ชาร์ลส์ เมอร์ริล ตอน 4 (จบ)

ชาร์ลส์ เมอร์ริล ตอน 4 วิถีทางในการดำเนินธุรกิจ

เมอร์ริล จัดการรวมกิจการเมอร์ริล ลินซ์กับเพียซเข้าด้วยกัน ในปี 1940 เป็นเจ้าของด้วยสัดส่วน 56 % จากการอัดฉีดเงินส่วนตัวเข้าไปในบริษัทใหม่ 2.5 ล้านดอลลาร์ บริษัทที่รวมกิจการแล้วนี้จึงมีระบบการเงินเข้าที่เข้าทาง และมีฐานที่ตั้งอยู่แล้วในเมืองขนาดใหญ่หลายเมือง หุ้นส่วนใหญ่นี้ทำให้เกิดบริษัทนายหน้าค้าหลักทรัพย์ที่มีอิทธิพลแห่งหนึ่ง เขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่มีกับธุรกิจค้าปลีกแบบลูกโซ่ของตนเองว่าชาวอเมริกาที่มีรายได้ปานกลางนั้น สามารถเป็นฐานลูกค้าที่ทำกำไรให้ได้
วิธีทำธุรกิจใหม่ของเมอร์ริล ทำให้เขากลายเป็นเสมือนพวกนอกรีตในกลุ่มคนจนย่านแมนฮัตตัน แต่เขาก็ยืนหยัดด้วยสำนึกแห่งพันธกิจ เขาชอบหยิบยกคำพูดของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 ในบทประพันธ์ของเชคสเปียร์ ที่ซึ่งราชาหนุ่มน้อยกล่าวแก่พระอนุชาและพระญาติว่า “พวกเรามีไม่กี่คน เรามีความสุขกันไม่กี่คน เรากลุ่มพี่น้องกัน”
แต่กลุ่มของเมอร์ริลกำลังมีอายุสูงมากขึ้นเรื่อยๆในปี 1944 ตอนที่บริษัทค้าขายหุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ อายุเฉลี่ยของผู้บริหารระดับสูงก็อยู่ที่ประมาณ 52 ปี เมอร์ริลเห็นว่า บรรดาโบรกเกอร์ที่สถาปนาตัวเองร่ำเรียนด้วยวิธีการแบบเก่าของตลาดหุ้นวอลสตรีท เป็นอุปสรรคต่อการขยายงาน เขาเห็นว่า ตนเองต้องการหนุ่มๆหน้าใหม่ๆ มีความกระตือรือร้น ที่จะมาฝึกฝนอบรมตามแนวทางของเขาได้
ภายหลังต้องทุกข์ทรมานกับโรคหัวใจกำเริบหลายครั้งหลายหน ระหว่างปี 1944 ในที่สุดแพทย์ประจำตัวก็สั่งห้ามไม่ให้เมอร์ริลไปทำงานที่สำนักงานอีกแล้วซึ่งในระหว่างที่เขาควบคุมบริษัทโดยผ่านวินทรอป สมิธ หุ้นส่วนผู้อำนวยการ เมอร์ริล ก็ยังคงเป็นเสาหลักผู้สร้างกำลังใจ และปลุกเร้าความฮึกเหิมให้แก่บริษัทอยู่ดี
ช่วงทศวรรษ 1950 เป็นช่วงที่บรรยากาศธุรกิจส่งเสริมแนวทางใหม่ ที่เมอร์ริลนำร่องไว้แล้ว
ในฐานะที่เมอร์ริล ลินซ์ เป็นบริษัทค้าหลักทรัพย์ใหญ่สุดในตลาด และเป็นผู้นำการสนับสนุนนักลงทุนรายย่อยแล้ว บริษัทยังเป็นผู้บุกเบิกรายหนึ่งของวงการนี้ ในอีกหลายสิบปีต่อมา ภายหลังเมอร์ริล ผู้ก่อตั้งบริษัทเสียชีวิตแล้ว ทั้งยังเป็นผู้ขนานนามว่า การเป็นห้างหุ้นส่วนนั้นเป็นเรื่อง “โบราณ” และยังปลุกปั่นส่งเสริมให้ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ยอมให้โบรกเกอร์สมาชิกได้เข้าร่วมบริหารด้วย
การเคลื่อนไหวผลักดันดังกล่าวบอกให้ทราบว่า การทำธุรกิจแบบใหม่กำลังจะเข้ามาแทนที่การบริหารแบบหละหลวมของตลาดหุ้น ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ จะช่วยปรับสภาพคล่อง และความมั่นคงทางการเงินของบริษัทต่างๆ
ผลจากการทำโปรโมชั่นอย่างไม่หยุดยั้งบังเกิดตามมา เมอร์ริล ลินซ์กลายเป็นบริษัทโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศเมื่อสมาชิกสิ่งพิมพ์สหภาพโซเวียตเดินทางมาเยี่ยมชมนิวยอร์กซิตี้ในเดือนตุลาคม ปี 1955 พวกเขาหยุดแวะชมสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์แห่งทุนนิยม 2 แห่งด้วยกันคือ ที่ทำการตลาดหุ้นนิวยอร์ก กับสำนักงานใหญ่เมอร์ริล ลินซ์ เลขที่ 70 ถนนไพน์
สำหรับชาร์ลส์ เมอร์ริล เขาไม่ได้มีชีวิตอยู่ทันเห็นคำทำนายของตนเองสัมฤทธิ์ผลเป็นจริง ความที่เขาตั้งใจจะไม่สนใจข้อจำกัดด้านสุขภาพร่างกายของตนเอง ทำให้เขายังคงทำงานอย่างหนักกลายเป็นตำนานเล่าขานกันในวงการจนล่วงเข้าวัย 80 และเขายังชอบการท้าทายใหม่ๆอยู่

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *