คุณกำลังเป็นพ่อแม่บ้างานหรือเปล่า?

คุณกำลังเป็นพ่อแม่บ้างานหรือเปล่า?
คุณภาพชีวิต
ส่งผลไม่มีเวลาทำกิจกรรมกับครอบครัว

หากคุณมักจะหอบงานกลับมาทำต่อที่บ้านจนดึกดื่น จนไม่มีเวลาทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวและลูกๆ หรือไม่มีแม้เวลาให้กับการพักผ่อนของตัวเอง ไม่แน่ว่าคุณอาจกำลังเป็นอีกหนึ่งคนที่ “เสพติดการทำงาน”

คนทำงานยุคใหม่จำนวนไม่น้อย แม้จะแต่งงานมีครอบครัวแล้ว แต่ก็ยังมีความมุ่งมั่นใฝ่ฝันจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างสูง พวกเขายังทำงานหนัก เลิกงานดึกดื่น และหวังให้คู่ครองเข้าใจในไลฟ์สไตล์ดังกล่าว แถมยังมีคำแก้ตัวสวยหรูที่ว่า “ทั้งหมดนี้ทำเพื่อครอบครัว” เป็นตัวช่วยอีกต่างหาก

สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับภาวะดังกล่าว แม้ว่าการเสพติดการทำงานจะไม่ร้ายแรงเท่ากับการติดสิ่งเสพติด แต่ก็ไม่ใช่พฤติกรรมที่ดีต่อตัวเองและสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ เท่าใดนัก เนื่องจากคนที่อาศัยความสำเร็จในการทำงานเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจนั้นจะรู้สึกว่าตนเองหมดคุณค่าลงไปได้ง่าย หากสิ่งที่พวกเขาตั้งเป้าเอาไว้ล้มเหลว ซึ่งนั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับครอบครัวและตัวของคุณเอง โดยเฉพาะหากเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วยแล้ว เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าจิตใจของคุณค่อนข้างเปราะบาง และยังขาดความมั่นคง

เส้นทางกลับคืนสู่สมดุล

การได้หยุดคิด และมองเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา อาจทำให้คุณพ่อหรือคุณแม่ผู้คลั่งการทำงานได้มีโอกาสทบทวนถึงสิ่งต่างๆ ที่ตนเองละเลยในช่วงชีวิตที่ผ่านมา และไม่ว่าเหตุผลที่ทำให้ต้องมุทำงานหนักนั้นคืออะไร แต่หากตั้งคำถามถึงอนาคตของครอบครัวและตัวเอง และหาคำตอบด้วยใจเป็นกลางแล้ว เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนคงรู้สึกดีกว่า หากชีวิตของตนเองจะมีด้านที่หลากหลายให้จดจำ เช่น มีครอบครัวที่พร้อมจะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุข มีห้วงเวลาที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆ และคู่ชีวิต มีเพื่อนให้ร่วมหัวเราะและเลี้ยงสังสรรค์ สิ่งเหล่านี้มีคุณค่าไม่แพ้การประสบความสำเร็จในการทำงานเพียงอย่างเดียว

แต่การจะกลับสู่โลกแห่งความสมดุลก็ต้องการเวลาในการปรับตัว สำหรับมนุษย์ผู้คลั่งการทำงาน เขาอาจเริ่มได้ไม่ง่ายนัก เพราะต้องเริ่มใจแข็ง ตัดแบ่งเวลาที่เคยเป็นของ “งาน” ออกไป และหันมาหาครอบครัว หรือคนรอบตัวมากขึ้น

แนวทางการสร้างสมดุลใหม่ให้ชีวิตอาจเริ่มต้นได้ง่ายๆ ดังนี้

– กำหนดเวลาชัดเจนในการทำงาน

– แบ่งเวลาให้กับครอบครัว หรืองานอดิเรกที่คุณสนใจ และต้องใช้เวลาเหล่านั้นอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่หาอะไรทำทดแทนเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องกลับไปบ้างานเหมือนอย่างเก่า แล้วคุณจะได้พบว่า นอกจากงานที่ทำอยู่นั้น คุณยังมีความสามารถในด้านอื่นๆ ที่มีคุณค่าต่อตัวเองแฝงอยู่อีกมากมาย

– หาเวลาไปออกกำลังกาย เพราะการใส่ใจกับสุขภาพของตนเอง ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตมีคุณค่า การมีร่างกายที่แข็งแรง จะนำมาซึ่งจิตใจที่แจ่มใส และจะทำให้ศักยภาพในการเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ รอบตัวเพิ่มมากขึ้น

– ใส่ใจกับความรู้สึกของคนในครอบครัว

– กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความล้มเหลวเล็กๆ น้อยๆ เพราะทันทีที่คุณบอกกับตัวเองว่า คุณจะแบ่งเวลาที่เคยมีให้งานไปให้กับสิ่งอื่นๆ เชื่อแน่ว่ามันจะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นและทำให้คุณรู้สึกว่า คุณกำลังล้มเหลวในการทำงาน ตรงนั้นก็ผิดตรงนี้ก็พลาด ถ้าคุณมีเวลาดูอีกสักหน่อยมันต้องไม่พลาดแน่ๆ และสำหรับคนที่จิตใจไม่เข้มแข็งพอ ไม่สามารถเผชิญหน้ากับความผิดพลาดนั้นได้ พวกเขาก็อาจกลับไปเป็นมนุษย์บ้างานอีกได้ไม่ยาก แต่ถ้าสามารถควบคุมมันได้ คุณก็จะก้าวออกจากชีวิตมนุษย์ทำงานได้เร็วขึ้นอีกก้าวหนึ่ง

คงเป็นเรื่องที่น่าเศร้า สำหรับคนที่มีครอบครัว – บุตรแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด และปล่อยให้ชีวิตครอบครัวพังทลายลง เพียงเพราะความอ่อนแอทางจิตใจ ทั้งหมดนี้อาจเกิดขึ้นได้เพียงเพราะมีจุดเริ่มต้นที่ผิดพลาด เช่น การจัดลำดับสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับชีวิตผิดเพี้ยนไป ให้ความสำคัญกับการทำงานเหนือกว่าสิ่งอื่นใดจนลืมคุณค่าอื่นๆ ที่มนุษย์ควรจะมี และทันทีที่สิ่งเหล่านั้นล้มเหลว เขาก็จะไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยวได้อีก

แต่สำหรับผู้ที่สามารถจัดสรรเวลาในชีวิตได้อย่างลงตัว มีเวลาดีๆ ร่วมกับครอบครัวและลูก พอๆ กับมีเวลาสำหรับบริหารจัดการงานในออฟฟิศ มักจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ และมีความสุขกับชีวิตมากกว่า เพราะอย่างน้อยภายในจิตใจของเขาเหล่านั้นก็ไม่เคยอ้างว้าง หากแต่เต็มไปด้วยกำลังใจดีๆ จากคนในครอบครัว และเขาได้ใช้มันในการผลักดันตัวเองให้ก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง

ที่มา: หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *