ทรงศักดิ์ เอาฬาร : ธุรกิจดอกไม้ประดิษฐ์ส่งออก ตอน 8 (จบ)

ทรงศักดิ์ เอาฬาร : ธุรกิจดอกไม้ประดิษฐ์ส่งออก ตอน 8 “ต้องกล้าเปลี่ยนแปลงชีวิต” สู่ธุรกิจที่ดิน

ปี 2527 ซึ่งเป็นปีที่เศรษฐกิจถดถอย รัฐบาลประกาศลดค่าเงินบาท ธนาคารจำกัดสินเชื่อไม่เกิน 18% ราคาที่ดินตก และธุรกิจหลายแห่งประสบความยากลำบากมาก ไม่ค่อยมีใครกล้าซื้อทรัพย์สินก้อนใหญ่ ๆ หรือซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่คุณทรงศักดิ์กลับกล้าเสี่ยงเอากำไรที่ได้มาทั้งหมดจากการส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ หรือจากการทำงานหนักมาเกือบตลอดชีวิต มาซื้อที่ดินย่านพัฒนาการ ร่มเกล้า และสุวินทวงศ์ ซึ่งขณะนั้นยังไม่เป็นที่นิยมในวงการธุรกิจที่ดิน
เหตุผลคืออะไร คุณทรงศักดิ์คิดอะไรอยู่ “ผมเห็นว่าธุรกิจใหญ่ที่ไหนก็ตาม ถ้าจะมั่นคงมักต้องมีธุรกิจด้านเรียลเอสเตตรองรับเพราะที่ดินเป็นทรัพย์สินที่มั่นคงและนับวันจะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ” คุณทรงศักดิ์กล่าว
ต่อมาที่ทางปีกตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ หรือบริเวณที่คุณทรงศักดิ์ซื้อไว้นั้น ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการ ร่มเกล้า หรือสุวินทวงศ์ ถูกจัดว่าอยู่ในกลุ่ม “ทำเลทอง” ของนักพัฒนาที่ดิน เนื่องจากยังมีที่ดินว่างเปล่าอยู่มากและมีนิคมอุตสาหกรรมขึ้นหลายแห่ง ตลอดระยะเวลานั้นคุณทรงศักดิ์ไม่ได้ใจร้อนกระโจนเข้าไปแข่งในตลาดที่ดิน หรือรีบขยับขยายตัวเพื่อโกยเงินจากความบูมเช่นนักธุรกิจอื่น แต่ก็ไม่ได้นิ่งเฉย ค่อย ๆ สะสมข้อมูล ศึกษาวิจัยเป็นเวลานานนับปี นับตั้งแต่ซื้อที่ดินมา และในที่สุดก็ได้ อ.มานพ พงศทัต สถาปนิก นักวิชาการและหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์มาเป็นที่ปรึกษา
คุณทรงศักดิ์เริ่มคุยคอนเซ็ปต์ของการพัฒนาที่ดินอย่างจริงจัง ซึ่งเกิดเป็นรูปเป็นร่างตอนประมาณปลายปี 2532 และที่ดินแปลงแรกที่จะพิจารณาเอาขึ้นมาพัฒนา คือที่ดินแปลงที่อยู่พัฒนาการตัดกับศรีนครินทร์ อ.มานพเสนอแนะว่าถ้าอยากเกิดเร็วต้องแสดงฝีมือ ต้องทำสิ่งที่แตกต่างโดยการขึ้นตึกสูงไปเลย เพราะไม่มีใครกล้าทำ คือควรเป็น Residential High-Rise ที่พัฒนาการ ควบคู่กับการสร้างสันทนาการขนาดใหญ่สำหรับคนรุ่นใหม่ ซี่งเป็นสิ่งที่คนชั้นกลางก็ต้องการ ไม่ใช่แค่คนชั้นสูง
เมื่อได้แนวคิดที่ชัดเจนแล้ว สิ่งซึ่งเข้ามาช่วยให้แนวคิดกลายเป็นสิ่งที่เป็นจริงมากก็คือ ลักษณะการทำงานของครอบครัวเอาฬารที่เน้นความละเอียดถี่ถ้วนและคุณภาพของสินค้า ซึ่งถูกหล่อหลอมมาจากการทำดอกไม้ประดิษฐ์เกือบ 20 ปี
ความละเอียดและประณีตของคุณทรงศักดิ์สะท้อนได้จากการเห็นความสำคัญตั้งแต่ในการทุ่มเทให้กับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดี ไปจนถึงการยอมเสี่ยงลงทุนกับความสมบูรณ์แบบเพื่อคุณภาพที่คุณทรงศักดิ์ถือว่าเป็นเครดิตระยะยาว
“จากนั้นเราก็สรุปกันว่า ในอนาคตไม่นานนี้ ไลฟ์สไตล์ของชนชั้นกลางขึ้นไปจะเปลี่ยน เขาจะต้องการสันทนาการลักษณะนี้ในที่อยู่อาศัยของเขา นอกจากนั้นเพราะเหตุที่เราสนใจและให้ความสำคัญกับครอบครัวจึงนำแนวคิดเรื่องสันทนาการสำหรับครอบครัวมาผสมด้วย และดัดแปลงให้เหมาะกับคนไทย ซึ่งสนใจ Education Center ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นคอนเซ็ปต์ของสินค้า three in one คือ สิ่งอำนวยความสะดวกสบายของครอบครัว กีฬา และธุรกิจ ซึ่งชัดเจนมาก” คุณทรงศักดิ์กล่าว
นี่เองจึงเป็นที่มาของฟลอราวิลล์ คอนโดมิเนียมระดับไฮเอ็นด์ บริเวณถนนพัฒนาการ ขนาดใหญ่ถึง 15 ไร่ เป็นคอนโดสูง 32 ชั้น 4 อาคารและสปอร์ตคลับกับแฟมิลี่คลับขนาดใหญ่มโหฬารอีก 2 อาคาร รวมมูลค่าโครงการถึง 4,500 ล้านบาท
ซึ่งตอนแรกนั้นไม่มีใครเชื่อหรือเห็นด้วยว่า หลังผ่านยุคคอนโดฯ เฟื่องสูงสุดในปี 2532 เป็นต้นมา จะมีใครขึ้นคอนโดฯ ได้ โดยเฉพาะในที่ดินชานเมืองนี้จะขึ้นคอนโดฯ สำหรับกลุ่มเป้าหมายบนได้สำเร็จหรือ
แต่คุณทรงศักดิ์ก็ทำขึ้นได้สำเร็จและยังทำยอดขายได้งดงามในเวลาอันรวดเร็ว อย่างไรก็ตามความสำเร็จนี้ไม่ใช่งอกเงยขึ้นจากเพียงความคิดเท่านั้น หากยังต้องมีการวางแผนที่ดีด้วย
ความสำเร็จจากการยึดมั่นในคุณภาพและค่อยเป็นค่อยไปไม่หวือหวานั้น นอกจากจะส่งผลให้แต่ละโครงการของ โอ.จี.ซี. ประสบความสำเร็จอย่างสูงแล้ว ยังทำให้เสถียรภาพของ โอ.จี.ซี. มั่นคง ไม่สั่นไหวจากแรงกระเทือนทางเศรษฐกิจได้ง่าย ๆ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *