งูเห่า พิษร้าย ทำลายระบบประสาท

งูเห่า พิษร้าย ทำลายระบบประสาท
คุณภาพชีวิต
แนะพบแพทย์ทันที หลังโดนกัด

งูเห่า

เป็นงูพิษขนาดกลาง จัดอยู่ในสกุลที่มีชื่อสามัญว่า Cobra ซึ่งเป็นสกุลของงูพิษที่เรียกได้ว่า เป็นที่รู้จักกันอย่างดีที่สุดในประเทศไทย พิษมีฤทธิ์ทำลายระบบประสาทที่รุนแรง และเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตจำนวนมาก เพราะถูกงูเห่ากัดมากกว่างูพิษในสกุลอื่น ๆ มีหลากหลายทางสีมาก เช่น ดำ น้ำตาล เขียวอมเทา เหลืองหม่น รวมทั้งสีขาวปลอดทั้งลำตัว ที่เรียกว่า งูเห่านวล หรือ งูเห่าสุพรรณ มีทั้งที่มีลายตามตัว และไม่มีลาย ไม่มีดอกจัน

งูเห่า เป็นงูที่จัดอยู่ในงูที่อันตราย มีนิสัยดุร้ายเช่นเดียวกับงูจงอาง ฉกกัดเหยื่อเมื่อเกิดอาการตกใจ มักทำเสียงขู่ฟู่ ๆ โดยพ่นลมออกจากทางรูจมูกจึงได้ชื่อว่า งูเห่า

เป็นงูที่มีพิษร้ายแรง มีร่องและรูทางออกของน้ำพิษทางด้านหลังของเขี้ยวพิษ เขี้ยวพิษขนาดไม่ใหญ่นักซึ่งผนึกติดแน่นกับขากรรไกรขยับไม่ได้ นอกจากเขี้ยวพิษแล้วอาจมีเขี้ยวสำรองอยู่ติด ๆ กันอีก 1 – 2 อัน ที่ขากรรไกรล่างไม่มีฟัน งูเห่าเมื่อโตเต็มวัย มีความยาวประมาณ 120-150 เซนติเมตร เมื่อเทียบตามส่วนแล้วงูเห่าสามารถแผ่แม่เบี้ยได้กว้างที่สุดกว่าชนิดอื่น ยกตัวชูคอแผ่แม่เบี้ยได้สูงที่สุดประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวลำตัว เกล็ดบนหัวมีขนาดใหญ่ พบในภาคกลางได้แก่ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา นครนายก อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี นครปฐม ในทุกพื้นที่ แม้แต่กระทั่งในสวนหรือพงหญ้าในเมือง

ลักษณะทั่วไป

หัวมีลักษณะกลมเรียว หางเรียวยาว เราสามารถแยกเพศของงูเห่าได้จาก หัว และ แม่เบี้ย เช่น งูตัวผู้ หัวจะทู่ใหญ่ แม่เบี้ยจะแผ่กว้างเป็นวงกลม ส่วนตัวเมีย หัวจะหลิม ปลายจมูกเรียว แม่เบี้ยแคบกว่าตัวผู้ และมีลักษณะเป็นวงรี หรือใหญ่ช่วงตอนบน แล้วค่อยๆ เรียวเล็กลงมา ในตอนล่าง การเคลื่อนไหวปกติจะเลื้อยไปช้า ๆ ค่อนข้างว่องไว เมื่อตกใจจะชูคอขู่ แผ่แม่เบี้ย ขู่เสียงดังฟ่อ ๆ จาก การหายใจแรง และฉกกัด เมื่อถูกตัว หรือ มาใกล้ชิดตัว ชอบอยู่ตามพื้นดิน อาหารโดยปกติของงูเห่า คือ หนู นก หรือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กหรือสัตว์เลื้อยคลานหรือแม้กระทั่งงูด้วยกันบางชนิดที่มีขนาดเล็กกว่า

งูเห่า จัดเป็นงูพิษที่มีอันตรายมากที่สุดของประเทศไทย มีพิษร้ายแรงที่สุด ทำลายระบบประสาท ผู้ถูกกัด จะ เป็นอัมพาตต่อระบบหายใจ และกล้ามเนื้อต่าง ๆ โดยปกติจะไม่จู่โจมมนุษย์ก่อน หากไม่ถูกรบกวน งูเห่า ยังมีชื่อเรียกต่าง ๆ อีกว่า ” งูเห่าหม้อ ” หรือ ” งูเห่าดง ” เป็นต้น

พิษของงูเห่า

พิษเฉพาะที่

มีอาการเสียวแปลบเกิดขึ้นทันทีตรงบริเวณที่ถูกงูเห่ากัด ต่อมาจะปวดเล็กน้อย อาการปวดจะเพิ่มมากขึ้น มักจะมีรอยเขี้ยวพิษ 2 จุด มีเลือดออกซิบๆ ถ้ารอยเขี้ยวห่างกันมากแสดงว่างูที่กัดมีขนาดใหญ่ หลังจากนั้น 30 นาทีบริเวณรอยเขี้ยวจะบวมเล็กน้อย และบวมมากขึ้นช้าๆเฉพาะรอบๆ แผลเท่านั้น

พิษโดยทั่วไป

หลังจากงูกัด 30นาที-5 ชั่วโมงเริ่มเกิดอาการแรกคือ เวียนหัว แขนขาไม่มีแรง และง่วงนอนลืมตาไม่ขึ้น ตามองไม่ชัด ซึ่งตอนแรกอาจจะเกิดขึ้นทีละข้างก่อน ข้อนี้ถือเป็นเกณฑ์ในการวินิจฉัย ถ้าเจอผู้ป่วยระยะนี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

ต่อมาอาการจะเพิ่มมากขึ้น แขนขาหมดแรง ตาหรี่มากขึ้น กระวนกระวาย ลิ้นแข็ง พูดอ้อแอ้น้ำลายมากเพราะกลืนลำบาก เริ่มมีอัมพาตของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนอาหาร อ้าปากไม่ขึ้น หายใจอึดอัด กระสับกระส่ายเพราะมีอัมพาตของกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ จากนั้นจะหยุดหายใจ และตายในที่สุด

ตั้งแต่ถูกงูกัดจนกระทั่งหยุดหายใจอาจกินเวลาประมาณ 8-24 ชั่วโมงขึ้นกับปริมาณของพิษงูที่ได้รับ ถ้าได้รับพิษมากอาจเกิดอาการใน 1 ชั่วโมง หลังจากถูกงูกัด 1ชั่วโมงถ้ายังไม่เกิดอาการบวม และเมื่อถึง 2 ชั่วโมงก็ยังไม่มีอาการแต่อย่างใดย่อมแสดงว่าไม่มีพิษทั่วไป

การรักษา

การรักษาแผล ไม่จำเป็นต้องกรีดแผลหรือกว้านแผล ถ้าตุ่มใสขนาดเล็กไม่ต้องเจาะแต่ถ้าเป็นตุ่มขนาดใหญ่ให้เจาะดูดออกโดยใช้เข็มโดยวิธีปลอดเชื้อ ไม่ให้ถูกฐานของแผล ถ้าแผลสกปรกควรฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก

การให้ยาปฏิชีวนะควรให้ทุกรายเนื่องจากมีเชื้อในปากงู ยาที่ควรให้ได้แก่ Pen v 250 mg วันละ 4-8 เม็ด

การให้ Serum แก้พิษงูควรให้ในรายที่มีอาการดังต่อไปนี้

พูดอ้อแอ้ พูดไม่ชัด ลิ้นคับปาก

กลืนไม่ค่อยลง

หายใจขัด

หายใจไม่ออก

หยุดหายใจ

ที่มา : เว็บไซต์พิกิพีเดีย

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *