ดอกแค รับประทานหน้าหนาวแก้ไข้หัวลม

ดอกแค รับประทานหน้าหนาวแก้ไข้หัวลม
• อาหาร
ช่วยบำรุงสายตา ต้านมะเร็ง เสริมสร้างกระดูก

ย่างเข้าเขตหน้าหนาว หลายคนคงวางแผนที่จะไปเที่ยวชมบรรยากาศอันสวยงามของธรรมชาติในจังหวัดต่างๆ แต่ก็ต้องสะดุดเพราะเกิดอาการร้อนๆหนาวๆ คล้ายจะเป็นหวัด อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป วันนี้เราจึงมีเมนูสมุนไพรจากดอกไม้ที่เหมาะกับหน้าหนาวมาฝากกันคะ

ดอกไม้ที่ว่านี้ก็คือ “ดอกแค” ซึ่งเชื่อกันว่ากินตอนต้นฤดูหนาวจะแก้ไข้หัวลม ไข้หัวลมนี่เป็นกันตอนต้นๆฤดูเมื่อลมหนาวพัดมา อากาศเปลี่ยน ร่างกายคนปรับตัวไม่ได้เลยครั่นเนื้อครั่นตัวจับไข้กันง่าย กินแกงส้มดอกแครสเปรี้ยวแกมเผ็ดจะหายได้ไม่ต้องกินยา คนโบราณเชื่อว่าอาหารรสเปรี้ยวหรือขมจะทำให้ไม่เป็นไข้

สรรพคุณทางยาของแคคือช่วยแก้ไข้ ลดไข้ นอกจากนี้ยังอุดมด้วยสารอาหารต่างๆ โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ แคจึงช่วยบำรุงสายตาและต้านมะเร็ง อีกทั้งช่วยเสริมสร้างกระดูก เพราะมีแคลเซียมฟอสฟอรัสสูง เปลือกนำมาต้ม คั้นน้ำแก้ท้องร่วง แก้บิด แก้มูกเลือด คุมธาตุ

ดอกแคปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 33 แคลอรี แคลเซียม 2 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 57 มิลลิกรัม เหล็ก 1.2 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 0.51 ไมโครกรัม วิตามินบี1 0.09 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.19 มิลลิกรัม ไนอาซีน 0.5 มิลลิกรัม วิตามินซี 35 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ในยอดแคปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 87 แคลอรี มีเส้นใย 7.8 กรัม แคลเซียม 395 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 40 มิลลิกรัม เหล็ก 4.1 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 8,654 ไมโครกรัม วิตามินเอ 1,442 ไมโครกรัม วิตามินบี1 0.28 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.33 มิลลิกรัม ไนอาซีน 2.0 มิลลิกรัม วิตามิซี 19 มิลลิกรัม

ข้อแนะนำ ดอกแคจะมีรสขมเฝื่อน กินสดๆไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ต้องนำไปลวกโดยใช้เวลาสั้นที่สุด และก่อนนำไปทำอาหารต้องดึงเอาเกสรออกก่อน เพราะจะทำให้มีรสขมน้อยลง

ดอกแคจะมีมากในช่วงฤดูฝน ครัวอีสานนิยมนำยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกอ่อนมานึ่งหรือย่างให้สุกหอมแล้วรับประทานกับปลานึ่ง จิ้มแจ่ว ลาบ ก้อย และยังนิยมทำเป็นแกงอ่อมอีกด้วย ในครัวภาคกลางนอกจากทำเป็นแกงส้ม แกงคั่วแล้ว ยังนำดอกแคมายัดไส้ชุบแป้งทอดเป็นอาหารว่างไทยมานานแล้ว ส่วนฝักอ่อนนิยมต้มสุกแล้วราดหัวกะทิ รับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริก

เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว แคก็ออกดอกอ่อนที่มีรสหวานออกขมเล็กน้อยให้ลิ้มรสและทำเป็นแกงส้ม แต่ต้องเป็นดอกแคสีขาว เพราะไม่มีเส้นใยมากให้ระคายปากเหมือนดอกสีแดง แกงส้มดอกแคที่อร่อยต้องใส่ปลาช่อน เพราะช่วงที่ดอกแคออกดอกจะเป็นช่วงที่ปลาช่อนมีเนื้อหวานมันเป็นพิเศษ พอถึงช่วงปลายฤดูหนาวก็เริ่มเก็บฝักอ่อนมารับประทานกันอีกครั้ง

แกงส้มปลาช่อนดอกแค

เครื่องปรุง
ปลาช่อน 1 ตัว
ดอกแค 20 ดอก
น้ำ 2 ถ้วยตวง
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ

เครื่องปรุงน้ำพริกแกงส้ม
พริกแห้ง 7 เม็ด
หัวหอม 4 หัว
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น ½ ช้อนชา
นำเครื่องน้ำพริกโขลกจนละเอียด

วิธีทำ
นำปลาช่อนมาตัดหัว ผ่าท้อง ควักไส้ทิ้ง หั่นเป็นแว่นๆ ล้างสะอาดผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ละลายน้ำพริกแกงส้มกับน้ำ ต้มให้เดือดปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล น้ำส้มมะขามเปียก ใส่ปลาช่อน ใส่ดอกแค พอดอกแคกับปลาช่อนสุกยกขึ้นจากเตา รับประทานได้

สำหรับใครที่ไม่เคยรับประทานแคก็น่าจะนำเมนูเพื่อสุขภาพนี้ไปลองทำดูนะคะ หน้าหนาวนี้จะได้เที่ยวอย่างปลอดภัยห่างไกลโรคหวัดคะ

เรื่องโดย: น.ส.กรรณิการ์ เอมแสง Team Content www.thaitealth.or.th
ภาพประกอบ : อินเตอร์เน็ต

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *