จอห์น เอฟ เคเนดี้ แบบอย่างชีวิตการเรียนในรั้วฮาร์วาร์ด


จอห์น เอฟ เคเนดี้ แบบอย่างชีวิตการเรียนในรั้วฮาร์วาร์ด
 
วันที่ : 2 เมษายน 2551 นิตยสาร/หนังสือพิมพ์ : สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
 
 
 
.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
 
               หากจะกล่าวถึงบรรดาศิษย์เก่าของฮาร์วาร์ด จอห์น เอฟ เคเนดี้ (John Fitzgerald. Kennedy) นับว่าเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนคิดถึง เนื่องจากได้ชื่อว่าเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุน้อยที่สุดคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา อีกทั้งชื่อนี้ยังถูกนำมาใช้เป็นชื่อของ วิทยาลัยรัฐศาสตร์ของฮาร์วาร์ด  (John F. Kennedy School of Government) ในปี ค.ศ. 1966 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการจากไปอย่างกะทันหันของศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงคนนี้
 
              แม้ว่าจอห์น เอฟ เคเนดี้ จะไม่ได้เป็นศิษย์เก่าคนต้น ๆ ที่เป็นประธานาธิบดี แต่ถือได้ว่าเป็นศิษย์เก่าที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยตั้งแต่เรียนฮาร์วาร์ดเลยก็ว่าได้ ผลงานที่โดดเด่นของเคเนดี้คือ วิทยานิพนธ์เรื่อง Why England Slept ต่อมาได้รับการตีพิมพ์และกลายเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุด โดยเป็นเรื่องราวของบทวิเคราะห์ว่า ทำไมอังกฤษจึงอ่อนข้อให้เยอรมันในสนธิสัญญามิวนิค จนถึงขั้นที่เยอรมันสามารถยึดดินแดนสุเดนเทน (Sudetenland) จากเชกโกสโลวาเกีย
 
              ชีวิตในรั้วฮาร์วาร์ดของจอห์น เอฟ เคเนดี้นับว่าน่าสนใจ เนื่องด้วยแบบอย่างที่เป็นทั้งนักศึกษาที่สนใจใฝ่เรียนรู้ และมีความสนใจในกีฬาอย่างมาก แม้ว่าเขาจะไม่ประสบความสำเร็จในฐานะนักกีฬา เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสที่หลัง ทำให้ไม่สามารถเล่นกีฬาได้อีก แต่ในด้านการเรียนนั้นนับได้ว่า เป็นนักศึกษาชั้นยอดที่จบด้วยคะแนนเกียรตินิยม และสร้างผลงานชั้นยอดออกสู่สังคม
 
            ความสำเร็จในการเรียนของจอห์น เอฟ เคเนดี้นี้ เกิดจากลักษณะชีวิตที่โดดเด่นในหลายด้าน ประกอบด้วย
 
              ความบากบั่นมุมานะในการค้นคว้า และเปิดรับข้อมูลจากหลายมุมมอง เห็นได้จากการที่เขาได้ใช้เวลาในช่วงปีที่ 3 ในการเรียนเดินทางไปยุโรปถึง 2 ครั้ง เพื่อเก็บข้อมูลในการทำงาน ผ่านการสังเกตการณ์ พูดคุยกับบุคคลในแวดวงต่าง ๆ เช่น นักการทูต นักหนังสือพิมพ์ นักการเมือง ถึงสถานการณ์การเมืองและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นฉนวนนำไปสู่การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

              ลักษณะนิสัยเหล่านี้ติดตัวเขาไปจนเมื่อเขาเป็นประธานาธิบดี เขามักจะตัดสินใจโดยฟังเสียงจากคนรอบข้าง และบุคคลในแวดวงต่าง ๆ เพื่อดำเนินการอย่างรอบคอบ และทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้น ตัวอย่างเช่น เขามักอ่านหนังสือพิมพ์วันละครึ่งโหล เพื่อค้นหามุมมองที่แตกต่าง และข้อมูลจากหลายแหล่ง รวมถึงให้น้ำหนักความสนใจในเรื่องสำคัญ ๆ อย่างสมดุลทั้งในด้านการศึกษา การเงิน การคลัง และอื่น ๆ

 
            ความเป็นนักอ่านตัวยง นับเป็นส่วนสนับสนุนความสำเร็จในการเรียนที่ฮาร์วาร์ด นิสัยรักการอ่านของเขาเกิดจากในสมัยเด็กร่างกายอ่อนแอไม่สามารถไปไหนมาไหนได้ การอ่านจึงเป็นเสมือนเพื่อนที่พาเขาเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ได้พบปะกับ แลกเปลี่ยนความคิดกับนักเขียนผ่านทางตัวหนังสือ
               
              ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกใจว่า เมื่อเขาจบชั้นมัธยมศึกษา เขาได้รับการโหวตจากเพื่อนว่าเป็น “บุคคลที่จะประสบความสำเร็จที่สุด”  และในเวลาต่อมาได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และจบด้วยคะแนนเกียรตินิยม
 
              การเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์จากรั้วฮาร์วาร์ด กลายเป็นส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมให้ศิษย์เก่าฮาร์วาร์ดคนนี้ มีความรู้ทั้งในเชิงวิชาการ และมีจิตใจที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง เห็นได้จากการอาสาตัวเป็นทหารเข้าไปสู้รบในสงครามหลังจบการศึกษา ความกล้าหาญในการช่วยลูกเรือ PT-109 จากการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม และเมื่อเข้ามาทำงานการเมืองเขาอาสาตัวเองทำงาน เพื่อเมืองและประเทศที่เขารักจนนาทีสุดท้ายของชีวิต
 
              ประโยคทองที่เขากล่าวว่า
 
              อย่าถามว่าประเทศจะให้อะไรกับคุณ แต่ขอให้ถามตัวคุณว่า คุณจะสามารถทำอะไรให้แก่ประเทศบ้าง
 
              ได้สะท้อนจิตใจที่เห็นคุณค่าของการทำเพื่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตนของเขาอย่างเด่นชัด และเป็นประโยคที่หลายคนนำไปขบคิดและใช้เป็นอุดมการณ์ในชีวิตของตน
 
 
              สะท้อนคิดสู่นักศึกษาไทยที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ควรพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นนักศึกษาที่พึงประสงค์ กล่าวคือ การพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ที่เรียนรู้อย่างลึกซึ้ง เข้าใจในแก่นสารสาระของวิชา รอบรู้ในเชิงสหวิทยาการ เพื่อสามารถนำวิชาความรู้ที่ได้รับมาใช้ประโยชน์ในการทำงานในอนาคต รวมถึงการพัฒนาด้านลักษณะชีวิตที่ดีไม่ว่าจะเป็น ความอดทน ขยันหมั่นเพียร รักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีจิตสาธารณะทำเพื่อผู้อื่นและส่วนรวม
 
              ตัวอย่างการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของ จอห์น เอฟ เคเนดี้ ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกา เป็นเพียงตัวอย่างวิถีการเรียนรู้ที่เป็นหนทางหนึ่งในการนำพาสู่ความสำเร็จด้านการเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไปที่ทุกคนสามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นและนำไปประยุกต์ใช้จนเป็นวิถีชีวิตของการเรียนในมหาวิทยาลัย และส่งผลต่อความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพในอนาคตได้


You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *