จับแก่นให้ได้…ไอเดียก็มา

จับแก่นให้ได้…ไอเดียก็มา
ถ้าท่านสนใจฝึกฝนเพิ่มพูนความคิดสร้างสรรค์ของตนเองแล้ว สิ่งแรกที่ท่านจำเป็นต้องมีไว้เป็นทุนในส่วนลึกของจิตใจและความคิด คือ การคิดทางบวก (Positive Thinking) หรือคิดบวก ซึ่งมีผลต่อการฝึกความคิดสร้างสรรค์
สรุปก็คือ ถ้าท่านคิดบวกจะเปิดใจพอรับสิ่งใหม่ๆ ใส่ตัวเสมอ ท่านจะมองเห็นความสดใสและโอกาสที่ดีและกล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่ดีงามแม้จะแตกต่างจากคนอื่นบ้าง ผลก็คือ ท่านจะฝึกคิดสร้างสรรค์ได้ง่าย
การคิดทางลบทำให้คนไม่คิด ไม่มีแรงใจจะคิด ดูถูกดูแคลนดูหมิ่นตัวเองว่าคงไม่มีทางคิดได้ จนบางครั้งฉุนเฉียวและโมโหตัวเองจนพาลรู้สึกหงุดหงิดกับคนอื่นรอบข้าง โกรธเหตุการณ์ที่ต้องบีบให้ตนเองคิดไม่พอใจคนรอบข้างรู้สึกตัวเหมือนคล้ายๆ มีคนจงใจแกล้งให้ตนเองต้องเสียหน้า เสียฟอร์ม เพราะการที่คิดไม่ออกคงต้องอับอายขายหน้าแทบแทรกแผ่นดินหนี ต่อไปนี้ใครจะมานับถือเคารพยกย่องอีก คนคงมองอย่างเหยียดหยาม โอ๊ย… น่ากลัวไปหมด หากคิดทางลบก็จะพาให้คิดบั่นทอนและทำร้ายความรู้สึกของตนเอง
ถ้าใครคิดทางลบแล้วไม่ลดการคิดทางลบลง และเพิ่มการคิดทางบวกให้มากขึ้น คนๆ นั้นจะคิดสร้างสรรค์หรือคิดหาวิธีการใหม่ๆ ได้ยากมาก ขอยืนยันจากประสบการณ์ตรงของตนเองที่ได้พบผู้คนมากมายจากหลายๆ ธุรกิจ เพราะการคิดทางลบเป็นกำแพงที่กั้นจิตใจและไม่ยอมปลดล็อกให้สมองมีอิสระในการคิด การคิดทางลบเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของการฝึกการคิดสร้างสรรค์
สิ่งจำเป็นซึ่งเป็นโฟกัสสำคัญของวันนี้ คือ การดึง คอนเซปต์ ภายใต้ไอเดียหรือการจับแก่นแท้ ภาษาอังกฤษจะเขียนไว้ว่า Extract the concept behind the idea
ตอนแรกๆ ที่ดิฉันค้นคว้าหาความรู้ด้านการเพิ่มเติมความคิดสร้างสรรค์ ดิฉันไม่เข้าใจว่า กิริยา extract the concept นั้นเป็นอย่างไร แปลเป็นไทยว่าดึงคอนเซปต์ ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ใช้เวลาศึกษาเป็นปีกว่าจะจับจุดได้ และพยายามคิดค้นจนได้วิธีที่จะทำให้ผู้เรียนในห้องสัมมนาทำได้จริง เพื่อให้เขาได้ประโยชน์กลับไปเกินคุ้มที่ได้มาฝึกกับเรา
การดึงคอนเซปต์นั้นพูดอีกอย่างหนึ่งคือ การจับแก่นแท้ของอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ หรือคำนามใดก็ตาม เช่น ปกติเราใช้ครกเพื่อตำเม็ดพริกไทย ถ้าเราไม่มีครกเราจะใช้อะไรแทน บางคนก็จะรู้สึกขัดใจ บางคนบอกว่าใช้เครื่องปั่นแทนก็ได้ บางคนก็บอกว่า “งั้นก็ไม่ต้องกินมันแล้ว พริกทง พริกไทย”
การคิดสร้างสรรค์จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้มากขึ้นกว่าวิธีที่เคยจำได้ สิ่งที่สมองเก็บข้อมูลไว้ บางครั้งมันอาจไม่พอ เช่น เราจำได้ว่าจะตำพริกไทยก็ต้องใช้ครก หรือไม่ก็เครื่องปั่น ถ้าไม่มีเครื่องมือทั้งสองเราจะเริ่มอึดอัดใจ และอยากหาอย่างอื่นแทน แต่ก็คิดไม่ออก สมองบอกเพียงว่า “ฉันจำได้แค่นี้เอง ฉันไม่รู้วิธีอื่นหรอก ฉันปิดสวิตซ์แล้วนะ” แล้วเราก็บ่นกับตัวเองและคนรอบข้างว่า “คิดไม่ออก จะทำอย่างไรดี คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก”
หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ท่านคิดออกและคิดได้หลายไอเดียมากขึ้น คือ การฝึกจับแก่นแท้ให้ได้ว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่เราต้องการคืออะไร หลายคนอาจบอกในใจว่า ก็อยากได้ครกไง ลองถามตัวเองอีกครั้งว่า แท้จริงแล้วอยากได้อะไรหรือ ท่านนั่งนิ่งๆ คิดช้าๆ ก็จะเห็นได้ว่า อ๋อ… แท้จริงอยากได้พริกไทยป่น นี่แหละคือสิ่งที่ดิฉันเรียกว่า “แก่นแท้”
เมื่อได้แก่นแท้แล้วเราก็คิดหาวิธีอื่นมาเพิ่ม โดยเริ่มตั้งต้นคิดด้วยการถามตัวเองว่าที่อยากได้พริกไทยป่นนั้นนอกจากใช้ครกและปั่นแล้วยังมีวิธีใดอีกบ้าง ทีนี้ก็เริ่มพยายามหาวิธีที่จะทำให้ได้พริกไทยป่นให้ได้ โดยคิดอย่างอิสระและไม่ตีกรอบความคิด ขอให้คิดให้ได้หลายๆ ทางก่อน ยังไม่ต้องลงมือทำ คิดไว้ก่อนหลายๆ ความคิด หลายๆ วิธี แล้วค่อยนำมาเลือกว่าวิธีไหนที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นมากที่สุด เลือกได้แล้วจึงเอาวิธีนั้นไปลงมือทำ
ตัวอย่างวิธีที่จะทำให้พริกไทยเม็ดป่นได้นั้นมีหลายวิธี เช่น
วิธีแรก เอาพริกไทยเม็ดใส่ถุงพลาสติกแล้วหาอะไรหนักๆ ทุบ เช่น มีด ก้อนอิฐ หรือท่อนไม้ เป็นต้น
สอง เอาผ้าเช็ดหน้าห่อแล้วเอาเก้าอี้กระแทกหลายๆ ครั้ง
หรือถ้าต้องการใส่พริกไทยป่นลงในแกงจืดก็สามารถตักแกงจืดไว้ในถ้วยแล้วเอาพริกไทยเม็ดลงไปแช่จนยุ่ย แล้วใช้ช้อนค่อยๆ กดจนเม็ดพริกไทยอ่อนตัวอย่างละเอียดผสมกับน้ำแกง
อาจจะไม่ค่อยสมบูรณ์แบบเท่าใดนัก แต่ก็พอใช้แทนได้
วิธีอื่นๆ ที่เราคิดขึ้นมาได้จากแก่นแท้ นั่นคือ ความคิดสร้างสรรค์ วิธีที่เราจำได้ไม่ใช่ความคิดสร้างสรรค์เป็นเพียงข้อมูลที่สมองจดจำไว้เท่านั้น
อีกตัวอย่าง ถ้าท่านคิดหาของขวัญให้แม่เนื่องในโอกาสนึกอยากให้อะไรกับแม่ขึ้นมาเฉยๆ โดยไม่มีเทศกาลใดๆ ขอให้ท่านคิดขึ้นมาสักอย่างหนึ่งก่อน เช่น ซื้อผ้าขนหนูนุ่มเป็นพิเศษให้แม่ จากนั้นขอให้ท่านจับแก่นแท้หรือดึงคอนเซปต์จากไอเดียผ้าขนหนูนุ่มเป็นพิเศษดูสิคะ ไอเดียหนึ่งสามารถมีได้หลายคอนเซปต์ คือ มีได้หลายแก่น เช่น ผ้าขนหนูนุ่มเป็นพิเศษนั้นจะให้ความอบอุ่น ให้ความนุ่มนวล ละมุนละไม ให้ความสะอาด ให้ความสบายตา ให้ความน่ารัก ได้ตั้งห้าแก่นแท้ หรือ ห้าคอนเซปต์แล้ว
แต่ละคอนเซปต์เราก็สามารถนำมาเป็นตัวตั้งเพื่อหาไอเดียอื่นๆ ต่อไปได้อีกหลายไอเดีย เช่น คอนเซปต์ความอบอุ่น นอกจากผ้าจะนุ่มเป็นพิเศษแล้วจะมีอะไรได้อีกที่ได้ความอบอุ่น เราก็อาจจะได้ไอเดียอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ให้รองเท้าผ้านุ่มๆ เข้าไปกอดแม่นานสัก 3 นาที หอมแก้มแม่ 20 ครั้งติดต่อกัน
คอนเซปต์ความนุ่มนวลละมุนละไม อาจหาไอเดียเพิ่มเติม เช่น หาผ้าไหมไปปูซ้อนบนปลอกหมอนให้แม่ เขียนจดหมายส่งให้แม่ทางไปรษณีย์ (แม้จะอยู่บ้านเดียวกัน) นวดขาให้แม่
คอนเซปต์ความสะอาด ต่อยอดต่อไป คือ ชวนหลานๆ ไปขออาบน้ำ สระผม ถูขี้ไคล ขัดเท้าใหม่คุณยายคุณย่า ซึ่งเป็นแม่ของเรา ซื้อผ้าปูที่นอนใหม่ที่สะอาดไปปูให้ท่าน ดูดฝุ่นในห้องนอนแม่เป็นพิเศษกว่าทุกวัน หรือคอนเซปต์ความสบายตา เพิ่มเติมไอเดียเข้าไปเป็นจัดห้องให้แม่ใหม่ หรือนำผ้าขนหนูเย็นๆ มาวางไว้บนตาแม่สัก 10 นาที หรือจะหาสารคดีมาให้แม่ดู
คอนเซปต์สุดท้าย คือ ความน่ารัก อาจจะลองไอเดียประแป้งดินสอพองที่แก้มให้แม่และทุกคนในบ้านหนึ่งวัน ให้หน้าขาวกันทั่วบ้าน อาจจะขอให้แม่เล่าเหตุการณ์ตอนเด็กๆ ที่ตลกมากและสนุกที่แม่จำได้มาจนถึงทุกวันนี้ หรือนั่งสาธยายให้แม่ฟังว่าเราเห็นว่าแม่น่ารักอย่างไรบ้าง และเราได้มรดกความน่ารักตรงไหนบ้างที่ติดตัวเรามาจนทุกวันนี้
จากไอเดียแรก คือ ผ้าขนหนูนุ่มเป็นพิเศษ เมื่อเราจับแก่นมา 5 แก่น หรือ 5 คอนเซปต์แล้วนำแต่ละคอนเซปต์มาหาวิธีการใหม่ๆ ได้อีกมากมาย ไอเดียหนึ่งแตกได้หลายคอนเซปต์ คอนเซปต์หนึ่งมีได้หลายไอเดีย เมื่อได้ไอเดียมามากมายก็เลือกหยิบไอเดียที่ถูกใจและเหมาะสมกับกาลเทศะมาใช้
ท่านผู้อ่านซึ่งเป็นนักธุรกิจคงรู้สึกได้ว่าเราสามารถคิดได้มากมายหลายไอเดียให้เลือก ดีกว่ามีทางให้เลือกแค่ 2-3 ทาง แต่ไม่เหมาะกับสถานการณ์เลย ความคิดสร้างสรรค์ดีอย่างนี้แหละค่ะ
เรื่อง : อ.รัศมี ธันยธร ผู้อำนวยการศูนย์ความคิดสร้างสรรค์

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *