ทิศทางการพัฒนาของไบโอดีเซล

ทิศทางการพัฒนาของไบโอดีเซล
Source: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา

การพัฒนาไมโอดีเซลเริ่มต้นในห้องทดลองเล็กในปี 2530 ที่ สถาบันการพัฒนาวิศวกรรมการเกษตร (Federal Institute for Agricultural Engineering)
เมือง Wieselburg ประเทศออสเตรีย และได้มีการเริ่มต้นโรงงานผลิตไบโอดีเซล ปี 2535 ที่เมือง Aschach ประเทศออสเตรีย แต่ต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าที่ไบโอดีเซลจะเป็นเชื้อเพลิงที่ได้รับการยอมรับ และเชื่อถือได้สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล รุ่นใหม่
องค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ไบโอดีเซล ได้รับความยอมรับจากลูกค้าเนื่องจากประเทศออสเตรีย ได้มีการกำหนดมาตรฐานของไบโอดีเซล (ONC 1190) และการกำหนดมาตรฐานของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EN 14214) ซึ่งนำไปสู่การยอมรับ ไปโอดีเซลว่าเป็นเชื้อเพลิงที่มีความน่าเชื่อถือได้สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล และอุตสาหกรรม อุปกรณ์การจุดระเบิด (Fuel injection equipment)
การพัฒนาการผลิตไบโอดีเซล
จากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการกำหนดมาตรฐานไบโอดีเซลของสหภาพยุโรป ส่งผลให้ไบโอดีเซลได้รับการยอมรับจากผู้ใช้อย่างกว้างขวางและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้หันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอดีเซลในระดับชาติ
ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิดโมเมนตัมต่อกันไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (มาเลเซีย,อินโดนีเซีย,สิงค์โปร์,จีน) อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ (บราซิล,อาเจนติน่า,สหรัฐอเมริกา) และยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ (โรมาเนีย,เซอร์เบีย) ซึ่งมีแผนการขยายกำลังการผลิตที่ท้าทายอย่างยิ่ง เช่น ปี 2010 ประเทศมาเลเซียต้องการที่จะมีส่วนแบ่งทางการตลาด 10% เช่นเดียวกันประเทศอินโดนีเซียได้มีการขยายพื้นที่การปลูกปาล์มจาก 3 ล้านเฮคเตอร์ในปี 2003 เป็น 7 ล้านเฮคเตอร์ ภายในปี 2008
ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอดีเซลอย่างยั่งยืนนั้น มีปัจจัยที่สำคัญ ดังนี้
-ทำการผลิตไบโอดีเซลคุณภาพดี ตามมาตรฐานที่กำหนด
-มีระบบจัดหาวัตถุดิบ และพืชผลที่นำมาใช้ในการผลิต
-ใช้เทคโนโลยีการผลิตไบโอดีเซลที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูง
-เลือกสถานที่ตั้งโรงงานผลิตไบโอดีเซลที่ทำให้เกิดต้นทุนโลจิสติกส์ต่ำ
-ทำการวิจัยตลาดเพื่อหาความต้องการของผู้ใช้ที่ชัดเจน
-สร้างฐานข้อมูลของไบโอดีเซลที่มีข้อมูลพร้อม
-ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในด้านการกำหนดนโยบาย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1.การประกันคุณภาพ
ในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล สมัยใหม่จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพสูง และต้องมีสาร
ตกค้างในระดับต่ำ ไม่ว่าจะเป็นไฮโดรคาร์บอน (HC) หรือ ไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) จากข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
คุณภาพของเชื้อเพลิงดีเซลไม่ว่าจะเป็นแบบฟอสซิลหรือไบโอ ต้องมีคุณภาพในระดับสูงที่สุด ซึ่งประเทศในยุโรปได้กำหนดมาตรฐานของเชื้อเพลิงไบโอดีเซล EN 14214 ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญกว่า 30 เรื่อง
2.การจัดหาวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิต
ในปัจจุบันน้ำมันจากต้นเรพ (Rapeseed oil) ใช้เป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในการผลิตไบโอดีเซลที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป
ในขณะที่ น้ำมันปาล์ม เป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซลที่เป็นที่นิยมในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย สำหรับในประเทศบราซิล และสหรัฐอเมริกามักจะนิยมใช้น้ำมันจากถั่วเป็นวัตถุดิบในการผลิต
นอกจากนี้ในบางประเทศจะมีการนิยมใช้น้ำมันที่ใช้แล้วจากร้านอาหารหรือไขมันสัตว์จากโรงชำแหละ
ในมุมมองเชิงพาณิชย์ การออกแบบโรงงานและเทคโนโลยีที่ดีต้องสามารถผลิตไบโอดีเซลได้จากวัตถุดิบที่หลากหลาย
3.การเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตไบโอดีเซลที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ
4. การเลือกสถานที่ตั้ง
ปัจจัยด้านโลจิสติกส์ส่งผลต่อผลกำไรในธุรกิจไบโอดีเซล เช่น ต้นทุนการขนส่งไบโอดีเซลไปยังลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะมีการค้าขายทั่วโลกในปริมาณมากด้วยราคาที่ต่ำ
ดังนั้นสถานที่ตั้งที่สามารถเข้าถึงท่าเรือน้ำลึกได้ จะมีต้นทุนที่ได้เปรียบสำหรับการจัดซื้อน้ำมันพืชจากเรือสินค้าในปริมาณมาก และการจำหน่ายไบโอดีเซลในปริมาณมาก
5.การหาความต้องการใช้ไบโอดีเซล
สภาพการณ์ของตลาดความต้องการได้รับอิทธิพล จากการออกมาตรการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล เช่น กลุ่มสหภาพยุโรปได้กำหนด ส่วนแบ่งการตลาดที่ต่ำที่สุดของไบโอดีเซลในช่วงเวลาต่าง ๆ ดังนี้
-มีส่วนแบ่งทางการตลาดของไบโอดีเซลอย่างน้อย 2% ในปี 2005
-มีส่วนแบ่งทางการตลาดของไบโอดีเซลอย่างน้อย 5.75% ในปี 2010
-และมีส่วนแบ่งทางการตลาดของไบโอดีเซลอย่างน้อย 10% ภายในปี 2020
จากมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้มีธุรกิจนำเข้าไบโอดีเซล เกิดขึ้นในกลุ่มสหภาพยุโรป และเป็นโอกาสทองในการลงทุนของประเทศผู้ผลิตวัตถุดิบและไบโอดีเซล เช่น ประเทศมาเลเซีย
6.ข้อมูลด้านไบโอดีเซล
ข้อมูลด้านไบโอดีเซลสามารถหาได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากเว็บไซต์ ดังนี้
-European Biodiesel Board (www.ebb-eu.org)
-National Biodiesel Board (www.nbb.org)
7. การสนับสนุนจากภาครัฐ
มาตรการจากภาครัฐ เป็นตัวผลักดันที่สำคัญในการสนับสนุนการผลิตและการใช้ไบโอดีเซลในการขนส่งซึ่งมาตรการที่สำคัญได้ แก่
-การสนับสนุนทางการเงินสำหรับการผลิตน้ำมันพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบ
-การยกเว้นภาษี ณ หัวจ่ายสำหรับน้ำมันไบโอดีเซล
-การกำหนดส่วนแบ่งการตลาดที่ต่ำที่สุดของไบโอดีเซลในช่วงเวลาต่าง ๆ

ที่มา: บทความวิจัยเรื่อง “Biodiesel-Key Trends and Innovative Developments” โดย Siegfried MEYER ในการประชุมวิชาการ International Symposium on Agriculture ครั้งที่ 3 ณ ประเทศโครเอเชีย หน้า 12-16.

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *