จัดการระบบโลจิสติกส์อย่างมีดีไซน์

จัดการระบบโลจิสติกส์อย่างมีดีไซน์

 

โดย : ดร. สถาพร โอภาสานนท์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ

           การจัดการโลจิสติกส์ในโลกธุรกิจสมัยใหม่ต้องอาศัยส่วนผสมของ กระบวนการ (Process) เทคโนโลยี (Technology) และสุนทรียภาพ (Aesthetic)
           โจทย์สำคัญอยู่ที่การนำองค์ประกอบทั้งสามมาผสมผสานให้ได้สัดส่วนที่ลงตัวและเหมาะสมต่อธุรกิจมากที่สุด
           เมื่อพิจารณารูปแบบการจัดการโลจิสติกส์ในปัจจุบันจะพบว่า กระบวนการ (P) ถือว่ามีบทบาทสำคัญที่สุดต่อประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์ การจัดการโลจิสติกส์ที่ดีต้องอยู่บนรากฐานของการมีกระบวนการทำงานที่ไม่ยุ่งยาก ซ้ำซ้อน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
          ในเบื้องต้น การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ควรเริ่มจากการวิเคราะห์กระบวนการทำงานทั้งหมดตามสภาพการปฏิบัติงานที่แท้จริง ตลอดจนพัฒนาระบบฐานข้อมูลและตัวชี้วัดประสิทธิภาพโลจิสติกส์ ตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงขั้นตอนการกระจายสินค้า เพื่อให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมประเมินสาเหตุที่เป็นไปได้
          หลังจากนั้นจึงดำเนินการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน โดยมุ่งขจัดกิจกรรมที่ไม่สร้างมูลค่าในสายตาของลูกค้าออกไป เพื่อให้เกิดการลื่นไหลของสินค้า ข้อมูลข่าวสาร และเงินภายในโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
          ข้อสำคัญที่สุดของการปรับกระบวนการคือ การสร้างความยืดหยุ่น (Flexibility) ในระบบ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วและความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้ ตัวอย่างเช่นห้าง Wal-Mart ใช้กระบวนการกระจายสินค้าแบบ Cross-docking ที่ผ่านศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าของบริษัท เพื่อลดค่าขนส่ง ในขณะที่จะเพิ่มรอบการจัดส่งสินค้าได้ถี่ขึ้น เติมเต็มสินค้าได้รวดเร็วอย่างที่ลูกค้าต้องการ
          องค์ประกอบที่สำคัญรองลงมาคือ การเลือกใช้เทคโนโลยี (T) ที่เหมาะสม โดยระบบ IT จะช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดความผิดพลาดในการดำเนินงาน รวมถึงสามารถวิเคราะห์และนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดได้ แต่ก็ต้องมีการลงทุนทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ค่าบำรุงรักษา ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน
          ที่ผ่านมา หลังจากการจัดการโลจิสติกส์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ บริษัทส่วนใหญ่ได้มุ่งความสนใจไปที่การจัดหาระบบ IT ด้านโลจิสติกส์ที่มีราคาแพงมาใช้ โดยไม่ได้คำนึงถึงความจำเป็นและประโยชน์ที่จะได้รับ จนมักจะลืมนึกถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานของตนเองให้มีประสิทธิภาพและนิ่งเสียก่อน
          การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมต่อประเภทธุรกิจและการดำเนินงานที่แท้จริง นอกจากจะทำให้เกิดการสิ้นเปลืองทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาแล้ว ยังอาจส่งผลเสียต่อการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์อีกด้วย
          ดังจะเห็นได้ว่า หลายๆ บริษัทได้ลงทุนติดตั้งระบบ IT ด้านโลจิสติกส์ด้วยงบประมาณมหาศาล แต่กลับไม่สามารถใช้ประโยชน์จากระบบดังกล่าวได้อย่างคุ้มค่าหรือแก้ปัญหาได้ไม่ตรงจุด และยังทำให้เกิดการความไม่ต่อเนื่องในการดำเนินงานจากการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานและแก้ไขระบบ IT ให้สอดคล้องกันอยู่บ่อยๆ
          ดังนั้น การเลือกระบบ IT ที่เหมาะสมจะต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ ด้านประกอบกัน เช่น ค่าใช้จ่าย ความจำเป็น ขนาดขององค์กร กิจกรรมที่จะนำมาใช้ ขอบเขตของการใช้งาน ลักษณะของข้อมูลที่ต้องใช้ ความพร้อมของบุคลากรและเครื่องมือที่มีอยู่ และที่สำคัญคือ การเข้าใจถึงกระบวนการทำงานและสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง
          ส่วนเรื่อง สุนทรียภาพในงานโลจิสติกส์นั้น ที่ผ่านมาอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญหรือมีบทบาทน้อยมากเมื่อเทียบกับองค์ประกอบสองส่วนแรก แต่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการบางรายหันมาให้ความสนใจมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าเกิดความ “รู้สึกดี” กับงานโลจิสติกส์ ซึ่งเรื่องนี้มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สามารถเอามาคุยกันยาวๆ ได้ แต่ขอยกยอดไปพบกันในสัปดาห์ต่อๆ ไปครับ

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 28 ธันวาคม 2551, ธุรกิจ : HR Management

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *