัดสินใจซื้อบ้านสักหลังนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ขอแนะนำให้มีการคิดหน้าคิดหลังและตรวจสอบกันให้มากๆ หน่อยดดยเฉพาะเรื่องชื่อเสียงกับผู้ประกอบการธุรกิจบ้านจัดสรรหรือทำเลที่ตั้งของโครงการ ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ ดิฉันคิดว่าการเข้าไปศึกษาข้อมูลจากสำนักงานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) www.ocpb.go.th ที่นี่เขามีข้อแนะนำดีๆ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านค่ะ.
(ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์) นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 11 ฉบับที่ 123 มกราคม 2548)

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *