นักสื่อสารสุขภาพ บทบาทใหม่ของพยาบาล

นักสื่อสารสุขภาพ บทบาทใหม่ของพยาบาล
คุณภาพชีวิต
ปรับพฤติกรรมสุขภาพประชาชน ผ่านการสื่อสาร

ทุกวันนี้..นางฟ้าชุดขาวที่คอยทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วย เอาใจใส่ให้การรักษา ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่พยาบาลคนเจ็บเท่านั้น ยังต้องให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทางด้านสุขภาพแก่ประชาชนด้วย เพราะปัจจุบันโรคได้พัฒนาจนมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น การรักษาเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทางที่จะทำให้คนมีสุขภาพดีจริงๆนั้นก็คือการป้องกัน การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน จึงเป็นการให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ ในสาเหตุของการเกิดโรค และป้องกันตัวเองให้ห่างจากโรคร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ในการประชุมวิชาการ “การทบทวนบทบาทพยาบาล (ชุมชน) สู่การเป็นภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน” Partnership in Community Health: Sharpening Roles of Nurses ในระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2551 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถ.วิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร สภาการพยาบาลโดย สถาบันวิจัยและพัฒนาระบบการพยาบาล (สวพ.) และแผนการสร้างพยาบาลของชุมชนโดยชุมชนเพื่อชุมชน สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมถึงสถาบันการศึกษา 28 สถาบัน จึงได้มีการพูดคุยกันในบทบาทหน้าที่ของพยาบาลที่นอกจากจะเป็นแค่เพียงนักสุขศึกษา มีหน้าที่ในการรักษาพยาบาลแล้วยังต้องใช้การสื่อสาร เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำให้คนในชุมชนได้รู้จักการรักษาสุขภาพด้วย

นางสายสุมล บุ้งทอง โรงพยาบาลเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด ให้ข้อมูลว่า บทเรียนจากการทำงานวิทยุชุมชนเมยวดีก็คือ พยาบาลต้องเปิดใจ เปิดโลกทัศน์ ปรับมุมมองใหม่ ฟังคนไข้มากขึ้น เพราะหลายๆ ครั้งคนไข้ต้องการการรับฟังมากกว่ายารักษา รวมถึงการปรับบทบาทของพยาบาลให้เป็นฝ่ายเข้าหาคนไข้ และต้องประเมินว่าการทำงานที่ให้คนไข้มากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดภาวะพึ่งพา จึงควรผลักดันให้คนไข้ชุมชนเป็นเจ้าภาพในการเคลื่อนไหวและมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจ และต้องพิจารณาจากเทคโนโลยีที่ชุมชนเข้าถึงด้วย

“ขณะนี้เครือข่ายพยาบาลชุมชนเมยวดีใช้สื่อวิทยุชุมชน พูดคุยด้านสุขภาพในทุกๆเรื่องไม่เฉพาะที่เกี่ยวกับโรค แต่รวมถึงสุขภาพทางใจของคนในชุมชนด้วย โดยจัดต่อเนื่องมา 3 ปีได้รับความนิยมจากผู้ฟัง จากนั้นจึงขยายไปสู่เครือข่ายผู้สื่อข่าวสุขภาพ มีการอบรมเขียนข่าว การสื่อสารการรายงานข่าวผ่านโทรศัพท์ โดยอาสาสมัครอนามัย มุ่งเน้นเนื้อหาที่กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้เจ็บป่วยในชุมชน รวมถึงกลุ่มหนุนเสริมต่างๆ เช่น กลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง เชิญผู้ป่วยมะเร็งมาทำผู้สื่อข่าวสื่อผ่านคลื่น เพื่อส่งกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งคนอื่นๆ เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายของผู้ป่วยเอง”นางสายสุมล กล่าว

นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้บริหารสำนักพิมพ์กรีนปัญญาญาณ ได้เสนอแนวคิดเครือข่ายสื่อประชาชน เป็นศูนย์กลางปฏิบัติการสารสนเทศ เครือข่ายอินเตอร์เน็ตและวิทยุชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนและส่งกำลังใจให้แก่กันและกัน โดยวิทยุชุมชนสามารถออกอากาศแบบเชื่อมโยงกัน เมื่อมีภาคีแลกเปลี่ยนชุมชนต่างๆก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และยิ่งสื่อทรงพลังมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งลงสู่คนระดับย่อยมากขึ้น และจะเป็นการสื่อสารสองทาง

“สถานการณ์ของโลกบทบาทของเทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิตของคนบนโลก ขณะที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งสังคมหน่วยเล็กๆ ก็น่าจะได้ใช้ประโยชน์จากการสื่อสารอีกด้านหนึ่งได้”นายสนธิญาณกล่าว

นายสุนิตย์ เชษฐา ผู้จัดการแผนงาน ICT เพื่อสุขภาวะ Online สสส. กล่าวว่า ประชาชนไทยประมาณ 8-11 ล้านคนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้แล้ว โดยครึ่งหนึ่งเป็นเยาวชนและ 44 เปอร์เซ็นต์อยู่ต่างจังหวัด และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเร็วกว่ากรุงเทพฯ เด็กทุกๆ 4-5 คนใช้โปรแกรมพูดคุยออนไลน์ อินเตอร์เน็ตสามารถเป็นพื้นที่สำหรับการทำงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อินเตอร์เน็ตและไอซีทีเป็นเครื่องมือใหม่ที่ใช้ไม่ยาก และสามารถจะใช้ประโยชน์ได้

“เทคโนโลยีปัจจุบันก็มีการปรับให้ใช้งานง่าย เช่นการใช้เทคนิคทำคลิปสั้นๆ เผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต การใช้พื้นที่ของบล็อก (Blog) เป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกจากนี้ คือการใช้ระบบแผนที่ซึ่งสามารถนำมาช่วยในการทำงานด้านสุขภาพ และสุดท้ายคือระบบ Google earth ซึ่งสนับสนุนด้านข้อมูล เช่นกรณีของไข้หวัดนก สามารถแสดงผลให้เห็นเครือข่ายการระบาดได้ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีเกิดขึ้นเร็วมาก และการหลอมรวมของสื่อต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นในเวลาไม่นานนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบทบาทของสื่อใหญ่ๆ ที่จะค่อยๆ ลดความสำคัญลง และท้ายที่สุดเทคโนโลยีจะไม่สำคัญแต่จะแข่งกันที่เนื้อหา เครือข่ายและการสร้างไอเดีย และในไม่นานคาดว่าทุกคนจะทำสื่อเองได้ และนี่คืออีกบทบาทหนึ่งที่พยาบาลชุมชนจะมองข้ามไม่ได้ในการสร้างสุขภาวะชุมชน” นายสุนิตย์ กล่าว

ในภาวะปัจจุบันพยาบาล ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ในการดูแลรักษาประชาชน แต่ต้องอำนวยความสะดวกและสร้างผลประโยชน์ทางด้านสุขภาพให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยต้องมีการสร้างภารกิจที่ทำให้ประชาชนอยู่อย่างมีสุขภาวะที่ดี และเพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิผล ต้องมีการแลกเปลี่ยนความคิดกันระหว่างชุมชนและพยาบาล มีการสื่อสารกันให้แต่ละฝ่ายได้เข้าใจตรงกัน และทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ การให้บริการทางการพยาบาลต้องปฏิบัติตนให้เปลี่ยนจากการตั้งรับ เป็นการรุกเพื่อสร้างกำแพงป้องกันความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริโภคเกินความจำเป็น โดยใช้การสื่อสารเป็นสื่อในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน

เรื่องโดย : กรรณิการ์ เอมแสง

Team content www.thaihealth.or.th

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *