คัน-ตกขาว-ปวดท้องน้อย อาการ ‘ติดเชื้อภายใน’

คัน-ตกขาว-ปวดท้องน้อย อาการ ‘ติดเชื้อภายใน’
• คุณภาพชีวิต
ปล่อยไว้เสี่ยงเป็นหมัน-เนื้องอก จนถึงตัดมดลูกทิ้ง

ด้วยโครงสร้างสรีระอันสลับซับซ้อนของระบบสืบพันธุ์ ทำให้ผู้หญิงติดเชื้อภายในได้ง่าย จากการสำรวจของหน่วยงานสาธารณสุข พบว่า ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ประสบปัญหาการติดเชื้อภายในสูงถึง 80% แต่ส่วนใหญ่ไม่ไปพบหมอเพราะอาย ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังเป็นเวลานานและกลายเป็นต้นเหตุสำคัญของการเป็นหมัน ท้องนอกมดลูก เนื้องอก ซีสต์หรือมะเร็งในระบบสืบพันธุ์จนต้องตัดมดลูกทิ้ง

การติดเชื้อภายในระบบสืบพันธุ์มีชนิดใดบ้าง…

การติดเชื้อภายในระบบสืบพันธุ์ส่วนล่าง เช่น ช่องคลอดอักเสบ ปากมดลูกอักเสบ เป็นต้น

การติดเชื้อภายในระบบสืบพันธุ์ส่วนบน เช่น ปีกมดลูกอักเสบ รังไข่อักเสบ เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ เยื่อบุช่องท้องภายในอุ้งเชิงกรานอักเสบ เป็นต้น บางครั้งอาจพบอาการอักเสบร่วมกันจนแยกจากกันไม่ออก จึงมักจะเรียกรวมๆ กันว่า อุ้งเชิงกรานอักเสบ

การติดเชื้อภายใน…ความทุกข์ทรมานของผู้หญิง

อาการอันเกิดจากการติดเชื้อภายในระบบสืบพันธุ์ ได้แก่…

คัน อาการคันและปวดแสบปวดร้อนบริเวณช่องคลอด ถือเป็นอาการที่น่ารำคาญเป็นอย่างมาก เพราะว่าอาการนี้จะตามรังควานตลอดเวลา และเมื่อเราคันก็จะเกา แล้วยิ่งเกาก็ยิ่งคัน ประกอบกับตำแหน่งที่คันอยู่ในบริเวณที่ไม่ควรเกาต่อหน้าผู้อื่น ก็ยิ่งสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ที่มีอาการคันเป็นอย่างมาก

เหม็น การติดเชื้อภายในมักจะทำให้ตกขาวเพิ่มขึ้นและมีกลิ่นเหม็นคาว ส่งผลให้ความมั่นใจในตัวเองลดลงไปไม่น้อยเลยทีเดียว

ปวด ปวดเมื่อยบั้นเอว ปวดหน่วงท้องน้อยเป็นประจำ รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง ทำให้ชีวิตอับเฉาไปถนัดใจ

ทำไมผู้หญิงจึงติดเชื้อภายในได้ง่ายกว่า…

โครงสร้างทางสรีระ ระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงมีปากช่องคลอดเชื่อมต่อภายนอกโดยตรงและใกล้กับทวารหนักทำให้เชื้อโรคมีโอกาสผ่านช่องคลอดเข้าสู่มดลูกได้ง่าย อีกทั้งบริเวณช่องคลอดมีจุดซ่อนเร้นและเป็นที่อับชื้น ซึ่งเอื้อต่อการหลบซ่อนและแพร่พันธุ์ของเชื้อโรค

นอกจากนี้แล้ว ปากช่องคลอดยังอยู่ใกล้ทวารหนักด้วย หลังขับถ่ายแล้วหากเช็ดกระดาษชำระจากด้านหลังมาด้านหน้าก็จะทำให้ติดเชื้อโรคจากทวารหนักเข้าไปยังช่องคลอด และก่อให้เกิดการอักเสบภายในได้

การใช้ชีวิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ พักผ่อนไม่เพียงพอ และการลดน้ำหนักที่ไม่ถูกวิธี ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำลงและส่งผลให้ง่ายต่อการติดเชื้อ การใช้ผ้าเช็ดตัวหรือภาชนะอาบน้ำร่วมกับผู้อื่น การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่อนามัยหรือมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีประจำเดือน การสวนล้างช่องคลอดเป็นประจำ ฯลฯ

การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำเพรื่อ ทำให้ระบบนิเวศของเชื้อจุลินทรีย์ในร่างกายเสียความสมดุล ส่งผลให้ติดเชื้อภายในได้ง่ายขึ้น

คลอดบุตร แท้งบุตร ขูดมดลูกหรือใส่ห่วงคุมกำเนิด เยื่อบุช่องคลอดและมดลูกได้รับการบาดเจ็บทำให้ติดเชื้อภายในได้ง่ายขึ้น

การบำบัดด้วยยาปฏิชีวนะมีข้อจำกัดอย่างไร…

เมื่อพูดถึงยารักษาการติดเชื้อภายในระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง หลายๆ คนคงจะนึกถึงยาปฏิชีวนะ ถึงแม้ว่ายานี้เป็นยาพื้นฐานในการรักษาการติดเชื้อภายในสำหรับการแพทย์ตะวันตกก็ตาม แต่อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย

ทั้งนี้ เนื่องจากยาปฏิชีวนะจะฆ่าแบคทีเรียที่เป็นมิตรไปพร้อมๆ กับเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบ หากมีการใช้ยาปฏิชีวนะบ่อยๆ ก็จะทำให้เกิดการดื้อยาของเชื้อโรคและส่งผลให้ระบบนิเวศของเชื้อจุลินทรีย์ภายในร่างกายเสียความสมดุล ทำให้เชื้อจุลินทรีย์บางชนิดแพร่พันธุ์เร็วผิดปกติ จนเกิดเป็นโรคได้ นอกจากนี้ การติดเชื้อภายในระบบสืบพันธุ์บ่อยๆ จะส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของระบบสืบพันธุ์ต่ำลงเรื่อยๆ ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นวงจรที่ส่งผลกระทบซึ่งกันและกันได้

การแพทย์จีนจะบำบัดการติดเชื้อภายในอย่างไร…

ในทัศนะการแพทย์จีน การติดเชื้อภายในระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงเกิดจากพิษร้อน – ชื้นที่สะสมในระบบสืบพันธุ์ ซึ่งจะทำให้ภูมิคุ้มกันของระบบสืบพันธุ์ต่ำลง และเอื้อต่อการเจริญแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วของเชื้อโรค เมื่อมีเชื้อโรครุกรานเข้ามา

นอกจากนี้ ภูมิคุ้มกันของระบบสืบพันธุ์ที่ต่ำลงจะทำให้เชื้อโรคลุกลามไปอวัยวะต่างๆ ในระบบสืบพันธุ์ได้ง่ายขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นหมัน ท้องนอกมดลูก เนื้องอก ซีสต์หรือมะเร็งในระบบสืบพันธุ์จนต้องตัดมดลูกทิ้ง

การแพทย์จีนจึงนิยมใช้สมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์ขจัดพิษร้อน – ชื้นในระบบสืบพันธุ์ เพื่อบำบัดอาการติดเชื้อภายใน โดยมีกลไกออกฤทธิ์สำคัญ ดังนี้

สามารถเพิ่มปริมาณและกระตุ้นการตื่นตัวของเอนไซม์ย่อยโปรตีนในการกำจัดเชื้อโรค จึงลดอาการคันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียกลุ่มลบที่ก่อให้เกิดการอักเสบได้อย่างเด่นชัด

บรรเทาอาการอักเสบ กระตุ้นการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อในระบบสืบพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของระบบสืบพันธุ์ ทำให้ระบบสืบพันธุ์สามารถต้านทานเชื้อโรคได้มากขึ้น ซึ่งเป็นวิธีสำคัญที่สุดในการป้องกันและแก้ไข ต้นเหตุของการติดเชื้อภายใน โดยเฉพาะการติดเชื้อภายในชนิดเรื้อรัง

อาการคัน ปวดแสบปวดร้อนและตกขาวมีกลิ่นเหม็นคาว รวมทั้งอาการปวดหน่วงท้องน้อยหรือปวดเมื่อยบั้นเอวที่เกิดจากการติดเชื้อภายในระบบสืบพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ดื้อยาปฏิชีวนะอาการก็จะค่อยๆ ทุเลาลง และระบบสืบพันธุ์ก็จะกลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

Update 05-03-52

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *