จุดที่มิควรมองข้ามของการสร้าง Productivity Measurement System

จุดที่มิควรมองข้ามของการสร้าง Productivity Measurement System

1. ต้องค้นหาความจำเป็นในการวัดผลงาน ต้องรู้ว่าเราจะวัดอะไร ซึ่งสิ่งที่วัดต้องมีความสำคัญต่อ Productivity
2. ยิ่งความร่วมมือของพนักงานมาก ความสำเร็จก็จะยิ่งมาก เพราะหากพนักงานร่วมมือ เราจะค้นหาจุดสำคัญที่สามารถ เพิ่ม Productivity ได้มาก และหากแต่ละฝ่ายไม่ทะเลาะกัน ให้ความร่วมมือกันทุกฝ่าย ระบบการวัดผลก็จะยืดหยุ่น ทำให้ระบบที่สร้างง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

3. ทิศทางการวัด Productivity ต้องชัดเจน สร้างระบบที่ทำได้ง่าย และ ไม่เน้นความสำเร็จด้วยการวัดผลวิธีเดียว

4. ทำให้ง่าย และประหยัด : ระบบที่ดี จะต้อง ง่าย และ ลงทุนน้อย และใช้ทรัพยากรน้อยในการ ดูแลรักษา ระบบ ซึ่งการจะทำได้นั้น ระบบจะต้องมีรูปแบบดังนี้ คือ ทำเอง คิดเอง ปรับปรุงเอง ( Self – observation , Self –reporting , and self –design job and program )

5. ต้องระวัง พฤติกรรม ของ พนักงาน จะเปลี่ยนตามสิ่งที่เราจะวัด ซึ่งหากเรากำหนดสิ่งที่จะวัดได้ดี ก็ดีไป แต่หากเรากำหนดไม่รัดกุม มองข้ามเรื่องสำคัญบางเรื่องไป ก็จะเกิดผลเสียหายได้ เช่น หากเราวัดแต่ผลผลิต ไม่วัด คุณภาพ พนักงานก็จะเร่งผลิต จนไม่สนใจคุณภาพ เป็นต้น

6. ระบบทุกระบบ จะต้องมีความขัดแย้ง ในตัวเอง เช่น ต้องการผลผลิตมาก แต่ของเสียต้องลดลง ซึ่งก่อนปรับปรุงระบบ พนักงาน จะ เร่งผลิต เพื่อเพิ่มผลผลิต แต่% ของเสียก็มักจะเพิ่มมากกว่าเดิมเสียอีก
แนวทางแก้ไข ก็คือ บอกให้พนักงาน รู้ตัวล่วงหน้า แล้วทำให้เหมือนกับการเล่นเกม

7. เป้าหมายที่กำหนด มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ : .ในช่วงเริ่มต้น ระบบ พนักงานมักจะมองว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำไม่ได้หรอก สูงเกินไป เป็นไปไม่ได้เสมอ ดังนั้น ผู้บริหาร/ผู้รับผิดชอบ จะต้องมุ่งมั่น ไปยอมแพ้ ฝ่าฟัน ยืนกราน หนักแน่น เพื่อให้ระบบมีจุดยืน มีหลักการ

8. วิเคราะห์ ออกแบบ และลงมือ สร้างระบบ: เราต้องคิดระบบให้รัดกุม ชัดเจน ก่อนที่จะลงมือทำ ดีกว่า ทำไป ปรับไป เพราะคนจะเบื่อ และระบบจะไม่ได้รับการยอมรับจากพนักงาน

9. ทำให้ระบบ เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร : การจะทำได้นั้น ผู้บริหาร/ผู้รับผิดชอบ จะต้องแสดงให้พนักงานรู้ถึง เป้าหมายที่ชัดเจน ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า และต้องแสดงความเอาใจใส่อย่างต่อเนื่อง มิฉะนั้นแล้ว พนักงานจะทำบ้างไม่ทำบ้าง และผลสุดท้าย ทุกคนก็จะเลิก

Tips : ในการสร้างระบบนั้น ควรจะทำเป็นกลุ่ม ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. ไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง : ดังนั้นจึงต้องอาศัย ความรู้จากคนอื่นๆ
2. หลายหัว ดีกว่า หัวเดียว : เพราะจะได้ช่วยกันคิด จะได้ลดความผิดพลาด ลดช่องโหว่ ของระบบ
3. ความคิดของกลุ่ม ได้รับการยอมรับมากกว่า ความคิดของคนเพียงคนเดียว : ความคิดของกลุ่มจะมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่า ทำให้พวกเขาไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ ความคิดของคนเพียงคนเดียว คล้ายเผด็จการ ที่คอยแต่สั่งให้พวกเขาทำ ซึ่งผลที่ตามมา คือ พนักงานมักไม่ตั้งใจทำ ทำส่งๆ
4. คนเรา จะยอมทำตาม ในสิ่งที่ตนมีส่วนร่วมในการคิด : เราควรให้ฝ่ายที่เราจะวัด productivity มีส่วนในการสร้างระบบ เพราะเมื่อจะ implement พวกเขาจะยอมรับ ปฏิบัติกัน มากกว่า เราสั่งให้เขาทำ
5. รวมกันทำ ตั้งแต่ ต้นจนจบ ดีกว่า แบ่งกันทำส่วนใครส่วนมัน : หลายบริษัทมักให้แต่ละฝ่ายไปคิดระบบการวัดของฝ่ายตัวเอง แบบต่างคน ต่างคิด ต่างคนต่างทำ สุดท้าย เกิด Conflict of Objective ซึ่งหากเราตั้งคณะกรรมการจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมทำตั้งแต่ต้นจนจบ ปัญหา Conflict of Objective ก็จะลดลง และการคาดการณ์เหตุการณ์ ในอนาคต(โดยเฉพาะที่ไม่พึงประสงค์) ก็จะทำได้ดียิ่งขึ้น
6. รวมกันทำ Knowledge / Skill ก็จะแบ่งปันกันภายในกลุ่ม และ อาจก่อให้เกิด Synergy ขึ้นได้
– ตัวอย่าง Synergy เช่น ปกติ 1+1=2 แต่หากเกิด Synergy 1+1 จะมากกว่า 2 มากกว่าเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการดึงพลังของกลุ่มออกมาใช้

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *