คิดแบบกลยุทธ์ ทำแบบมืออาชีพ : เรื่องของ ‘ความเสียหาย’

คิดแบบกลยุทธ์ ทำแบบมืออาชีพ : เรื่องของ “ความเสียหาย”
วันพรุ่งนี้…ถ้าองค์กรของท่าน เกิดความเสียหายพร้อมๆ กันระหว่าง…Computer, เครื่องถ่ายเอกสาร, รถส่งของ และทัศนคติ-ทักษะที่มีปัญหาของพนักงาน….ท่านจะเลือกซ่อมอะไรบ้าง และอะไรก่อน?
ขณะที่ท่านกำลังนั่งทำงานบน Computer ตัวโปรดของท่าน ปรากฏว่าเครื่องของท่าน แฮงค์ ! โปรแกรมที่ท่านกำลังใช้อยู่เกิดรวน ข้อมูลมีปัญหา เป็นอาการที่อาจจะโดนไวรัส หรือไม่ก็อุปกรณ์บางอย่างเสีย..ท่านจะทำอย่างไร?
ทางเลือกที่หนึ่ง ซ่อมหรือแก้ไขเอง ในกรณีที่ท่านมีความรู้ ทางเลือกที่สอง ส่งซ่อม ทางเลือกที่สามซื้อใหม่ ทางเลือกที่สี่ เฉยๆ ปล่อยช่างมัน !?
ขณะที่ท่านให้พนักงานของท่านไปถ่ายเอกสารสำคัญที่ต้องใช้สำหรับการประชุม แต่เครื่องถ่ายเอกสารของท่านเกิดเสีย เป็นอาการหนักที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่านจะทำอย่างไร?
ทางเลือกที่หนึ่ง ซ่อมหรือแก้ไขเอง ในกรณีที่ท่านมีความรู้ ทางเลือกที่สอง ส่งซ่อม ทางเลือกที่สาม ซื้อใหม่ ทางเลือกที่สี่ เฉยๆ ปล่อยช่างมัน !?
รถส่งสินค้าของบริษัทท่านที่จะต้องไปส่งสินค้าในทุกๆ วัน..เกิดเสีย ท่านจะทำอย่างไร?
ทางเลือกที่หนึ่ง ซ่อมหรือแก้ไขเอง ในกรณีที่ท่านมีความรู้ ทางเลือกที่สอง ส่งซ่อม ทางเลือกที่สาม ซื้อใหม่ ทางเลือกที่สี่ เฉยๆ ปล่อยช่างมัน !?
จากตัวอย่างของอุปกรณ์การทำงาน การทำธุรกิจทั้ง 3 ตัวอย่าง ผมคิดว่าแทบจะไม่มีใครเลือกทางที่สี่เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ก็คือ เฉยๆ ปล่อยช่างมัน เพราะการเลือกแบบนี้เท่ากับปล่อยให้ผลเสียเกิดขึ้นและคงอยู่โดยไม่มีการแก้ไข ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่กับงานที่ต้องเกี่ยวข้อง
แต่เชื่อหรือไม่? ในเวลานี้มีอยู่ “สิ่งหนึ่ง” ที่กำลังเสียอยู่ในแทบทุกองค์กรทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ องค์กรที่ฉลาดจะรับรู้และตระหนักในความสำคัญของความเสียหายของสิ่งนี้ ก็จะเริ่มทำการแก้ไข อาจจะด้วยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญขององค์กรเอง หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาซ่อมหรือมาสร้างสิ่งใหม่ๆ ทดแทนในส่วนที่เสียหายไป
องค์กรที่ฉลาดกว่านั้น นอกจากจะตระหนักและซ่อมแล้ว ยังทำการบำรุงรักษา เพื่อป้องกันอย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งนี้ ไม่ใช่ก็เร็วมักจะเกิดอาการรวนเป็นระยะๆ แต่เมื่อซ่อมและบำรุงรักษารวมทั้งป้องกันแล้ว เมื่อเกิดอาการรวนก็จะแก้ไขได้ง่าย หรือช่วยลดอาการรวนให้ลดน้อยลง
เพราะองค์กรที่ฉลาดจะให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มากที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่ชี้เป็นชี้ตาย กำหนดความรุ่งโรจน์หรือความล่มสลายขององค์กร
ยังมีองค์กรอีกจำนวนไม่น้อย ที่ไม่แน่ใจว่าฉลาดหรือไม่ค่อยจะฉลาด…คือรับรู้ว่าสิ่งนี้เกิดความเสียหาย แต่ยังลังเลที่จะซ่อมหรือแก้ไข! ทั้งๆ ที่รู้ว่าปล่อยแล้วจะเกิดความเสียหายที่เรื้อรังหรือรุนแรงในอนาคตอันใกล้ ก็ยังคงปล่อยไว้ แต่จะกระตือรือร้นทันทีที่อุปกรณ์สำนักงาน คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เกิดความเสียหาย จะรีบซ่อมรีบแก้ไขทันที! แต่ก็ยังคงปล่อยให้ “สิ่งนี้” ที่น่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ได้รับการยอมรับของแทบทุกองค์กรทั่วโลก คาไว้ต่อไป
องค์กรที่ปราศจากซึ่งความฉลาดแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโง่เขลา นอกจากจะไม่ตระหนัก ไม่รับรู้ถึงความสำคัญของ ”สิ่งนี้” แล้ว ผู้บริหารยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ “สิ่งนี้” เกิดความชำรุด เสียหาย โดยการใช้ ”สิ่งนี้” อย่างไม่บันยะบันยัง
คิดซะว่ามีแล้วก็ใช้ให้คุ้ม ไม่มีการบำรุงรักษา เมื่อเสียหายก็ปล่อยให้ตายซากไปเอง โดยลืมคิดไปว่าความเสียหายของ ”สิ่งนี้” ส่งผลกับรายได้ และปัญหาอีกสารพัดอย่างให้เกิดขึ้นกับองค์กร
“สิ่งนี้” ที่กำลังเสียหายไม่มากก็น้อยในแต่ละองค์กร…ก็คือ “คน”
แต่ละองค์กรจะมีคนที่เกิดปัญหาทั้งในเรื่องของทัศนคติเชิงลบ กับงาน กับหัวหน้างาน กับสินค้า กับองค์กร…
แต่ละองค์กรจะมีคนที่มีปัญหาในเรื่องทักษะที่ไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับสภาวะการแข่งขันที่เชี่ยวกรากในปัจจุบัน ที่ไม่สามารถใช้ทักษะเดิมๆ ในการคิดและปฏิบัติงานในยุคปัจจุบันได้
วันพรุ่งนี้…ถ้าองค์กรของท่านเกิดความเสียหายพร้อมๆ กันระหว่าง…Computer, เครื่องถ่ายเอกสาร, รถส่งของ และทัศนคติ-ทักษะที่มีปัญหาของพนักงาน….ท่านจะเลือกซ่อมอะไรบ้าง และอะไรก่อน?
ทางเลือกที่หนึ่ง ซ่อมหรือแก้ไขเอง ในกรณีที่ท่านมีความรู้
ทางเลือกที่สอง ส่งซ่อม
ทางเลือกที่สาม ซื้อใหม่
ทางเลือกที่สี่ เฉยๆ ปล่อยช่างมัน
พึงจำไว้ว่า ทางที่ท่านเลือก คือ อนาคตของบริษัท
ที่มา : ธีรพล แซ่ตั้ง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *