ชีวประวัติ อาจารย์ ป๋วย อึ้งภากรณ์ (4)

ชีวประวัติ อาจารย์ ป๋วย อึ้งภากรณ์ (4)
ปี พ.ศ.2502 จอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารยึดอำนาจการปกครอง จอมพลสฤษดิ์มีชื่อเสีย ไม่ดีหลายด้านแต่ ข้อเด่นคือ การเลือกใช้คน จอมพลสฤษดิ์ได้ให้ดร.ป๋วยกลับเมืองไทยเข้ามา ช่วยงาน ต่อมาเมื่อนายโชติ คุณะเกษม ลาอกจากรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง จอมพลสฤษดิ์ได้โทรเลขไปถึง ดร.ป๋วยซึ่งกำลัง ประชุมคณะรัฐมนตรีดีบุก โลกที่กรุงลอนดอน เสนอให้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง แต่ดร.ป๋วยปฏิเสธไปว่า ไม่ขอรับตำแหน่งนี้ เพราะเมื่อตอนเข้าเป็นเสรีไทย ได้สาบานไว้ว่า จะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ จนกว่า จะเกษียณอายุราชการ เพื่อ พิสูจน์ว่าไม่ได้หวังแสวงหา ผลประโยชน์จากการเป็นเสรีไทย เมื่อดร.ป๋วยกลับจากอังกฤษ จอมพลสฤษดิ์ก็แต่งตั้ง ให้ดร.ป๋วยเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ต่อมาได้รับ แต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง อีกตำแหน่งหนึ่ง ดร.ป๋วยจึง ควบคุมทั้งนโยบายด้านการเงิน การคลังและงบประมาณของประเทศ ในขณะที่อายุได้ เพียง 43 ปี นอกจากนั้นดร.ป๋วยยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน ให้มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการสภาพัฒน์ เป็นกรรมการสภาการศึกษาแห่งชาติ
แม้ว่าดร.ป๋วยจะมีตำแหน่งที่สูง แต่ก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย ชอบนุ่งกางเกงเวสต์ปอยต์มาทำงาน ไม่มีชุดดินเนอร์แจ็กเกต เป็นของตนเอง ชอบกินก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้มกุ๊ย และเต้าฮวย ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ดำรงตำแหน่งงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นเวลา 12 ปี นับเป็นผู้ว่าการที่อยู่ใน ตำแหน่งนานที่สุด ตลอดสมัยที่ดร.ป๋วยเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ถือได้ว่า เป็นสมัยที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยปลอดจากการเมืองมากที่สุด และเป็นยุคที่สามารถ รักษาเสถียรภาพเงินตราไว้ได้อย่าง แข็งแกร่ง เงินบาท ได้รับได้รับความเชื่อมั่นจากทั้งในและนอกประเทศ ทำให้มีการค้าขายและการลงทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นเงินทุน สำรองระหว่างประเทศก็เพิ่มมากขึ้น เป็นประวัติการณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มขยายสาขาออกไปสู่ภูมิภาค สามารถจัดตั้ง โรงพิมพ์ธนบัตรได้สำเร็จ ไม่จำเป็นต้องไปพิมพ์ธนบัตรในต่างประเทศ มีการอออกพระราชบัญญัติ ธนาคารพาณิชย์ปี พ.ศ.2505 ซึ่งถือเป็นแม่บทของธนาคารพาณิชย์ตลอดจนนำเทคนิค นโยบายทางการเงินที่ สำคัญๆ เช่น อัตราเงินสดสำรองอัตราส่วนลดมาใช้ และชักจูงให้ธนาคาร ปฏิบัติตามกฎระเบียบ อันจำเป็นต่อการ เสริมสร้างความมั่นคงในระบบการธนาคาร และอนุมัติ ให้ธนาคารพาณิชย์เปิดสาขามากขึ้นและขยายไปทั่ว ราชอาณาจักร ทำให้กิจการธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว
ปี พ.ศ.2507 ดร.ป๋วยได้กล่าวสุนทรพจน์ ของสมาคมธนาคารไทยเพื่อเตือนสติผู้มีอำนาจมีใจความว่า จอมพล ถนอม นายกรัฐมนตรีผู้มีคำขวัญประจำใจว่า “จงทำดี จงทำดี จงทำดี” มีนโยบาย ไม่เห็นด้วยที่รัฐมนตรีจะไปยุ่งเกี่ยว กับ “การค้า” แต่ทำไมจึงมีรัฐมนตรีบางคนไปเป็นกรรมการ ในธนาคารต่างๆ หรือเป็นเพราะว่าธนาคารพาณิชย์ไม่ใช่ “การค้า” ชนิดหนึ่ง กลอนนั้นมีข้อความว่า
ยังจนในไม่รู้อยู่ข้อหนึ่ง ท่านปรารมภ์ผมก็เห็นเด่นประเทือง
ตัวอย่างเช่นเป็นรัฐมนตรี อย่าเกี่ยวข้องเที่ยวรับทำเป็นกรรมการ
ผมสงสัยไม่แจ้งกิจการค้า จอมพล ถ. ท่านแถลงแจ้งเป็นเรื่อง
ว่าใครเฟื่องเป็นผู้ใหญ่ในราชการ ไม่ควรมีการค้ามาสมาน
สมาจารข้อนี้ดีจริงเจียว หมายความว่ากิจการใดบ้างยังเฉลียว หรือจะเหนี่ยวรั้งไว้ไม่นับค้า
สุนทรพจน์นี้เป็นที่กล่าวขานกันทั่ว ในยุคสมัยรัฐบาลทหาร ดร.ป๋วยเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ คนเดียวที่กล้าวิจารณ์ นักการเมือง รัฐมนตรีและนายทหารชั้นสูงที่มักเข้าไปดำรงตำแหน่ง ประธานหรือกรรมการธนาคารต่างๆเพื่อหา ประโยชน์ใส่ตัว เมื่อจอมพลถนอมทราบความก็ ยินยอมลาออกจากตำแหน่งกรรมการธนาคารพาณิชย์ แต่ไม่มีรัฐมนตรีคนใดลาออกตาม
ปี พ.ศ.2507 ดร.ป๋วยเข้ารับตำแหน่งคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง และจะลาออก จากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยแต่ถูกนายกรัฐมนตรียับยั้งไว้ ขณะนั้นคณะเศรษฐศาสตร์ มีอาจารย์ประจำเพียงสี่คน อาจารย์ป๋วยจึงเร่งผลิตอาจารย์โดยประกาศ รับสมัครคนรุ่นใหม่ แล้วหาทุนส่งไปเรียน ต่างประเทศ ทำให้คณะเศรษฐศาสตร์เติบโตขึ้น ภายในเวลาเพียงสิบปี มีอาจารย์เพิ่มนับร้อยคน ส่วนใหญ่จบ การศึกษาระดับปริญญาโทและเอก

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *