คนไทยเครียด เหตุการเมืองยุ่งเหยิง แพทย์แนะทุกฝ่ายร่วมมือกัน


คนไทยเครียด เหตุการเมืองยุ่งเหยิง แพทย์แนะทุกฝ่ายร่วมมือกัน
สุขภาพใจ
เผยต้องมีสติ ควบคุมอารมณ์ ช่วยได้

ปฎิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองที่กลังตึงเครียดในขณะนี้ ได้ก่อให้เกิดความแตกแยกทางความคิดของคนในสังคมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เกิดคำถามในใจผู้คนอยู่ตลอดเวลาว่าอะไรถูกอะไรผิด ขนาดคำวินิจฉัยของฝ่ายตุลาการก็ยังถูกกังขาว่าว่าไม่ถูกต้อง

…หลายฝ่ายก็ยังซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยการใช้โอกาสนี้ใส่ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนเพื่อทำการดึงมวลชนให้เชื่อตามที่ตัวเองอยากจะให้เป็น ทำให้ยิ่งก่อความสับสนในสังคมมากขึ้น…ควรที่เราน่าจะมาพินิจพิเคราะห์ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นในสังคมของเรา..

ในฐานะจิตแพทย์ บอกได้ว่าสภาวะปัจจุบันกำลังทำให้คนไทยป่วยด้วย “ภาวะเครียดจากการเมือง Political Stress Syndrome” มากขึ้น

Political Stress Syndrome เป็นกลุ่มอาการที่เกิดภาวะการเมืองทีสับสนไม่มั่นคง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนในสังคม…ซึ่งปกติแล้วถ้าสังคมยังงอยู่อย่างสงบสุขด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียงและเพียงพอแม้การเมืองจะขัดแย้งรุนแรงแค่ไหน ประชาชนก็จะยังใช้ชีวิตตามปกติสุขได้โดยไม่เกิดภาวะนี้ขึ้น

ผู้คนขาดซึ่งที่ยึดมั่นทางใจที่มั่นคง (ปรากฏการณ์ที่ทำให้เห็นได้ชัดว่าคนกำลังขาดที่พึ่งทางใจก็คือ จตุคามรามเทพฟีเวอร์) จึงก่อให้เกิดภาวะสับสนทางใจ ก่อให้เกิดอาการของ Political Stress Syndrome ชัดเจนขึ้น

อาการทั่วไปของคนอยู่ในภาวะ Political Stress Syndrome จะก่อให้เห็นดังนี้

1.มีความวิตกกังวลมากขึ้น เช่น บางคนอาจตั้งคำถามถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น กังวลถึงสิ่งที่จะเกิดในอนาคตอันไกลโพ้นเช่น ใครจะกลับมาหรือเปล่า? ใครจะเป็นนายก คนตอไป และในบางคนอาจปรากฏอาการทางกาย เช่น ปวดหัว ใจสั่น เหนื่อยง่าย หายใจแน่นหน้าอก ชาปลายมือเท้า ท้องไส้ปั่นป่วน อาหารไม่ย่อย หรือขับถ่ายผิดปกติ พาลให้นึกว่าเจ็บป่วยเป็นโรคทางกายนำไปสู่การหาแพทย์ตรวจหาสาเหตุต่อไป

2.มีอารมณ์ผิดปกติ เช่น อารมณ์หงุดหงิดง่าย บางครั้งถึงขนาด ดุเดือดเลือดพล่านเช่น ม็อบที่เกิดอารมณ์ก้าวร้าวเมื่อถูกยั่วยุ ก็ไม่สามารถยังยั้งชั่งใจถึงขั้นทำร้านเจ้าหน้าที่ บางคนก็อาจมีอารมณ์เบื่อหน่าย เศร้า ไม่สนใจอยากทำอะไรเลย นักธุรกิจบางรายถึงขั้นหยุดลงทุนเพราะ “เซ็ง” ต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นต้น

3.มีปัญหาทางด้านพฤติกรรม เช่นอาจมีการทะเลาะเบาะแว้งง่ายขึ้นเนื่องจากไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมตัวเองได้ บางคนเกิดพฤติกรรมแปลกๆเพื่อคลายเครียด เช่น เที่ยวกลางคืนเล่นการพนัน หรือทำพฤติกรรมเสี่ยงบางอย่างขับรถซิ่ง หนีเที่ยวจากครอบครัวไปมีกิ๊กซึ่งผู้เขียนเคยพบคนไข้ที่ยอมรับออกมาเองว่า “เซ็งการเมืองเลยมีกิก”

4.กลุ่มอาการอื่นๆ เช่น นอนไมหลับอารมณ์ทางเพศลดลง มีการกินที่ผิดปกติ ใช้จ่ายเงินผิดปกติ ช้อปปิ้งมากขึ้น (ลึกๆ คือเพราะความเซ็งเลยหาอะไรมากระตุ้นชีวิตตัวเอง)

ถ้าท่านปรากฏอาการที่กล่าวมา ผู้เขียนมีข้อแนะนำ 3 ข้อ

1.โปรดหลีกเหลี่ยงการพูดคุยเรื่องการเมือง ปดรับข่าวสารการเมืองทุกชนิดแล้วเปิดไปดูละครทีวี(ทั้งน้ำเน่าและน้ำดี) เพื่อความบันเทิงเริงใจไปก่อน

2.พยายามทำสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายให้สม่ำเสมอขึ้น

3. หาทางพัฒนาจิตใจให้มีภูมิคุ้มกันเช่นหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด(แต่ห้ามมีกิก) หาเพื่อคุยเพื่อระบาย (แต่ห้ามระบายเรื่องการเมือง) หรือจากจะฟังเพลง เดินเล่นในสวนสาธารณะ นั่งสมาธิ เข้าวัดฟังธรรมก็ได้ หรือถ้ามีสตางค์ก็แนะนำให้ไปเที่ยวตางประเทศตามแต่กำลังทรัพย์

ข้อแนะนำ 3 ข้อนี้จะให้ห่างหนีจาก Political Stress Syndrome แต่ถ้ายังมีอาการอยู่แนะนำให้ปรึกษานักจิตวิทยานักสังคมสงเคราะห์ หรือพบจิตแพทย์

ในฐานะจิตแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มต้นเหตุของปัญหา กลุ่มสมัครพรรคพวก หรือกกลุ่มผู้แสวงหาผลประโยชน์จากภาวะการเมืองที่สับสนอยู่ในขณะนี้ โปรดระลึกถึงบุญคุณของประเทศที่เราได้เกิด เติบโตและใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขมาจนทุกวันนี้

คนที่เคยเสวยอำนาจหรือได้ประโยชน์จากการเมืองมาแล้ว ก็ควรจะตอบแทนบุญคุณบ้านเมืองด้วยการ เพลาความอยาก ความแค้น ความอาฆาตมาดร้ายลงบ้าง แล้วกลับมาระลึกถึง พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2517 ว่า

“กิจเฉพาะหน้าของเราทั้งหลานทุกคนที่จะต้องทำ ก็คือ รับสถานการณ์อันวิกฤตนี้ด้วยใจอันมั่นคง ไม่หวั่นไหวและด้วยความรู้เท่าถึงการณ์ พร้อมกับร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติแก้ไขผ่อนหนักให้เป็นเบา ด้วยความสงบและพร้อมเพรียง ไม่เกิดความวุ่นวายให้สถานการณ์ยิ่งร้ายลงไปอีก ทุกฝ่ายจำเป็นต้องเข้าใจกันและกัน เห็นใจกัน เสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ร่วมกันอุ้มชูกันไว้ เหมือนดังที่ได้เคยอุ้มชูกันมาแต่กาลก่อน เมื่อรวมกันดังนี้ ก็จะเกิดพลังยิ่งใหญ่ ที่จะสามารถขจัดอุปสรรคขัดข้องทั้งปวงให้หมดสิ้นไปได้ในที่สุด”

สุดท้าย ในฐานะจิตแพทย์ขอย้ำว่า…ทุกปัญหามีทางออก สามารถแก้ไขได้ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจังและมีสติ นอกจากจะทำให้ประชาชนรอดพ้นจาก Political Stress Syndrome แล้ว ยังจะทำให้ประเทศไทยเรารอดพ้นวิกฤติและสามารถก้าวต่อไปข้างหน้า โดยไม่ถูกประเทศเพื่อนบ้านของเราแซงไปเสียก่อน

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน


Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *