จตุมัฏฐชาดกผู้เลวทราม ๔ อย่าง

จตุมัฏฐชาดกผู้เลวทราม ๔ อย่าง

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้
มีเรื่องได้ยินมาว่าวันหนึ่ง เมื่อพระอัครสาวกสองรูป นั่งสนทนาปรารภการถามและการแก้ปัญหากัน พระแก่รูปหนึ่งไปหาท่านนั่งเป็นรูปที่สาม กล่าวว่า นี่ท่าน ผมจะถามปัญหากะท่าน แม้ท่านก็จงถามข้อสงสัยของตนกะผมบ้าง พระเถระรังเกียจพระแก่นั้น ลุกหนีไป พวกบริษัทที่นั่งเพื่อจะฟังธรรมของพระเถระ จึงพากันไปเฝ้าพระศาสดา ในเวลาที่การประชุมล้มเลิกไป เมื่อพระองค์ตรัสถามว่า ทำไมพวกเธอมาผิดเวลาจึงกราบทูลเหตุนั้นให้ทรงทราบ พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรและโมคคัลลานะรังเกียจพระแก่นั้น ใช่พูดจาด้วยแล้วหลีกไป มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้แต่ก่อนก็พากันหลีกไป แล้วทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่า
ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้ถือกำเนิดเป็นรุกขเทวดา อยู่ในราวป่า ครั้งนั้นลูกหงส์สองตัวออกจากภูเขาคิชฌกูฏ จับที่ต้นไม้นั้นแล้วไปหาอาหาร เมื่อบินกลับก็พักอยู่ที่ต้นไม้นั้นเองแล้วกลับไปภูเขาคิชฌกูฏ เมื่อเวลาผ่านไป หงส์สองตัวก็มีความคุ้นเคยกับพระโพธิสัตว์ เมื่อบินผ่านไปมาต่างก็ชื่นชมสนทนาธรรมกันและกันแล้วก็หลีกไป อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อหงส์ทั้งสองจับอยู่บนยอดไม้สนทนากับพระโพธิสัตว์ สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นไม้นั้น เมื่อจะสนทนากับลูกหงส์เหล่านั้นจึงกล่าวคาถาแรกว่า :
ท่านทั้งสองพากันขึ้นไปบนค่าคบไม้อันสูง
อยู่ในที่ลับแล้วปรึกษากัน
เชิญท่านลงมาปรึกษากันในที่ต่ำเถิด
พญาเนื้อจักได้ฟังบ้าง
ลูกหงส์ทั้งสองรังเกียจ จึงพากันบินกลับไปภูเขาคิชฌกูฏ ในเวลาที่หงส์สองตัวกลับไป พระโพธิสัตว์จึงกล่าวคาถาที่ ๒แก่สุนัขจิ้งจอกว่า :
ครุฑกับครุฑเขาปรึกษากัน เทวดากับเทวดาเขาพูดกันในเรือนนี้
จะมีประโยชน์อะไรแก่สุนัขจิ้งจอก ผู้เลวทราม ๔ อย่าง * เล่า
แน่ะสุนัขจิ้งจอกผู้ชาติชั่ว เจ้าจงเข้าโพรงไปเถิด
(*สรีระ ๑ ชาติ ๑ เสียง ๑ คุณ ๑)
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า ภิกษุในครั้งนั้นได้เป็นสุนัขจิ้งจอกในครั้งนี้ ลูกหงส์สองตัวได้เป็นสารีบุตรและโมคคัลลานะ ส่วนรุกขเทวดา คือเราตถาคตนี้แล
จบ จตุมัฏฐชาดก

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *