นักวิจัยเผยเบาหวานทำหลอดเลือดชำรุด

นักวิจัยเผยเบาหวานทำหลอดเลือดชำรุด
• คุณภาพชีวิต
ไขปริศนาปัจจัยบั่นทอนประสิทธิภาพสเต็มเซลล์

นักวิจัยมหาวิทยาลัยรังสิต พยายามไขปริศนาภาวะเสื่อมสภาพของผนังหลอดเลือดผู้ป่วยเบาหวาน พบไขกระดูกผลิตสเต็มเซลล์ออกมาได้น้อย และมีคุณภาพต่ำ ทั้งที่ผู้ป่วยรักษาน้ำตาลในเลือดให้ปกติแล้วก็ตาม

ดร.วรชาติ เจิดชมจันทร์ อาจารย์ประจำคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ข้อมูลจากการวิจัยนี้จะช่วยปูทางไปสู่การคิดค้นเทคนิคฟื้นฟูสภาพหลอดเลือดให้ผู้ป่วยเบาหวาน

“ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงต่อจากสภาพหลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดหัวใจเสียหาย เนื่องจากเซลล์บุผนังหลอดเลือดถูกทำลายจากปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือด” นักวิจัยกล่าว

ปกติ ระบบร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองได้ โดยไขกระดูกมีหน้าที่ผลิตสเต็มเซลล์ป้อนสู่กระแสเลือดเพื่อซ่อมแซมเซลล์บุผนังหลอดเลือดที่ชำรุด แต่ในกรณีของผู้ป่วยเบาหวาน พบว่า ไขกระดูกผลิตสเต็มเซลล์ได้น้อยลง และด้อยประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น แม้ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลจนเข้าสู่ระดับปกติแล้ว ความสามารถในการซ่อมแซมยัง “ด้อยกว่า” สเต็มเซลล์ของคนปกติอย่างชัดเจน

เนื่องจากทีมวิจัยต้องการทราบถึงปริมาณและประสิทธิภาพของสเต็มเซลล์ในผู้ป่วยเบาหวาน จึงเริ่มศึกษากระบวนการซ่อมแซมเซลล์บุผนังหลอดเลือด ในกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่มีอาการแทรกซ้อน 25 คน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่เคยเป็นเบาหวานแต่รักษาหายแล้ว และควบคุมระดับน้ำตาลให้เป็นปกติ 11 คน และคนปกติ 20 คนเป็นกลุ่มควบคุม

หลังการตรวจคัดกรองอาสาสมัครที่เป็นกลุ่มตัวอย่างแล้ว ทีมวิจัยได้เจาะเลือดรายละ 20 ซีซี. แล้วนำเข้าสู่กระบวนการเพื่อแยกเอาสเต็มเซลล์ออกมาจากนั้นนำไปทดสอบการซ่อมแซมผนังเซลล์หลอดเลือด โดยดูจากประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ได้แก่ ในสภาวะกระแสเลือดที่มีปริมาณน้ำตาลสูงกว่าปกติ, ในสภาวะน้ำตาลปกติ และในสภาพน้ำตาลเคยสูงกว่าปกติ

หากสเต็มเซลล์เจริญเติบโตได้ดี ส่งผลให้ประสิทธิภาพซ่อมแซมสูงตามไปด้วย ขณะเดียวกัน ยังพิจารณาดูประสิทธิภาพการกินเซลล์ไขมัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของสเต็มเซลล์ที่ดูแลสิ่งแปลกปลอมในกระแสเลือด

“ผลที่ได้พบว่า ในกลุ่มคนสุขภาพปกติ ปริมาณและประสิทธิภาพของสเต็มเซลล์มีระดับสูงกว่าผู้ที่เป็นเบาหวาน แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ในกลุ่มผู้ที่เคยป่วยเป็นเบาหวาน แม้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ระดับเดียวกับคนปกติ แต่คุณภาพและปริมาณของสเต็มเซลล์กลับน้อยกว่าในคนปกติ เชื่อว่า น่าจะเกิดจากปัจจัยอื่น หรือผลกระทบในระดับยีนที่ต้องอาศัยการวิจัยในขั้นต่อไป” ดร.วรชาติ กล่าว

ผลการวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์ต่อแพทย์ ในการวางแผนการรักษาได้ครอบคลุมขึ้น ขณะเดียวกันก็จะกระตุ้นให้คนทั่วไปดูแลรักษาตนเองให้มีระดับน้ำตาลในเลือดในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป

นักวิจัยกล่าวว่า งานวิจัยนี้สามารถต่อยอดวิเคราะห์ระดับเซลล์ของสเต็มเซลล์จากผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อไขปริศนาว่า อะไรเป็นปัจจัยลดทอนปริมาณและประสิทธิภาพของสเต็มเซลล์

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *