บทวิเคราะห์เชิงจัดการ ดัชนีชี้วัดความสุข (GNH)

บทวิเคราะห์เชิงจัดการ ดัชนีชี้วัดความสุข (GNH)
คอลัมน์ การบริหารจัดการ โดย ดร.มิชิตา จำปาเทศ รอดสุทธิ ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3937 (3137)
หลายท่านอาจเคยสงสัยว่า GNH คืออะไร จะมาแทน GDP อย่างนั้นหรือ อันที่จริงคาดว่าการเคลื่อนไหวเรื่อง GNH นี้ไม่ใช่เพื่อการนำมาแทน GDP แต่เพื่อให้พวกเราตระหนักกันมากขึ้นในปัจจัย ที่นำไปสู่ความสุขอย่างยั่งยืนด้วย ไม่เพียงแต่ เน้นตัวเลขทางการเงินของประเทศ GDP (gross domestic product) หรือผลิตภัณฑ์ มวลรวมประชาชาติ แต่เน้นเพิ่ม GNH (gross national happiness) หรือความสุขมวลรวมประชาชาติด้วย เราลองมาช่วยกันวิเคราะห์ โดยใช้หลักการบริหารองค์กรดูนะคะ
ก่อนอื่นมาทบทวน GNH กันนิดหนึ่ง สำหรับคนที่อาจยังไม่คุ้นเคย แนวคิดเรื่อง GNH เป็นพระราโชบายของ กษัตริย์จิกเม ซิงเย วังชุก แห่งภูฏาน ที่รัฐบาลภูฏานได้นำมาเป็นนโยบายหลักในการบริหารประเทศ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก หรือพระราชบิดาของ เจ้าชายเคเซอร์ หรือเจ้าชายจิกมีที่ชาวไทยชื่นชอบ และได้แพร่ขยายไปในนานาชาติ กระตุกเตือน ชาวโลกว่า พอแล้วหรือที่เรามุ่งหากันแต่คุณค่าของ ตัวเลขทางการเงินของประเทศ แต่มิได้สมดุลชีวิตของคนทั้งประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน (sustainability development) GNH มี 4 หลักการใหญ่ (the four pillars) คือ
1.การพัฒนาทางเศรษฐกิจ (economic development)
2.ธรรมาภิบาล (good governance)
3.การอนุรักษ์วัฒนธรรม (cultural preservation)
4.การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (nature preservation)
ถึงจุดนี้เราลองมามองในแนวนักบริหารจัดการกันดูนะคะ GNH เปรียบเสมือนเป็นวิสัยทัศน์ (vision) ซึ่งเป็นการตั้งเป้าหมายชนิดหนึ่ง (goal setting) และ 4 หลักการใหญ่ทำหน้าที่เสมือนเป็นค่านิยมหลัก (core value) ขององค์กรที่ตั้งไว้เป็นหลักยึดให้กับองค์กรใหญ่ที่ เรียกว่าประเทศภูฏาน บุคคลใดองค์กรใดๆ ในองค์กรรวมนี้จะได้ใช้เป็นหลักยึดและหลอม รวมวิธีการทำงาน แนวคิด ความเชื่อไปในแนวนั้น ดูรวมๆ นี่ก็เป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่เราคุ้นเคยนั่นเอง ตั้งวิสัยทัศน์และค่านิยมหลัก (vision and value)
การตั้งเป้าหมาย (goal setting) นี้เป็น เรื่องสำคัญมาก เมื่อเราตั้งให้องค์กรเราผลิต ให้ได้กำไรสูงสุดอย่างเดียว คนในองค์กรก็พยายามทำให้ได้ตามนั้นด้วยวิธีการต่างๆ อาจจะมีทั้งที่มีคุณธรรมและไม่มีคุณธรรม แต่พอเรา ใส่หลักการธรรมาภิบาลเพิ่มเข้าไปในเป้าหมายชัดเจน ทำให้คนชะลอพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้อง ธรรมาภิบาลลงไปได้บ้าง อย่างน้อยก็ระวัง ไม่เอิกเกริกกันเกินไปนัก
การตั้งเป้าหมายจะได้ผลดีมีประสิทธิภาพประสิทธิผลจนเกิดการพัฒนาผลการปฏิบัติงาน หรือ performance management ได้นั้น ควรประกอบไปด้วยอีก 2 ปัจจัย นั่นคือการประเมินผล (performance appraisal) และการให้รางวัล (reward systems) กล่าวโดยย่อคือ เมื่อเราตั้งเป้าที่ต้องการ เช่น อยากให้คนทำงานเป็นทีมกัน เราก็ต้องมีการประเมินผลในเรื่องการทำงานเป็นทีม (ที่เชื่อถือได้) ด้วย และจะได้ผลชัดเจนขึ้นไปอีกเมื่อคนที่ทำได้ตามเกณฑ์ หรือทำงานเป็นทีมได้รางวัลมากกว่าคนที่ไม่ทำงานเป็นทีม พฤติกรรมคนก็จะถูกชี้นำไปในการทำงานเป็นทีมที่เด่นชัด และเป็นรูปธรรมมากขึ้น
พอเรามาดู GNH กัน นี่ก็เป็นการบอกสังคมว่าเป้าหมายใหม่มิใช่เพียงแต่ในรูปของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) แต่ดูถึง “ความสุข” ของคนทั้งประเทศด้วย ซึ่งความสุขนี้บางทีก็มิได้เกิดมาจากตัวเงิน เช่น ความสุขจากความอบอุ่นในครอบครัว ความสุขที่อยู่ในสังคม ที่คนมีคุณธรรม ไม่ใช่มีแต่แก่งแย่งชิงดีกัน ซึ่ง GDP อาจไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมด ของการอยู่เย็นเป็นสุขอย่างที่เราต้องการ เศรษฐกิจพอเพียง และความอยู่เย็นเป็นสุขเป็นเป้าหมายใหญ่สำหรับประเทศไทย ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบันฉบับที่ 10 นี้ โดยมี ตัวชี้วัด ในแต่ละระดับมากมายที่เน้นถึงความสุขในมุมมองต่างๆ
ภาพซ้อนขึ้นมาเหมือนตอนที่ทางวงการบริหารจัดการของเรามีนวัตกรรมที่เรียกว่า balance score card (BSC) ซึ่งพูดถึงการตั้งเป้าหมาย ที่มากกว่าแค่ยอดขายหรือกำไรเช่นกัน มีวิจัย และหลักฐานทางการปฏิบัติจริงทั่วโลก ให้เห็นชัดว่าได้ผลมากกว่าแค่เน้นเพียงตัวชี้วัดทางการเงิน (financial indicators) GNH นี้น่าจะเรียกได้ ว่าเป็นนวัตกรรมของการผลักดันผลการปฏิบัติการของประเทศให้ได้ผลมากขึ้น ครอบคลุม มากขึ้น และสมดุลมากขึ้น สำหรับในประเทศไทย อาจใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติ ให้ไปสู่เป้าหมายความสุขยั่งยืนท่านผู้อ่านคิดอย่างไรกันคะ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *