‘ธุรกิจคิดบวก ธุรกิจสร้างสรรค์’ทางออกขององค์กรยุคใหม่

“ธุรกิจคิดบวก ธุรกิจสร้างสรรค์”ทางออกขององค์กรยุคใหม่

คมชัดลึก : บรรยากาศของการลงทุนในทุกแวดวงค่อนข้างจะไปได้ดีในช่วงโอกาสนี้ และถือเป็นขาขึ้นของธุรกิจหลายกลุ่มงาน มีสถานการณ์บางอย่างที่ส่งสัญญาณออกมาให้เห็นว่า ถึงแม้ภาพรวมทางธุรกิจจะมีวิกฤติการณ์หนักเพียงใด แต่ก็มีอีกหลายหน่วยงาน
โฆษณาโดย Google
บัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคลโปรโมชั่นล่าสุด จากทุกธนาคาร ประเมินผล Online ทันทีwww.silkspan.com
องค์กรที่ประสบความสำเร็จมีผลประกอบการที่ดีเยี่ยม นักวิเคราะห์บางคนมักจะเหมารวมเอาว่าทุกอย่างไม่ดีก็คาดคะเนไปต่างๆ นานา ว่าจะเจอวิกฤติอย่างโน้นบ้าง อย่างนี้บ้าง และก็วิเคราะห์ไปในทางเสียๆ หายๆ โดยไม่ได้สำรวจจากทุกกลุ่ม การตีความผิดหรือลบเกินจริงไปมากก็อาจจะกลายเป็นการทำร้ายซ้ำเติมเศรษฐกิจซึ่งจริงๆ แล้วทุกอย่างที่เลวร้ายนั่นอาจจะเป็นสัญญาณบอกเหตุถึงการที่ต้องรีบปรับปรุงแก้ไขความบกพร่องขององค์กรที่ผ่านมามากกว่า
บางองค์กรอาจเกิดเหตุการณ์เลวร้ายกระทบจากภายนอก แต่จริงๆ แล้วอาจจะเกิดจากภายในบางส่วน เช่น การทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม เอื่อยเฉื่อย, การไม่ยอมพัฒนาองค์ความรู้ให้ต่อยอด ไม่มีการหาความรู้ใหม่ๆ นวัตกรรมและเทคโนโลยียังล้าสมัย, ดำเนินการทางธุรกิจที่เป็นสีเทาแปดเปื้อนผิดจรรยาบรรณและจริยธรรม, ความไม่สามัคคีกันภายในองค์กร เป็นต้น
แพะรับบาปคือเศรษฐกิจปี 2552 ซึ่งจริงๆ แล้วแม้มีปัจจัยภายนอกมากระทบ ถ้าเราแข็งแรงและมีคุณภาพจริง เราอยู่ได้ปลอดภัยครับ ยกตัวอย่าง ถ้าคุณอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นลบ คุณกลับเป็นบวก สถานการณ์รอบตัวอาจจะเป็นบวกก็เป็นได้ ดังเช่น เกลือที่ยังคงรักษาความเค็มเอาไว้ ไม่มีใครสามารถลดความเค็มลงไปได้ ความเค็มสามารถช่วยถนอมอาหารให้ได้อีก หรือท่ามกลางความมืด ตะเกียงเล็กๆ กับดวงไฟน้อยๆ ของคุณอาจกลายเป็นแสงสว่างที่ยิ่งใหญ่ได้
หลักคิดที่กล่าวมาเบื้องต้นเป็นเหตุทำให้ผมและทีมงานคิดบวกอยู่เสมอ และคนใกล้ตัวของผมก็เปลี่ยนมาเป็นคนคิดบวกเช่นกัน อีกทั้งท่ามกลางเศรษฐกิจอย่างนี้ ทุกคนที่คิดอย่างนี้รอดปลอดภัยครับ การคิดแง่บวกมีผลต่อการเกิดไอเดียและแรงบันดาลใจดีๆ ให้แก่มนุษยชาติมาแล้วมากมายนัก ฝันว่าจะบินได้เหมือนนก ก็บินได้ไกลกว่าฝันเสียอีก มองความบกพร่องของการติดต่อสื่อสารเห็นทางออกเป็นการสื่อสารยุคใหม่ มองอุปสรรคของการเดินทางกลายเป็นยานพาหนะหลายรูปแบบ เห็นความล้มเหลวขององค์กรมองทะลุจนเห็นทางออกจนเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก เห็นช่องโหว่ทางธุรกิจจากหลุมดำทางเศรษฐกิจ
นักออกแบบและนักฝันที่มีความคิดสร้างสรรค์เป็นหัวใจ มักจะคิดอะไรต่อมิอะไรออกหลังจากประสบปัญหาและ แรงกดดัน (Pressure) แต่สังเกตเห็นคนที่ตอบสนองแรงกดดันและคิดสร้างสรรค์ได้ดี คือคนกลุ่มประเภทคิดแง่บวกและยิ้มสู้เสมอ ฉะนั้นตัวแปรสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ที่ดีจะต้องเริ่มจากความคิดบวกก่อน นักออกแบบที่ดีจึงต้องมีนิสัยที่รักการวิจารณ์ รักการอ่าน มองอุปสรรคเป็นเรื่องสนุกและหอมหวาน เห็นภาพอนาคตในสมองอย่างชัดเจน และ มีความเชื่อว่า จะไปถึงดวงดาว
บรรจงออกแบบจากจินตนาการผ่านปลายดินสอ พู่กัน คิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ลองผิดลองถูก มีความทะเยอทะยานที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่สวยงามให้แก่โลก มองเห็นความบกพร่องอยู่เสมอแล้วหาวิธีแก้ไข ตั้งโจทย์และตอบคำถามอยู่โดยตลอด ความสุนทรีย์ของนักออกแบบอยู่ที่ความมุ่งมั่นที่อยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลง นักออกแบบจึงเป็นตัวแทนของคน “ขี้เบื่อ” คือ เบื่อรูปแบบเดิมๆ ผลิตภัณฑ์เดิมๆ แล้วอยากแก้ไขให้ดีขึ้น
สำหรับนักลงทุนเจ้าของกิจการ ร้านค้า ที่มีหัวใจบวกและมีความคิดสร้างสรรค์ดีๆ โดยมองหาโอกาสอยู่เสมอไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคน่าจะเป็นกลุ่มต้นๆ ที่ไปรอดและพบกับความสำเร็จในปีหน้า ดังที่ผมได้เขียนเอาไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของมนุษย์จะเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายตั้งแต่ปีหน้า ใครก็ตามที่กำลังอยากจะปรับเปลี่ยนองค์กรควรจะต้องศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ให้ดีล่วงหน้า โดยคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการให้บริการแนวใหม่ๆ รองรับ เช่น พฤติกรรมการสื่อสารใหม่ของมนุษย์, พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยี, พฤติกรรมการอยู่อาศัยและพฤติกรรมการดำรงชีพ, พฤติกรรมการเดินทาง, พฤติกรรมการซื้อขาย โดยเราสามารถวิเคราะห์จากลุ่มคนตามเจนเนอเรชั่น ว่ากลุ่มเจนเนอเรชั่นไหนจะกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคสำคัญและมีนิสัยอย่างไร เป็นการหาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและสังคมทั้งวิเคราะห์ไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น เราก็จะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นข้อสรุปและแม่นยำที่สุด
การอยู่ในยุคหน้าจะต้องบูรณาการทุกศาสตร์เข้าไว้ด้วยกันในองค์กรของท่าน การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจึงจำเป็นต้องรีบทำในตอนนี้มากที่สุดครับ ที่สำคัญมองโลกในแง่บวก แล้วใส่หัวใจสร้างสรรค์ลงไป คือ คำตอบของธุรกิจยุคนี้และยุคหน้าครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *