ตับของคุณต้านสารพิษไหวหรือเปล่า?

ตับของคุณต้านสารพิษไหวหรือเปล่า?
• คุณภาพชีวิต
ของหวาน-ไขมัน-สุรา ตัวร้ายทำลายสุขภาพ

ปัจจุบันในสิ่งแวดล้อมที่คุณอยู่ เต็มไปด้วยสารพิษ ซึ่งพบเจอได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่เราสูดดม อาหารที่เรารับประทาน น้ำที่เราดื่ม แม้แต่เจ้าแบคทีเรียตัวจ้อยในร่างกายเราเอง ก็ยังสามารถผลิตสารพิษได้ไม่ต้องง้อใคร

และหากระบบกำจัดพิษในร่างกายทำงานหนักเกินไปจนรับไม่ไหว สารพิษจะเริ่มมีอิทธิพล ตับจะเริ่มส่งสัญญาณอันตรายมาบอกคุณว่า จะไม่ไหวแล้ว ด้วยอาการต่างๆ เช่น สิว ปวดหัวเรื้อรัง ติดเชื้อง่าย โรคผิวหนังสะเก็ดเงิน เหนื่อยอ่อนเพลียเกือบตลอดเวลา ฯลฯ

ลองตรวจสอบตัวคุณเอง

1. น้ำหนักคุณเกินมาตรฐานหรือยัง ?

2. เหนื่อยเกือบจะตลอดเวลา ?

3. เบาหวานถามหา ?

4. เป็นนิ่วในถุงน้ำดี ?

5. เคยติดสุราอย่างรุนแรง ?

6. เป็นโรคผิวหนังสะเก็ดเงิน ?

7. ใช้ฮอร์โมนจำพวกสเตียลอยด์ (เช่น เอสโตรเจน ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาเสริมสร้างกล้ามเนื้อ) ?

8. เคยตรวจพบสารเคมีจำพวก สารทำความสะอาด ยาฆ่าแมลง ยาแก้อักเสบ ปริมาณมากในร่างกาย ?

9. เคยเป็นไวรัสตับอักเสบ ?

ข้อควรปฏิบัติ

1. ขอแนะนำให้คุณเริ่มปรับเปลี่ยนอุปนิสัยในการรับประทานอาหาร พยายามรับประทานผัก ผลไม้สด ธัญพืช ถั่ว และเมล็ดพืชให้มากขึ้น

2. ใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีมากขึ้น ลดแอลกอฮอล์ เพิ่มการออกกำลังกาย

3. ทดลองสูตรแอปเปิลล้างพิษ ให้ได้ครั้งละ 2 วัน ปีละหลายๆ ครั้ง (แต่ต้องไม่ลืมปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน ตั้งครรภ์ หรือน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน)

ไม่กินไม่ได้แล้ว : อัศวินช่วยสุขภาพตับ

– อาหารที่อุดมไปด้วยซัลเฟอร์ เช่น กระเทียม หัวหอม ไข่ ถั่วฝักยาว

– อาหารจำพวกเส้นใยละลายน้ำได้ เช่น ลูกแพร์ แอปเปิล ถั่วฝักยาว

– ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี บรอกโคลี ดอกกะหล่ำจิ๋ว อาร์ติโชก บีต แครอต ซินนามอน

และแน่นอน นอกจากพืชผัก ผลไม้ข้างต้น อาหารอุดมโปรตีน เช่น ปลา เต้าหู้ ก็ไม่ควรพลาด

เลี่ยงได้เป็นดี : ผู้ร้ายทำลายตับ

3 ตัวการร้าย ได้แก่

ไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว ซึ่งมักจะพบได้ในเนื้อสัตว์ เนยแข็ง มาการ์รีน และของทอด พยายามเลี่ยงเนื้อติดมันของอร่อยเข้าไว้ ไม่ดี – ไม่ดี

น้ำตาลขาวขัดสี พวกกลุ่มที่ลงท้ายด้วย โ_ส ทั้งหลายทั้งปวง เช่น ซูโครส มอลโตส กาแล็กโทส กลูโคส หรือไซรับต่างๆ แต่น้ำตาลธรรมชาติในอาหาร เช่น ฟรุคโตสในผลไม้ไม่นับ ไฟเขียวผ่านฉลุย

แอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ภัยร้ายต่อกระบวนการขับสารพิษของร่างกาย

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *