ติดอาวุธให้ครบก่อนพูด..แม้เรื่องเล็กน้อย

ติดอาวุธให้ครบก่อนพูด..แม้เรื่องเล็กน้อย

วันที่ : 16 ตุลาคม 2550 นิตยสาร/หนังสือพิมพ์ : งานวันนี้

การพูดต่อหน้าผู้อื่นได้อย่าง “น่าประทับใจ” นั้น สำคัญยิ่งในการส่งเสริมให้เราก้าวสู่เส้นทางการเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะต้อง “นำ” ใครก็ตาม และไม่ว่าจะพูดเรื่องใดก็ตาม หากเราตระหนักถึงเรื่องนี้ เราไม่เพียงแต่ต้องพัฒนาทักษะการพูดเท่านั้น สิ่งสำคัญที่ต้องทำ นั่นคือ การติดอาวุธให้พร้อมก่อนการพูด ด้วยการเอาใจใส่ในทุก ๆ รายละเอียดทุกครั้งก่อนการพูด

ผู้พูดจึงจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของหัวข้อที่จะพูด การรู้จักกลุ่มผู้ฟัง การรู้จักสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในที่ที่จะพูด การรู้ว่าโปรแกรมดำเนินไปอย่างไร ในช่วงเวลาใด เพื่อให้สามารถวางแผนอย่างรอบคอบในการตอบสนองต่อสภาวการณ์ที่ต้องเผชิญเมื่ออยู่ในเหตุการณ์จริง

ที่สำคัญ เราต้องไม่ละเลยองค์ประกอบแม้ในเรื่องที่ดูเหมือนเล็กน้อย ดังจะแนะนำในที่นี้ นั่นคือ การตอบสนองต่อการแนะนำตัว

หากงานที่ต้องไปพูดนั้น ก่อนที่เราจะพูดจะมีพิธีกรแนะนำประวัติเราให้ผู้ฟังทราบว่า เราเป็นใคร มาจากไหน มีความเชี่ยวชาญด้านใด เราควรจำไว้ว่า โดยส่วนใหญ่แล้ว พิธีกรมักจะกล่าวชื่นชม ยกย่องคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เรามีด้วย

….คำถาม คือ ในเวลานั้น ถ้าเรายืนอยู่ข้าง ๆ เวที เตรียมพร้อมเพื่อที่จะขึ้นมากล่าว เราจะทำสีหน้า ท่าทางอย่างไรจึงเหมาะสม?

จากประสบการณ์ของผม เนื่องจากผมผ่านประสบการณ์ชีวิต ประสบการณ์การทำงานมาเป็นเวลายาวนานเกือบ 30 ปี ทำให้พิธีกรผู้กล่าวแนะนำนั้น ใช้เวลาส่วนหนึ่งทีเดียวเพื่อกล่าวประวัติและยกย่องชื่นชมผม การตอบสนองต่อคำพูดดังกล่าว สิ่งที่ผมทำในเวลานั้น ได้แก่

มองไปที่ผู้พูด ในขณะที่พิธีกรกล่าวแนะนำเรา เราควรมองไปที่เขา แทนการมองไปที่ผู้ฟัง การมองไปที่ผู้พูดจะช่วยลดความรู้สึกตื่นเต้นจากการถูกจับจ้องด้วยสายตาหลายสิบคู่ อีกทั้งเราสามารถใช้เวลานี้เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจ โดยถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญช่วงสุดท้ายของการเตรียมสมาธิ ให้เกิดความเชื่อมั่นและพร้อมที่จะพูด

ไม่เชิดหน้ารับคำชม เมื่อได้รับคำกล่าวชมเชยหรือเยินยอความเป็นเรา จนบางครั้งดูเหมือนมากเกินไป เราต้องระมัดระวังไม่ทำหน้าตาที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนเรายอมรับในคำเยินยอนั้น แม้จะทำโดยไม่ตั้งใจก็ตาม เช่น ทำหน้าเชิด ยิ้มน้อย ๆ หรือพยักหน้าไประหว่างที่รับฟังคำชม เป็นต้น การแสดงสีหน้าท่าทางเช่นนี้อาจทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกว่า เราเป็นพวกหลงตัวเอง อาจตีความว่าเราเย่อหยิ่ง โอ้อวด ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่ใคร่จะมีคนชอบ

ดังนั้น ในทางตรงกันข้าม เราควรทำสีหน้าท่าทางที่เป็นปกติ การออกท่าทางเช่นนี้จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกดีและเป็นกันเองกับเรามากกว่าการยืนรับคำชมอย่างโอ้อวด และเมื่อเราเริ่มกล่าว น่าจะขอบคุณผู้แนะนำเพื่อแสดงความรู้สึกขอบคุณและเห็นคุณค่าที่เขากล่าวแนะนำอยางดี ซึ่งจะตามมาด้วยการเปิดใจรับฟังสิ่งที่เราพูดเป็นอย่างดี

ความแตกต่างระหว่างมืออาชีพ กับ มือสมัครเล่น ประการหนึ่งคือ มืออาชีพจะพยายามทำอย่างดีเลิศ โดยเอาใจใส่ในทุก ๆ รายละเอียด เพื่อให้ผลลัพธ์ของงานออกมาดีที่สุด บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ในการพูดก็เช่นกัน หากเราต้องการพูดได้แบบนักพูดมืออาชีพ เราจำเป็นต้องใส่ใจในรายละเอียด แม้ในเรื่องเล็กน้อย ดังเช่นการตอบสนองต่อคำแนะนำตัวที่กล่าวข้างต้น โดยตระหนักว่าสิ่งนี้สามารถสร้างความประทับใจในตัวเราให้เพิ่มมากขึ้น หรือในทางตรงข้ามอาจสร้างความรู้สึกไม่ดีและปฏิเสธรับฟังถ้อยคำของเราไปอย่างน่าเสียดาย

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *