‘จันทรา’เปิดแผนปั๊นโอทอปโกอินเตอร์

“จันทรา”เปิดแผนปั๊นโอทอปโกอินเตอร์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กุมภาพันธ์ 2549 18:03 น.

จากนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการแก้ปัญหาความยากจนในระดับรากหญ้าอย่างครบวงจร ซึ่งทางกรมส่งเสริมการส่งออกก็ถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ช่วยในการต่อยอดสินค้าโอทอปให้โกอินเตอร์ โดยมีการวางแผนงาน เพื่อสร้างจุดยืน และการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับสินค้าโอทอป ทั้งนี้ทาง “ผู้จัดการรายวัน” จึงได้สัมภาษณ์ นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออกในแผนการส่งเสริมสินค้าโอทอปออกสู่ตลาดต่างประเทศ

***นโยบายของรัฐฯ ในการเปิดตลาดสินค้าโอทอปสู่ตลาดต่างประเทศเป็นอย่างไร

การที่ทางกรมฯ ต้องพยายามผลักดันให้สินค้าโอทอปออกสู่ตลาดต่างประเทศ ก็เพื่อเป็นการรักษาตลาด และขยายตลาดใหม่ ผ่านเครือข่ายการเชื่อมโยงการค้ากับต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาและส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการ โดยได้มีการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ เช่น จัดและเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติทั้งในและต่างประเทศ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารไทย (In-Store Promotion) เป็นต้น และการส่งเสริม การสร้างภาพพจน์สินค้า และบริการไทยให้เป็นที่น่าเชื่อถือทั้งในด้านคุณภาพ และการให้บริการลูกค้าอย่างรวดเร็ว

ส่วนบทบาทของกรมฯ จะเน้นการส่งเสริมด้านการตลาดให้กับกลุ่มผู้ประกอบการโอทอป ที่ผ่านการคัดสรรตามโครงการ “OTOP to the World” ระดับพรีเมี่ยม และโครงการ OTOP Product Champion ระดับ 3-5 ดาว ที่มีศักยภาพด้านการส่งออก ซึ่งจุดมุ่งหมายหลักของการดำเนินการของกรมฯ คือ เพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นให้ดีขึ้น โดยส่งเสริมสินค้าโอทอปของไทยให้สามารถส่งออกไปสู่ตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

***กรมส่งเสริมการส่งออกสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการการอย่างไรบ้าง

ที่ผ่านมาทางกรมฯ ได้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดเพื่อเป็นการส่งเสริมการขายสินค้าโอทอป เช่น การเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติในประเทศ โดยได้สนับสนุนให้กลุ่มผู้ผลิตสินค้าโอทอป เข้าแสดงและจำหน่ายสินค้าในงานระดับประเทศ เช่น งานแสดงสินค้าของขวัญและของตกแต่งบ้าน, งานแสดงเสื้อผ้าและเครื่องประดับ, งานแสดงสินค้าอาหารและอาหารมุสลิม, งานแสดงสินค้าสุขภาพและความงาม และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้กลุ่มผู้ผลิตได้เห็นรูปแบบการตลาดอย่างมืออาชีพ

นอกจากนี้ยังมีการให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมการแสดงสินค้าในต่างประเทศ หรือเดินทางไปดูสินค้าในงานแสดงสินค้าใหญ่ๆ ในต่างประเทศ ซึ่งในการนี้ทางกรมส่งเสริมการส่งออกได้นำผู้ผลิตสินค้าโอทอปเข้าร่วมงานในต่างประเทศเช่นเดียวกัน ได้แก่ งาน Asia Expro ประเทศอังกฤษ, งาน Tokyo gift show spring ประเทศญี่ปุ่น และงาน Summer Sourcing Show Gift, Houseware&Toy ประเทศฮ่องกง เป็นต้น

***ตัวเลขการส่งออกสินค้าโอทอปเป็นอย่างไร

ตัวเลขการส่งออกในระยะ 8 เดือนแรกของปี 2548 มีมูลค่ารวม 625.46 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราการขายตัวร้อยละ 11.63 เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2547 ซึ่งในปี 2547 การส่งออกสินค้าโอทอป มีมูลค่า 874.08 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราการขยายตัวร้อยละ 13.86 ส่วนสินค้าที่ทำการส่งออกในอันดับต้นๆ ได้แก่ เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 166.89 ล้านเหรียญสหรัฐฯ, เครื่องประดับเงิน 94.41 ล้านเหรียญสหรัฐฯ, เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน 80.70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ, เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารในครัวและบ้านเรือน 77.46 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเคหะสิ่งทอ 41.24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

***ผลตอบรับที่ต่างชาติได้รู้จักสินค้าโอทอปเป็นอย่างไร

ขณะนี้ตลาดโลกให้การตอบรับสินค้าโอทอปเป็นอย่างดี โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งในปัจจุบันสินค้าโอทอปของไทยได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบและพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับและตรงตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้จากการจัดแสดงนิทรรศการสินค้าโอทอป ในงานแสดงสินค้าต่างๆ ของกรมส่งเสริมการส่งออก เช่น งานแสดงสินค้าของใช้และของประดับตกแต่งบ้าน (BIG) งานแสดงสินค้าเสื้อผ้า (BIFF) งานแสดงสินค้าสุขภาพและความงาม (Health&Beauty) งานแสดงสินค้าอาหาร (Thaifex/Thaimex) โดยผลิตภัณฑ์ที่จัดแสดงจะได้รับความสนใจและเป็นที่ยอมรับของผู้เข้าชมงาน รวมทั้งมีการเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งแม้แต่คนไทยเอง นักออกแบบผลิตภัณฑ์ ผู้ส่งออก ก็ยังรู้สึกประทับใจและต่างเห็นว่าสินค้าโอทอปมีความก้าวหน้าและรูปแบบได้พัฒนาจนมีศักยภาพและความพร้อมที่จะส่งออกได้

***แนวทางการตลาดของสินค้าโอทอปควรเป็นไปในทิศทางใด

จากกระแสความนิยมในตัวสินค้าโอทอปมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการได้รับแนวทางในการพัฒนาสินค้า ด้านการผลิต และการตลาดซึ่งเป็นผลจากการจัดฝึกอบรม-สัมมนาของรัฐฯ และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งทำให้เกิดเป็นแนวคิดนำมาประยุกต์ให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง ส่งให้รูปแบบเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผู้ประกอบการสินค้าโอทอป ยังเล็งเห็นความสำคัญต่อการขยายตลาดการส่งออกอันเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงจึงได้มีการพัฒนารูปแบบและคุณภาพสินค้าแบบผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและสากลให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเพื่อสร้างความแตกต่างให้สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ตลาดหลักในการส่งออกสินค้าโอทอปของไทย ได้แก่ สหภาพยุโรป (เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์) ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหรัฐอาหรับอิมิเรสต์ โดยในปี 2549 คาดว่าจะขยายตลาดเพิ่มเติมไปยังประเทศอื่นๆ เช่น แคนาดา แอฟริกา ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย อาเซียน และเอเชียใต้

***การคัดสรรสินค้าโอทอปให้ได้ไปขายยังต่างประเทศมีวิธีการอย่างไร

การคัดสรรสินค้าโอทอปให้ได้ไปขายยังต่างประเทศจะพิจารณาคัดสรรสินค้าที่ผ่านการคัดเลือกในระดับประเทศจาก 3-5 ดาว สินค้าที่มีศักยภาพที่จะสามารถส่งออกได้ โดยพิจารณารูปแบบและกำลังการผลิตที่มีความสามารถพัฒนาการผลิตต่อเนื่องได้ และกำลังการผลิตที่มีการผลิตเพื่อการส่งออก โดยจะคัดเลือกผลิตภัณฑ์เป็นระดับพรีเมี่ยม เพื่อเข้าสู่ตลาดในระดับสากล (OTOP to the World) โดยแบ่งเป็น 3 ระดับคือ A : สามารถส่งออกได้ทันที B : ขายในประเทศและพัฒนารูปแบบเพื่อการส่งออก และ C : สามารถขายได้ในประเทศ ซึ่งหากมีการพัฒนาต่อเนื่องก็อาจจะส่งออกได้ ซึ่งการพัฒนาสินค้าโอทอปด ดังกล่าว ทางกรมฯ จะช่วยเหลือในเรื่องการหาผู้เชี่ยวชาญมาพัฒนารูปแบบและการบรรจุหีบห่อ ให้ตรงกับความต้องการของตลาดเป้าหมายของแต่ละกลุ่มสินค้า รวมถึงการจัดหาช่องทางการจัดจำหน่าย เช่น โอทอปชอป เป็นต้น

***ภาครัฐฯ ให้การสนับสนุนอย่างไรกับสินค้าโอทอปที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์

ภาครัฐฯ จะนำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดส่งออก โดยการคัดเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อร่วมเข้าโครงการและจัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ ทำการศึกษาวิจัยความนิยมและความต้องการสินค้าโอทอปของผู้บริโภคในแต่ละตลาด

***แผนการพัฒนาสินค้าโอทอปในอนาคตเป็นอย่างไร

สำหรับแผนการพัฒนาโอทอปในอนาคต ทางกรมฯ จะเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้มากขึ้น โดยขณะนี้ได้ติดต่อขายตรงให้ผู้นำเข้าห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ขายผ่าน TV Shop Channel และจะเพิ่มจุดขายประจำ ซึ่งจะร่วมกับโครงการ Thailand Market Place (TMP)

ส่วนการส่งเสริมสินค้าโอทอป จะเน้นการสร้างตราสินค้า ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า , การส่งเสริมการขายโดยผ่าน E-Commerce แต่อย่างไรก็ตามสินค้าโอทอป ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งผู้ผลิตควรที่จะต้องมีการพัฒนาเพื่อให้มีการส่งออกอย่างยั่งยืน โดยพัฒนารูปแบบอย่างยั่งยืน รักษาคุณภาพและกำลังการผลิตที่พร้อมจะส่งออกได้ และการรักษาราคาและระยะเวลาในส่งมอบ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *