จับกระแส RFID เทรนด์ร้อนมาแรง

เพิ่มประสิทธิภาพ-ลดต้นทุนโลจิสติกส์ กูรูไอทีฟันธงปี 2008 RFID อยู่ในช่วงขาขึ้น
เชื่อโตแบบก้าวกระโดด 20-50% เผยผู้ประกอบการไทยเริ่มเข้าใจ และยอมรับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ-ลดต้นทุนได้จริง ผู้ประกอบการยุคใหม่ต่างหันกลับมามองและให้ความสำคัญกับการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะRFID (Radio Frequency Identification: RFID) มาใช้มากขึ้น ทั้งมั่นใจ RFID ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ซึ่งผู้คร่ำหวอดในวงการระบุปี 2008 เป็นปีทองของ RFID มีแนวโน้มโตอย่างก้าวกระโดดถึง 20-50%

ในประเทศไทยได้เริ่มมีการนำระบบอาร์เอฟไอดีมาใช้งานในหลากหลายสาขา เช่น ระบบการผลิตในโรงงาน ระบบการจัดเก็บในคลังสินค้า งานด้านสาธารณสุข ระบบตรวจสอบย้อนกลับของอาหาร (traceability) และระบบติดตามตัวสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม นอกจากนี้ ยังได้เริ่มมีการนำระบบอาร์เอฟไอดีมาใช้ในระบบโลจิสติกส์มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานในระบบการกระจาย จัดเก็บ รวบรวม และเคลื่อนย้ายสินค้าให้มีประสิทธิภาพ อาทิ ระบบตราผนึกอิเล็กทรอนิกส์ (e-seal) ที่ติดกับตู้คอนเทนเนอร์เพื่อใช้แสดงสถานะ ที่จะทำให้ผู้รับสินค้าและผู้ส่งสินค้าสามารถใช้ในการติดตามการเดินทางของสินค้าในระยะทางไกล อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบตู้สินค้าได้ว่ามีการเปิดระหว่างทางหรือไม่

ดังนั้น ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา RFID จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ บริษัทต่างๆ ได้เริ่มนำระบบเข้ามาใช้ในกระบวนการโลจิสติกส์ เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ ทำให้ขนส่งสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มา และตรวจสอบรายละเอียดของสินค้า รวมถึงสามารถติดตามสถานะของสินค้าในการขนส่งระหว่างประเทศ ส่งผลให้ RFID เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการจัดการสายโซ่อุปทานหรือซัพพลายเชน

จากการศึกษาของบริษัท Venture Development Corp. (VDC) พบว่าตลาด RFID ประกอบด้วย ป้ายอิเล็กทรอนิกส์ (Tag/transponder) เครื่องอ่าน (reader) ซอฟท์แวร์ (software) และการให้บริการ (service) มีมูลค่าตลาดรวมทั่วโลก ในปี 2550 ประมาณ 3,057 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าในปี 2551 นี้ มูลค่าตลาดจะเติบโตถึง 4,101 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า อัตราการเติบโตของตลาด RFID น่าจะอยู่ที่ 30-35% ต่อปี สำหรับปี 2553 จะมีมูลค่าสูงถึง 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ศูนย์เทคโนโลยีอีเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค ได้ประเมินมูลค่าตลาด RFID ของไทยปี 2550-2551 เพิ่มขึ้น 25.98% โดยในปี 2551 มีมูลค่า 1,451.24 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2551 มีมูลค่า 1,828.24 ล้านบาท

ทั้งนี้ การค้าเสรีคือเวทีที่ผู้ประกอบการจากทั่วโลกต่างแข่งขันเพื่อชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ ผู้แข็งแกร่งคือผู้ที่จะอยู่รอดและครองความเป็นหนึ่ง ทำให้ทุกฝ่ายต่างหายุทธวิธีเพื่อสร้างแต้มต่อ ดังนั้น การนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาช่วยบริหารจัดการคือการตอบโจทย์ที่ดีที่สุดในยุคการค้าไร้พรมแดนนี้ …

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *