ลงทุน : ท่านเป็นผู้ลงทุนแบบไหน

ลงทุน : ท่านเป็นผู้ลงทุนแบบไหน
Money Pro : วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ

หลายๆ ครั้ง ที่ผู้สังเกตการณ์การลงทุนในตลาดต่างๆ มีความรู้สึกว่า ไม่ค่อยเข้าใจพฤติกรรมการลงทุนของผู้ลงทุน โดยเฉพาะในระยะหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย วันนี้ดิฉันจึงอยากจะขอรวบรวมพฤติกรรมการลงทุนของผู้ลงทุนประเภทต่างๆ เท่าที่ได้สังเกตมาให้ท่านได้ทราบ
ผู้ลงทุนประเภทที่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วในทศวรรษนี้คือ

กลุ่มผู้ลงทุนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ อย่างรวดเร็ว กลุ่มนี้จะเข้าไปลงทุนและถอนตัวจากการลงทุนบ่อยๆ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอน ก็พร้อมที่จะตัดขายขาดทุนได้ ลักษณะการลงทุนแบบนี้เรียกว่า punter ภาษาไทยน่าจะเรียกว่า ลงทุนแบบ “ตีหัวเข้าบ้าน” คือได้กำไรก็จะรีบเลิก หรือจากทุนก็ตัดขายขาดทุนได้ กลุ่มนี้จะว่าไปแล้วก็เป็นนักเก็งกำไรค่ะ

กลุ่มผู้ลงทุนประเภทที่สอง เป็น ผู้ลงทุนที่ลงทุนระยะยาว หวังผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวที่สูงขึ้น กลุ่มนี้จะรับความผันผวนในระยะสั้นได้ดี เพราะเป้าหมายผลตอบแทนสูง จึงเข้าใจว่าอาจมีความเสี่ยง หรือความผันผวนได้ในระยะสั้น กลุ่มนี้จะเป็น Buy and Hold หรือค่อนข้างจะเป็น passive investment

กลุ่มที่สามจะเป็นกลุ่มที่เปลี่ยนกลุ่มลงทุนไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ อาจจะเปลี่ยนลักษณะของตราสารที่ลงทุน ขึ้นอยู่กับการประมาณการผลตอบแทนที่คาดหวัง สไตล์นี้เรียกว่า Sector Rotator คือเปลี่ยนการลงทุนไปใน sector ต่างๆ ตามวัฏจักรของธุรกิจ เช่น ในช่วงเวลาหนึ่งอาจจะชอบหุ้นกลุ่มพลังงาน และอีกช่วงหนึ่งอาจจะชอบหุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน หรือกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

กลุ่มที่สี่จะหวังผลตอบแทนโดยรวมที่เป็นบวก (Absolute Return) กลุ่มนี้มักจะต้องลงทุนในลักษณะของการลงทุนแบบผสม คือมีทั้งการลงทุนในหุ้นทุน และตราสารหนี้หรือพันธบัตร โดยจะเปลี่ยนกลุ่มของตราสารที่จะลงทุน ตามการประมาณการผลตอบแทน และความเสี่ยงของกลุ่มหลักทรัพย์ต่างๆ ความคาดหวังเกี่ยวกับผลตอบแทน ก็จะออกมากลางๆ คือไม่สูงมากและไม่ต่ำมาก กลุ่มนี้จะให้น้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้และพันธบัตรเป็นส่วนใหญ่ และจะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเมื่อค่อนข้างจะมั่นใจว่า ตลาดหุ้นมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น

กลุ่มที่ห้าเป็นผู้ลงทุนที่ เน้นการลงทุนแบบเทคนิค (Technical Analysis)
กลุ่มนี้จะลงทุนโดยดูแนวโน้ม ที่มาจากข้อมูลสถิติย้อนหลัง โดยมีพื้นฐานความเชื่อว่า “ประวัติศาสตร์ย่อมซ้ำรอย” และ “สิ่งต่างๆ จะเข้าสู่ภาวะที่สมดุล” ในไม่ช้า กลุ่มนี้จะใช้กราฟและชาร์ทต่างๆ มากมาย เพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต

กลุ่มที่หกเป็นผู้ลงทุนแบบ “ตามแห่” คือเป็นผู้ตาม ต้องให้คนอื่นๆ ทดลองไปก่อนแล้ว จึงค่อยทำตาม กลุ่มนี้คุณเทพ รุ่งธนาภิรมย์ ให้นิยามไว้ว่า “แมงเม่า” คือกว่าจะอยากลงทุน ตลาดก็อาจจะขึ้นไปสูงสุดแล้ว เพื่อนร่วมงานของดิฉันเรียกกลุ่มนี้ว่า “ชาวไล่” คือไล่ตามที่จะซื้อและไล่ตามที่จะขาย ผู้ลงทุนกลุ่มนี้มีจำนวนมากทีเดียว ในตลาดที่กำลังพัฒนาอาจเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดก็เป็นได้

กลุ่มที่เจ็ดเป็นกลุ่มที่จะ มองในมุมตรงกันข้ามกับผู้อื่น (Contrarian) ผู้ร่วมงานของดิฉันเรียกว่า “ชาวสวน” คือมักจะมีพฤติกรรมตรงกันข้ามกับผู้อื่น กลุ่มนี้จะซื้อเมื่อมีคนขายมากๆ และจะขายเมื่อมีคนอยากซื้อ โดยทั่วไปหากรักษาแนวโน้มนี้ไว้ กลุ่มนี้จะทำกำไรได้ค่อนข้างดีในระยะยาว
และกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มที่ “หนีความเสี่ยง” (Risk Adverse) คือขอให้ปลอดภัยไว้ก่อน ผลตอบแทนจะน้อยนิดเพียงใดก็ไม่หวั่นไหว ขอให้เงินลงทุนอยู่ในที่ๆ ปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว
จากการศึกษาของรัสเซลอินเวสเมนท์ (Russell Investment Group) พบว่า ผู้ลงทุนบุคคลมีข้อควรระวังในการลงทุน 5 ประการ คือ
1. มั่นใจในตัวเองมากเกินไป ผู้ลงทุนจะเชื่อว่าตนเองมีความสามารถในการลงทุนสูงทั้งความสามารถในการเลือกหุ้น และความสามารถในการเลือกกองทุนรวม แต่จากการศึกษาพบว่าผู้ลงทุนบุคคลมีข้อมูลการลงทุน ที่ล้าหลังกว่าของผู้ลงทุนสถาบันค่อนข้างมาก
2. หลีกเลี่ยงความเสี่ยง จากการศึกษาพบว่าหากการลงทุนมีผลขาดทุน ผู้ลงทุนบุคคลจะเสียใจเป็นสองเท่าของความดีใจ ที่มีหากกองทุนมีผลกำไร ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงพยายามหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
3. ไล่หาผลตอบแทน ผู้ลงทุนมักจะไล่ล่าผลตอบแทนในตลาดขาขึ้นจนบางครั้งไล่ไปถึงราคาสูงสุด จึงไป “ติดสูง” คือมีหุ้นที่ราคาต้นทุนสูง
4. ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่มากเกินไป ซึ่งประเด็นนี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการถือลดลง หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเอ็นรอน ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งพอบริษัทมีปัญหา หุ้นที่พนักงานถือผ่านการใช้สิทธิ ในฐานะพนักงานของบริษัท ก็พลอยต้องมีมูลค่าลดลงไป เรียกว่าโรคซ้ำกรรมซัดกันเลยทีเดียว
5. ไม่ค่อยจะขายหุ้นที่ “เป็นพระเอก” ที่มีกำไร มักจะปล่อยให้กำไรเป็นเพียงตัวเลข จึงอาจพลาดโอกาสการขายไป
หวังว่าท่านจะได้แนวคิดเพื่อปรับตัวของท่านให้เป็นผู้ลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากยิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ พบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *