ทรงศักดิ์ เอาฬาร : ธุรกิจดอกไม้ประดิษฐ์ส่งออก ตอน 1

ทรงศักดิ์ เอาฬาร : ธุรกิจดอกไม้ประดิษฐ์ส่งออก ตอน 1 วัยเด็ก

ไหหลำ-อ่างทอง
บ้านเกิดของนายโอวกี๊หล่ง เตี่ยของคุณทรงศักดิ์อยู่ที่หมู่บ้านโหล่วโบ้ว อำเภอบุ่นเซียว เกาะไหหลำ ซึ่งในปี พ.ศ. 2447 ขณะที่อายุได้เพียง 14 ปี โอวกี๊หล่งได้ตัดสินใจทิ้งบ้านเกิดมาตายเอาดาบหน้าที่เมืองไทย ในสมัยที่โอวกี๊หล่งเดินทางมา อาหารการกินยังยากลำบาก พวกที่เดินทางมาต้องเบียดเสียดกินนอนเป็นแถวใต้ท้องเรือมีเสื่อปูกับหมอนไม้คนละอัน
โอวกี๊หล่งมาถึงท่าเรือที่กรุงเทพฯ อย่างคนไร้ญาติขาดมิตร คนไหหลำขณะนั้นชุมนุมกันอยู่แถบสองฟากคลองผดุงกรุงเกษมประกอบกิจการโรงสีฝัดข้าวสารแบบใช้แรงคน มีเรือบรรทุกข้าวของคนไหหลำมาจอดเรียงรายอยู่ตามฝั่งคลองสองฝั่ง ซึ่งเพื่อนชาวไหหลำแนะนำให้โอวกี๊หล่งไปหากินต่างจังหวัดดีกว่าที่จะอยู่กรุงเทพฯ โอวกี๊หล่งจึงตัดสินใจเลือกที่จะมาตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ซึ่งเป็นอำเภอเล็ก ๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ในปีเดียวกับที่มาถึงกรุงเทพฯ โอวกี๊หล่งก็ลงเรือขึ้นไปอยุธยา โดยรับจ้างทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามความสามารถที่มีอยู่ จนในที่สุดก็สะสมทุนรอนได้มากพอที่จะซื้อเรือขนาดสามวาได้ลำหนึ่งพายค้าขายอยู่ตามแม่น้ำลำคลอง รวมทั้งเป็นลูกจ้างเลื่อยไม้อยู่ละแวกหัวเวียงอยู่กว่าสิบปี จึงย้ายขึ้นมาทางฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่อำเภอไชโย ซึ่งได้พบรักและแต่งงานกับนางชุ่ม ที่ตำบลบางแมวและปักหลักปักฐานอยู่ที่นั้นเรื่อยมา
ในปี พ.ศ. 2472 เด็กชายทรงศักดิ์ก็ได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกเป็นสมาชิกคนที่สอง ถัดจากเด็กหญิงเหรียญ หลังจากนั้นไม่นานเด็กชายทรงศักดิ์ก็ได้น้องสาวอีกสองคนคือ กุลกานต์ กับ อำไพพรรณ
ช่วงนั้นแม่ของคุณทรงศักดิ์จะเป็นคนพายเรือเอาของไปขายตามลำคลอง ส่วนเตี่ยของคุณทรงศักดิ์นอกจากจะช่วยขายของแล้ว ก็ยังรับจ้างทำงานสารพัด พอมีทุนรอนมากขึ้นก็ร่วมทุนกับเพื่อน ๆ ทำกิจการเลื่อยไม้กระดาน เลื่อยเสา ด้วยเลื่อยมือเป็นกิจการเล็ก ๆ ไม่ได้ถึงขั้นเป็นโรงเลื่อย
เตี่ยของคุณทรงศักดิ์เป็นคนอดทน ทำงานหนักตลอดชีวิต การดำเนินชีวิตของเตี่ยสอนสิ่งที่มีค่าให้กับลูก ๆ ทุกคน ทำให้ลูก ๆ ทุกคนไม่ยอมแพ้หรือท้อถอยต่องานหนัก อีกทั้งยังพร่ำสอนให้พี่น้องรักกัน รักบรรพบุรุษ มีความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีบุญคุณ
ชีวิตของโอวกี๊หล่งปิดฉากลงในปี พ.ศ. 2511 เมื่ออายุได้ 78 ปี

ชีวิตเด็กวัดสร้างพื้นฐานชีวิต
สังเกตจากความผูกพันที่คุณทรงศักดิ์มีต่อวัดนางเล่ว ทั้งในแง่การทอดกฐิน การให้ทุนการศึกษากับเด็กยากจน สะท้อนให้เห็นว่าชีวิตเด็กวัดคงให้อะไรหลายสิ่งหลายอย่างกับเขา สังคมแข่งขันกันของเด็กวัด สังคมที่ต้องช่วยตัวเอง สังคมที่ต้องปากกัดตีนถีบเกือบ 10 ปี ในช่วงวัยเด็กอาจช่วยทำให้คุณทรงศักดิ์เป็นคนสู้คน สู้กับอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงอย่างไม่ถอยหันหลังให้ง่าย ๆ หากปราศจากคุณสมบัติเช่นนี้แน่นอนที่สุดคงไม่มีความสำเร็จเช่นทุกวันนี้
เด็กชายทรงศักดิ์ เรียนอยู่ที่วัดนางเล่วจนจบชั้นประถมปีที่ 3 พอจะเริ่มขึ้นประถมปีที่ 4 ก็มีโอกาสมาเรียนกรุงเทพฯ ที่วัดมหาธาตุ หลังจากจบประถมปีที่ 4 แล้วเขาก็ย้ายไปเรียนต่อที่โรงเรียนวัดราชบพิธโดยมีโอกาสได้เรียนเพียงจบชั้นมัธยมปีที่ 3 ซึ่งก็ไม่มีใครคาดคิดว่าคุณทรงศักดิ์ที่เรียนจบเพียงมัธยม 3 โรงเรียนวัด จะกลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดอกไม้ประดิษฐ์และการส่งออก จนได้รับปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหงในภายหลัง

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *