คำสอนเจ้าสัวเกียรติ วัธนเวคิน ถึงลูก

คำสอนเจ้าสัวเกียรติ วัธนเวคิน ถึงลูก

ธุรกิจใต้ร่ม “วัธนเวคิน” ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งมีต้นสาแหรกมาจากกลุ่มอุตสาหกรรม ที่มีบริษัท น้ำตาลตะวันออก เป็นธงนำ กลุ่มการเงิน แบงก์เกียรตินาคิน และกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในชื่อ ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ธุรกิจร่วมทุนกับตระกูลว่องกุศลกิจ
คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน พี่สาวคนโตของคุณแม่จรรย์สมร ภรรยาคนที่สองของเจ้าสัวเกียรติ ซึ่งมีบทบาทในการเป็นผู้นำธุรกิจของตระกูล
เธอ บอกถึงทิศทางของธุรกิจว่า ครอบครัวให้น้ำหนักทั้ง 3 กลุ่มใกล้เคียงกัน โดยไม่ได้ยึดหลักว่าเมื่อเป็นธุรกิจครอบครัวแล้วต้องบริหารโดยคนในครอบครัวเท่านั้น แต่จะเปิดทางให้มืออาชีพที่มี “ความเชี่ยวชาญ” เข้ามาบริหารในธุรกิจนั้นๆ
เพราะยึดหลักความ “ยั่งยืน” ต้องมาก่อน “ครอบครัว”
การบริหารในแต่ละกลุ่มจึงออกมาในรูปครอบครัวน้ำตาลตะวันออก ครอบครัวเกียรตินาคิน มากกว่าจะเป็นครอบครัววัธนเวคิน
แม้ว่าจะมีธุรกิจในเครือ 3 กลุ่ม แต่คุณหญิงณัฐิกา บอกว่า การบริหารจะแยกจากกันค่อนข้างเด็ดขาด และไม่มีนโยบายทำธุรกิจ “เอื้อประโยชน์” ภายในกลุ่ม
“จะเห็นว่าเรา (โรงน้ำตาลตะวันออก) ไม่เคยใช้เงินแบงก์เคเค (เกียรตินาคิน) แม้แต่ แม้แต่สลึงเดียว เพราะถือว่าถ้าไม่สามารถหาที่อื่นได้ และไม่สามารถดำรงด้วยตัวเอง ธุรกิจนั้นไม่ควรทำ เพราะจะกลายเป็นว่าธุรกิจพันกัน ทั้งที่บางธุรกิจเรารู้ยิ่งกว่ารู้ว่าชัวร์ปึ้ก ไม่มีทางเสียหายแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะจะทำให้สับสน ดึงกันไปดึงกันมาอาจจะก่อปัญหาในภายหลัง”
ปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่เธอบอกว่า ต้องอยู่บนคำว่า จรรยาบรรณ โปร่งใส ถูกถ่ายทอดมาจากเจ้าสัวเกียรติ ซึ่งถือในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
เธอ เล่าว่า คุณพ่อบอกว่า การทำสถาบันการเงินต้องทำให้เป็นสถาบันการเงินจริงๆ ไม่ใช่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่ง หรือมาเอื้อธุรกิจที่ทำอยู่
“คุณพ่อจะบอกเสมอว่า นี่เป็นเงินของคนอื่นที่เราต้องเข้าไปดูแล ซึ่งต้องดูแลให้ดียิ่งกว่าเงินของตัวเอง
อย่างตอนที่พี่เข้าไปเป็นกรรมการในเกียรตินาคิน พ่อก็ขอว่าอย่าเล่นหุ้น เราก็ไม่เข้าใจ เพราะบางอย่างต้องเรียนรู้เหมือนกัน แต่ท่านบอกว่า เล่นเพื่อเรียนรู้ไม่มีปัญหา บริษัทเขาก็มีพอร์ตไปเล่นให้บริษัทก็ได้ แต่ส่วนตัวไม่ให้เล่น จะสร้างความสับสนใจให้ลูกค้า เพราะถ้าดีเราจะเก็บไว้เองหรือเปล่า แล้วถ้าเอาเวลาที่มาทำประโยชน์เพื่อตัวเองไปให้กับการทำงานดีกว่า”
แม้ว่าพี่น้องสายเลือดเดียวจะมีถึง 16 คน แต่เธอ บอกว่า มีเพียง 7 คนเท่านั้น ที่เข้ามาบริหารธุรกิจของตระกูล สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะเจ้าสัวเกียรติ หัวสมัยและใจกว้างพอที่จะไม่บังคับให้ลูกทุกคนต้องอยู่ใต้ร่มธุรกิจของครอบครัว
“เมื่อผ่านพ้นวัยคุณพ่อไปแล้ว ในการส่งมอบต่อให้ ถ้าเขาไม่มีความเก่งกาจสามารถมากพอเขารับไปแล้วเหมือนไปทำลายเขา ไปทำให้เขายิ่งล้มเหลวมากขึ้น แต่ถ้าส่งต่อแล้วเขาสามารถไปพัฒนาต่อได้อันนั้นทำ”
Succession Plan หรือการสืบทอดธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นของกลุ่ม “วัธนเวคิน” จึงไม่เหมือนกลุ่มน้ำตาลมิตรผล หรือกงสีไหน แม้ว่าใจลึกๆ เธออยากให้มีการวางตัวทายาทธุรกิจเช่นเดียวกับกลุ่มมิตรผล
แต่เพราะทายาทธุรกิจรุ่น 3 ที่จะก้าวขึ้นมายังเด็กเกินกว่าจะวางอนาคตที่ชัดเจนได้
“รุ่นหลานๆ โตสุดก็เพียง 20 ปี อายุยังน้อย และแต่ละคนก็เลือกสายงานที่เขาถนัด แต่ก็ยังมองไม่ออก เราแค่เปิดโอกาส ให้ข้อแนะนำ ส่วนจะเดินไม่เดินก็แล้วแต่ ตั้งแต่รุ่นพี่ก็บังคับกันไม่ได้แล้ว”
ทายาทธุรกิจในมุม คุณหญิงณัฐิกา จึงเป็นการผลัก “คนใน” ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกหลานขึ้นมาสืบทอดกิจการ โดยเธอจะคอยเป็น “โค้ช” ให้คำแนะนำ
หนึ่งในการสร้างทายาทธุรกิจเธอใช้วิธี “พี่สอนน้อง” และ “การกระจายงาน”
แทนที่หัวหน้าจะต้องลงมือลุยเดี่ยวสร้างให้พวกเขามีลูกมือ และแบ่งงานกันทำ แล้วลูกพี่หัวคอยคุมงาน เป็นกระบวนการสร้าง “เบอร์ 2”
เธอ บอกว่า ลูกมือที่ช่วยงานมีไม่ต่ำ 3 คน และเมื่อไรที่มีประชุมทั้งในและนอกบริษัทเธอจะหนีบลูกมือเหล่านี้ไปด้วย ไม่ใช่เพื่อบริการอำนวยความสะดวก แต่ทุกคนไปเพื่อเรียนรู้งาน
“เวลาประชุมพี่จะบอกให้หัวหน้าเอาลูกน้องมาประชุมร่วมด้วยคนหนึ่ง มีตัวตายตัวแทน ขณะเดียวกันงานมันเยอะ ฟังแล้วอาจไม่เข้าใจทั้งหมด หรือให้ลูกน้องไปดูแลเรื่องนี้ เอาลูกน้องอีกชุดไปดูอีกเรื่อง ตัวเองจะได้ดูข้างบนได้ เป็นการสร้างมือในการทำงาน เท่ากับสอนงาน ไม่งั้นเราพัฒนาไป คนอื่นไม่พัฒนา”
เธอ บอกว่า ต้องให้โอกาสคนในก่อน แม้บางครั้งฝีมือจะสู้คนนอกไม่ได้ แต่เชื่อว่า “ความผูกพัน” และ “ใจ” ของคนสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่ส่วนอื่นๆ ยังช่วยกันได้ ที่สำคัญต้องมี “บารมี” มากพอที่ทุกคนจะยอมรับ
“คุณพ่อพี่เคยบอกว่า คนเราจะฉลาดเหนือคนอื่นต้องเห็นอะไรมากกว่าคนอื่น ก็เหมือนอย่างที่พี่เลือกคน ถ้าคุณอยู่ในบ่อนี้แล้วบอกเป็นเจ้าของบ่อ แต่ถ้าคุณต้องไปบริหารหลายๆ บ่อ พี่ก็คงเลือกคุณไม่ได้”
ปรัชญา ความคิดของเจ้าสัวเกียรติ จึงเปรียบเสมือน “ไบเบิล” ให้คนในตระกูลวัธนเวคินยึดเป็นแนวทาง

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *