ชีวประวัติ อาจารย์ ป๋วย อึ้งภากรณ์ (8)

ชีวประวัติ อาจารย์ ป๋วย อึ้งภากรณ์ (8)

วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2530 อาจารย์ป๋วยเดินทางกลับมาเมืองไทยหลังจากที่ต้องออกจากบ้านเกิดไป เมื่อเหตุการณ์ 6 ตุลา เป็นครั้งแรก พร้อมด้วยภรรยา ลูกชาย ลูกสะใภ้และหลานอีกสองคน มีบรรดาเพื่อนๆ ลูกศิษดิ์และคนรู้จักมากมายมาพบปะ เยี่ยมเยือนที่บ้านเก่าซอยอารีย์ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2530 ที่ธนาคาร แห่งประเทศไทย พนักงานประมาณ 2,000 คนมายืนต้อนรับ การกลับมาของอาจารย์ป๋วย คนธรรมดาคนหนึ่งซึ่งเป็น แบบอย่างดีที่สุดของข้าราชการเมืองไทย ในตอนบ่าย ขณะรถอาจารย์ป๋วยกำลังจะแล่นออกไป หลายคนพยายาม เข้าไปใกล้ชิดอาจารย์มากที่สุด จนอาจารย์ป๋วยไขกระจกรถลง แล้วยื่นมือออกมาให้พนักงานได้สัมผัส หลายคนร่ำไห้ ออกมาอย่างไม่อายใคร ที่บุคคลซึ่งตนให้ความนับถือ และเคารพรักกำลังจะจากไป
วันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2530 อาจารย์ป๋วยได้มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ และเดินไปบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดทางมีนักศึกษายืนต้อนรับ มีนักศึกษายืนถือป้ายข้อความว่า “ปลื้มใจนักเตี่ยกลับบ้าน” “ลูกโดมมิลืมอาจารย์ป๋วย” “ยังข้นและยังเข้ม ดุจเกลือเค็มในแผ่นดิน ดีกว่าน้ำปลาริน อันปรุงรสละลายหอม” วันที่ 20 เมษายนเดินทางเยื่อมมูลนิธิโกมลคีมทอง วันที่ 21 เมษายนเดินทางไปเยี่ยม คณะ เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเยี่ยมโครงการอาสาสมัครเพื่อสังคม(คอส.) และวันที่ 25 เมษายน อาจารย์ป๋วยก็เดินทางออกจากเมืองไทย จากนั้นก็ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดอีกครั้ง ในปี พ.ศ.2536 พ.ศ.2538 และครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ.2540
วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2542 อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ได้ถึงแก่กรรมที่บ้าน ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เนื่องจากเส้นโลหิตใหญ่ในช่องท้องโป่งแตก (aortic aneurysm) อายุได้ 83 ปี “ตายแล้ว เผาผมเถิด อย่าฝัง คนอื่นจะได้มีที่ดินอาศัยและทำกิน และอย่าทำพิธีรีตองในงานศพ ให้วุ่นวายไป” จากข้อเขียน”คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2542 ทางครอบครัวได้ทำการเผาศพและบรรจุอัฐิ นำกลับมาเมืองไทย วันที่ 16 สิงหาคม และวันที่ 28 สิงหาคม บริเวณท่าเรือสัตหีบ เรือหลวงกระบุรี แห่งราชนาวีไทย ได้นำครอบครัวอึ้งภากรณ์และแขกประมาณ 200 คน มุ่งหน้าสู่เกาะครามนำอังคารของอาจารย์ป๋วย ไปลอยทะเล
บุคคลผู้นี้ ไม่เคยแสวงหาอำนาจ ไม่เคยแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ไม่เคยเห็นแก่อามิสสินจ้าง มีเพียง ความชื่อสัตย์สุจริตในหน้าที่การงาน มีเพียงความรักชาติอย่างพร้อมจะสละชีวิตเพื่อแผ่นดินแม่ มีเพียงความจริงใจ ให้แก่ประเทศอันเป็นที่รักยิ่ง มีเพียงความกล้าหาญทางจริยธรรม ไม่ยอมก้มหัว ให้แก่อำนาจ อธรรมฝ่ายใด มีเพียงความปรารถนาดีและความรักเพื่อนมนุษย์ผู้ทุกข์ยาก ชายชราผมสีดอกเลาท่าทางใจดี จะเป็นตำนาน อยู่ในใจของผู้คนไปชั่วนิรันดร์
ชายชราท่าทางใจดีผู้ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างมี ความชื่อสัตย์สุจริตในหน้าที่ มีความรักชาติ อย่างพร้อมสละชีวิต เพื่อแผ่นดิน มีความจริงใจ ให้แก่ประเทศอันเป็นที่รักยิ่ง มีความกล้าหาญ ไม่ยอมก้มหัวให้ แก่อำนาจอธรรมใด (2459-2542)

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *