จดหมายถึง Ben

จดหมายถึง Ben
Money Time : เสถียร ตันธนะสฤษดิ์ กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
การตัดสินใจของท่านรอบ 10 วันที่ผ่านมา ทำให้ผมมีความประทับใจในตัวท่านในฐานะประธานธนาคารกลางเป็นอย่างมาก ท่านคงต้องใช้ความกล้าหาญเป็นอย่างมากในการตัดสินใจลดดอกเบี้ยอ้างอิง Fed Fund Rate ลงมารวมกันถึง 1.25% ในสายตาของผม การตัดสินใจของท่านและคณะ บ่งชี้บางสิ่งบางอย่างที่น่าจะเป็นแบบอย่างของธนาคารกลางยุคใหม่ กล่าวคือ
1) ท่าน “ฟัง” เคยมีผู้กล่าวว่า ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจ และฟังให้มาก การทำให้ตลาดคาดไม่ถึงด้วยการลดดอกเบี้ยลงมา 0.75% ในวันที่ 22 มกราคม และตามมาด้วยการลดลงอีก 0.5% ในวันที่ 30 มกราคม 2551 สะท้อนให้เห็นว่าท่านรับทราบถึงความเดือดร้อน และสภาวะที่เป็นภัยคุกคามต่อระบบเศรษฐกิจของท่าน หากท่านจะทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ทยอยลดดอกเบี้ยลงตามกำหนดก็คงจะหาคนต่อว่าท่านยาก (เพราะสุดท้ายท่านก็ลดลงจริงๆ) แต่ท่านก็ไม่ทำ และกลับตัดสินใจโดยยอมรับว่า จะต้องมีความเสี่ยงจากการดำเนินนโยบายดังกล่าวอยู่บ้างก็ตาม
2) ท่าน “ทัน” ท่านพิสูจน์ว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข และยังทันสมัยอยู่เสมอ วิกฤตการณ์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศของท่าน มีความสลับซับซ้อนมาก หากจะดูว่าการลดดอกเบี้ยในขนาดที่มาก และจังหวะที่เหมาะสมเป็นการพิสูจน์ว่าท่านทันต่อเหตุการณ์ ก็อาจจะเป็นข้อสรุปที่เพียงพอแล้ว แต่ยังมีตัวอย่างบางอย่างที่ผมทราบ จะยืนยันความ “ทัน” ของท่าน สุนทรพจน์ที่ท่านให้ไว้แก่ The Women in Housing and Finance and Exchequer Club Joint Luncheon เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2551 เพียง 12 วันก่อนท่าน surprise ตลาดเงิน (เสียดายผม “อ่าน” ท่านไม่ขาด มิฉะนั้น….)
ท่านได้บ่งชี้ว่า ประการแรก ตัวเลข housing starts และ new home sales ได้ตกลงมากว่า 50% จากจุดสูงสุด ประการที่สอง ความล้มละลายของตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ subprime จุดประกายให้เกิดปฏิกิริยาในทางลบต่อตลาดการเงินอื่นๆ ประการที่สาม ความวิตกกังวลของนักลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อที่เกี่ยวข้อง อาจจะนำไปสู่การชะลอตัวลงโดยรวมของระบบเศรษฐกิจ หลายคนอาจจะกล่าวหาว่าท่านช้าเกินไป แต่ท่านครับ ผมอยากเรียนท่านว่าท่าน “ไม่ช้า” แต่เขาเหล่านั้นดูจะ “ลุกลน” มากไป และจนถึงขณะนี้ เขาเหล่านั้นก็คงจะรู้แล้วละครับว่า ท่านไม่ช้าและก็ไม่น้อยไปด้วย (timely and adequate)
3)ท่าน “ยืดหยุ่น” ปฏิกิริยาของ FED และมาตรการต่างๆ ที่ออกมา บ่งชี้ให้เห็นว่า ภารกิจของ FED ในการรักษาเสถียรภาพของตลาดเงิน โดยการรักษาให้ตลาดมีสภาพคล่องที่เพียงพอ สามารถทำได้มากกว่าการ “รอ” banks มาขอความช่วยเหลือ หรือ การยึดติดในกฎเกณฑ์มากเกินไปโดยไม่สนใจความวิกฤติของสถานการณ์ ตัวอย่างที่เห็นได้แก่ การแก้เกณฑ์ในการกู้เงินผ่าน discount window ให้สะดวกมากขึ้น หรือการใช้เครื่องมือใหม่ เช่น Term Auction Facility (TAF) เพื่อลบจุดด้อยของการยืดหยุ่นในการใช้ discount window เป็นต้น
4)ท่าน “โปร่งใส” อย่างที่เรียนไว้ก่อนหน้านี้ว่า เพียงผมอ่านไม่ขาดเท่านั้น ข้อเท็จจริงท่านมีศิลปะในการสื่อ โดยที่ไม่สูญเสียการรักษาความลับ เป็นสิ่งวิเศษที่ผมปรารถนาจะเรียนรู้จากท่าน มันไม่น่าจะเป็นสูตรลับเฉพาะอะไร เพียงแต่เราจะนำมันมาใช้หรือไม่ หากอ่านดีๆ เราก็จะรู้ว่า
๐ท่านชัดเจนในการดำเนินนโยบายโดยการระบุอย่างชัดแจ้งว่าเป้าหมายทางเศรษฐศาสตร์มหภาคของ FED คือ รักษาไว้ซึ่งระดับการจ้างงานที่ยั่งยืน และเสถียรภาพราคา
๐ท่านแนะให้ บุคลากรของตลาดการเงินและคณะกรรมการของท่านให้ความสนใจ “เป็นพิเศษ” ในพัฒนาการของสถานการณ์ในตลาดเจ้าปัญหาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยเกรงว่าจะมีการกระจายของปัญหาไปสู่ภาคอื่นๆ ของระบบเศรษฐกิจ
๐ท่านระบุชัดเจนว่า นโยบายการเงินต้องตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่าง “นำสมัย” (proactive) และท่านพร้อมที่จะลงมือด้วยการใช้มาตรการเพิ่มเติมที่เพียงพอ ในการสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
สุดท้ายนี้ ผมคงจะไม่มีสิ่งใดมาพรรณนาเพิ่มเติมเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของผมที่นิยมชมชอบการดำเนินนโยบายของท่าน ในฐานะเคยเป็นนักเรียนเศรษฐศาสตร์ การมีธนาคารกลางที่สามารถเป็น “พุทธิปัญญาของสังคมเศรษฐกิจ” ได้ เป็นสิ่งที่เป็นสุดยอดปรารถนาของนักเรียนเศรษฐศาสตร์อย่างน้อยก็ในยุคผม การปฏิบัติของท่านที่ “ฟัง” , “ทัน” , “ยืดหยุ่น” และ “โปร่งใส” เป็นแบบอย่างที่ดีที่ “ลอก” ไปใช้ได้โดยไม่ต้องอายใคร ดีกว่าไปลอกอย่างอื่นมา ตอนนี้จะลบก็ลบไม่ออก
ขอแสดงความนับถือ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *