บริโภคแบบเท่าทัน

บริโภคแบบเท่าทัน

การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในช่วงที่ผ่านมาส่งผลเสียหายอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะพฤติกรรมการเลียนแบบชาวตะวันตก ถ้าเลียนแบบในสิ่งที่ดีๆ คงไม่มีใครว่า แต่ที่เห็นกันอยู่ทุกวันนั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับความดีกันนักเชียว ดิฉันอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าหากปล่อยให้สังคมไทยถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรมที่ไม่ดีไม่งามต่อไป สิ่งที่น่าภาคภูมิใจของพวกเราคงจะไม่มีใครสืบทอดอย่างแน่นอน เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ลูกหลาน เราลืมไปว่าควรจะทำตัวอย่างไร ? เพื่อให้คนไทยยังคงเป็นคนไทย! ดิฉันคิดว่าคุณพ่อคุณแม่จะต้องเร่งปลูกฝังให้กับลูกๆ ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเด็กเลยล่ะค่ะ
วัตถุนิยม… ต้องเท่าทัน
โดยเฉพาะเรื่องวัตถุนิยมที่กลายเป็นปัญหาหนึ่งของสังคมไปแล้ว ดังนั้นในฐานะที่คุณมีบทบาทหนึ่งในการเป็นพ่อพิมพ์และแม่พิมพ์ที่ใกล้ชิดที่สุดของเด็กๆ ดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิต เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก เนื่องจากการปลูกฝังโดยไม่มีตัวอย่างที่ดีให้ลูกชายและลูกสาวได้เห็น อาจจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
เนื่องจากทุกวันนี้โลกเราได้ตกอยู่ในกระแสของวิวัฒนาการที่ล้ำยุค การสื่อสารด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้เด็กๆ สามารถเรียนรู้วิธีรับสารเหล่านั้นได้ด้วยตนเอง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเห็น และได้สัมผัสคือการเรียนรู้ที่น่าเป็นห่วงที่สุด หากเขาไม่ได้รับการชี้แนะและชี้นำไปในทางที่ถูกต้อง
ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในวัยที่กำลังเรียนรู้ ดิฉันคิดว่าคุณจะต้องหาวิธีให้เขาได้เรียนรู้ เรื่องการใช้ชีวิตประจำวันให้อยู่ในความเหมาะสมกับวัย ฐานะ สังคม สิ่งแวดล้อม ฯลฯ โดยต้นแบบที่ดีอย่างคุณจะต้องชี้ให้เขาได้เห็นถึงข้อดีและข้อเสียของเรื่องต่างๆ ที่เข้ามาในแต่ละวัน โดยเฉพาะการบริโภคสื่อ
เพราะในทุกวันนี้สื่อสารมวลชนแต่ละประเภทมีอิทธิพลอย่างมากในการหล่อหลอมเยาวชนของชาติ หากคุณพ่อคุณแม่รู้จักสอนให้เขาบริโภคสื่อดังกล่าวอย่างมีคุณค่า สิ่งดีๆ ย่อมเกิดขึ้นกับลูกของคุณอย่างแน่นอน ในทางตรงกันข้ามหากปล่อยให้เขารับสื่อโดยไม่มีการชี้แนะและดูแลอย่างใกล้ชิด อะไรจะเกิดขึ้นกับลูกสาวและลูกชายคุณบ้าง ?
อย่างไรก็ตาม ทั้งตัวดิฉันเองและคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมีลูกอยู่ในวัยที่ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้กับชีวิต สิ่งที่พวกเรามักจะเป็นห่วงมากที่สุดก็คือ การวิตกกังวลว่าลูกจะเป็นแบบโน้นแบบนี้ เนื่องจากมีตัวอย่างที่ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นในบ้านเรา ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่บางท่านคิดว่าลูกๆ ยังเด็กอยู่คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง! อย่าลืมนะคะว่า สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นคือสิ่งที่ทำให้เขาติดตาไปอีกนาน
พ่อแม่คือแบบอย่าง
ดิฉันได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า คุณพ่อและคุณแม่นั้นคือแบบอย่างที่ใกล้ตัวที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม หากคุณพยายามปลูกฝังให้ลูกชายและลูกสาวได้เห็นทุกๆ วัน ดิฉันเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่คุณทำอยู่ทุกวันนี้จะติดตัวเขาไปจนตาย
ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นห่วงว่าเมื่อลูกชายโตเป็นวัยรุ่น จะเป็นอย่างที่คุณพ่อเคยเป็นหรือไม่ ? ดิฉันขอแนะนำให้คุณเริ่มตั้งแต่วันนี้ค่ะ ด้วยการแสดงให้เขาเห็นว่าสิ่งที่คุณได้ทำอยู่ทุกวันนั้นคือแบบอย่างที่ดี เช่น การเป็นผู้บริโภคที่เห็นคุณค่าของเงิน แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะมีฐานะที่ดีสักเพียงใดก็ตาม หากคุณเริ่มปลูกฝังให้ลูกสาวรู้จักใช้ผลิตภัณฑ์เหมาะสมกับวัย โดยหลีกเลี่ยงการใช้สินค้าราคาแพง ก็น่าจะทำให้ลูกเห็นคุณค่าของเงินมากยิ่งขึ้น
คุณจะรู้สึกอย่างไร ? หากลูกๆ รู้เท่าทันว่าคุณพ่อคุณแม่ซื้อสินค้าเลียนแบบมาให้ใช้ บางท่านอาจภาคภูมิใจที่ลูกชายรู้ทันว่ารองเท้าสำหรับเตะบอลนั้นเป็นของเลียนแบบ อย่ามัวแต่ลืมตัวว่าลูกคุณฉลาดนะคะ หากลูกคุณไม่ยอมใส่รองเท้าคู่ที่ซื้อมาให้เพราะอายเพื่อน ดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องพูดคุยกับลูกให้เข้าใจในสิ่งที่คุณต้องการบอก
คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจมีรสนิยมทางด้านอุปโภคบริโภคที่ไม่เหมือนใคร ดิฉันขอเตือนว่าความหรูหราที่คุณเป็นอยู่ จะลามมาถึงลูกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือเรื่องของวัตถุนิยมที่เด็กเคยสัมผัสมาตั้งแต่แรก จะเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตในสังคมหรือไม่ ? เพราะคุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ลืมว่าหลังจากที่ลูกโตขึ้นแล้ว เขาจะต้องเผชิญกับสังคมต่างๆ ด้วยตัวเอง
คุณค่าที่แท้จริง
ดิฉันคิดว่าคุณพ่อคุณแม่ที่รวยล้นฟ้าก็ไม่จำเป็นต้องสอนให้ลูกใช้ชีวิตที่เหยียบดินไม่ติด ในทางตรงกันข้าม หากคุณสามารถทำให้เด็กได้เรียนรู้ว่า บางอย่างราคาต่างกันแต่คุณค่าเหมือนกัน! อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะทำให้เด็กเข้าใจ ทางที่ดีดิฉันคิดว่าคุณพ่อคุณแม่นั่นแหละ จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต อยู่อย่างเรียบง่ายโดยไม่ตกเป็นเครื่องมือของกระแสวัตถุนิยม
หากคุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังให้เด็กๆ รู้จักการดำเนินชีวิตที่เป็นตัวของตัวเองแล้ว เมื่อวันหนึ่งเขาเริ่มเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น ดิฉันขอเตือนว่าคุณจะกระเป๋าฉีก หากลูกๆ ของคุณกลายเป็นคนที่ไม่ยอมตก Trend ใครจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ถ้าไม่ใช่คุณ
อย่าลืมนะคะว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน วันนี้คุณรวยได้ต่อไปคุณก็อาจหมดตัวได้เช่นกัน หากวันหนึ่งคุณโชคไม่ดีเหมือนอย่างทุกวันนี้ ใครจะได้รับผลกระทบต่อกระแสวัตถุนิยมมากที่สุด ดิฉันขอเปรียบเทียบให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจนในเรื่องนี้ว่า มีครอบครัวที่ต้องหมดเงินกับการเรียนกวดวิชาของลูกๆ กับครอบครัวที่หมดเงินไปกับการจับจ่าย เครื่องใช้สอยที่ไร้ประโยชน์สำหรับวัยรุ่น ดิฉันเชื่อว่าคุณคงคิดออกว่าอนาคตของเด็กทั้ง 2 คน จะแตกต่างกันสักเพียงใด
ที่ต้องกล่าวมาเช่นนี้ก็เพราะในสังคมบ้านเรายังมีคุณพ่อคุณแม่ที่ตามใจลูกเกินความจำเป็น หากวันนี้คุณยังไม่เคยปลูกฝังและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กเลย ดิฉันขอเตือนให้คุณเริ่มต้นได้แล้วค่ะ เพราะถ้าเด็กเห็นความสำคัญของวัตถุมากกว่าจิตใจ อะไรจะเกิดขึ้นกับสังคมไทย ? ขอฝากไว้ให้คิดกันด้วยนะคะ !
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ผู้เขียน ดร.กฤติกา คงสมพงษ์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *