คนที่รวยที่สุดในญี่ปุ่น

คนที่รวยที่สุดในญี่ปุ่น

โดย โคลัมบัส [20-5-2008]

การจัดอันดับคนที่รวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยนิตยสารฟอร์บส์ล่าสุดในปีนี้ค่อนข้างจะเหนือความคาดหมายของทุกคน และพลิกโผชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อ “ฮิโรชิ ยามาอุจิ” อดีตประธานนินเทนโด เบียดแชมป์เก่า “อากิระ โมริ” กลายมาเป็นคนที่รวยที่สุดของญี่ปุ่นแล้ว ด้วยสินทรัพย์ที่พุ่งสูงแบบก้าวกระโดดเป็น 7,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 248,000 ล้านบาทจากยอดขายเครื่องเกม Wii-DS

เรียกว่า ธุรกิจบันเทิงที่เติบโตมาจากวีดีโอเกม สามารถสร้างสินทรัพย์จำนวนมหาศาลในเวลาเพียงไม่กี่ปีให้กับ “ฮิโรชิ ยามาอุจิ” วัย 80 ปี ประธานบริษัทนินเทนโดรุ่นที่ 3 ซึ่งเขารับช่วงดูแลกิจการต่อจากคุณตา และปัจจุบันเขาได้เกษียณการทำงานของตัวเองไปเมื่อปี 2002 และก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ “ชิงุเรเด็ง “ ในเกียวโต สถานที่เก็บการ์ดเกมบทโคลงกลอน “ฮานาฟุดะ” จุดเริ่มของธุรกิจนินเทนโดในอดีต และได้มอบหมายให้ “ซาโตรุ อิวาตะ” มาดำรงตำแหน่งประธานบริษัทแทน

ตำนานของ “นินเทนโด”ต้องบอกว่า ไม่ธรรมดา และรู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก จากการผลิตเกม และเครื่องเล่นเกมที่สร้างความบันเทิงให้กับผู้คนบนโลกใบนี้ ซึ่งปัจจจุบันส่งเกมออกมาขายทั่วโลกกว่า 1.4 พันล้านชุด อาทิ มาริโอ ,ดองกี้ คอง และเซลด้า เป็นต้น

แล้วคนแรกที่ถือว่า เป็นรุ่นที่ 1 ที่บุกเบิกอาณาจักรของ “นินเทนโด” ซึ่งถือว่า เป็นคุณตาของฮิโรชิ ยามาอุจิคือ ฟุซาจิโร ยามาอุจิ ได้เริ่มก่อตั้งในปี 2432 หรือราว 117 ปีที่ผ่านมา โดยผลิตการ์ดเกมที่ชื่อว่า ฮานาฟุดะ หรือดอกไม้ ขายที่เกียวโตเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการ์ดที่ทำขึ้นด้วยมือ และใช้วัสดุจากเปลือกของต้น “หม่อน” มาทำเป็นการ์ด

การ์ด “ฮานาฟุดะ” ในหนึ่งสำรับมีทั้งหมด 48 ใบ ใน 1 ปีออกมาขาย 12 ชุด เฉลี่ยออกมาเดือนละชุด ภายในการ์ดมีพวกสัญลักษณ์ต่างๆมาใช้แทนตัวเลข อาทิ ลม ,กวาง,ดวงจันทร์ หรือดอกเบญจมาศ การรวมเอาสัญลักษณ์และชุดต่างๆนั้นจะมีค่าแตกต่างกันออกไป เกมที่นิยมเล่นกันส่วนมากจะเป็นการจับคู่กัน จากนั้นก็ค่อยๆมีวิธีการนำมาเล่นสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น และการ์ดที่ขายในเมืองอื่นๆก็พลิกแพลงไปตามสถานที่ และใช้สัญญลักษณ์อื่นๆเช่น กระบี่และภูเขา

จากนั้นกิจการนินเทนโดก็ขยายตัวเรื่อยมา จนกระทั่ง “ฮิโรชิ ยามาอุจิ” ก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริษัทได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนการ์ดมาเป็นพลาสติก และจับมือกับ “ดีสนีย์” โดยตัวละครจากดิสนีย์นำมาผลิตเป็นการ์ดเกม มีการโฆษณาทางโทรทัศน์ ขยายการวางจำหน่ายไปยังห้างสรรพสินค้าและร้านขายของเล่นทั่วญี่ปุ่น และแพร่หลายไปทั่วโลก
ในที่สุดก็ผลักดันนินเทนโดเข้าตลาดหุ้นจนสำเร็จในปี 2505 และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ทั้งเกม และเครื่องเล่มเกมจนกลายเป็นบริษัทผลิตเกมยักษ์ใหญ่ของโลกอยู่ในขณะนี้
ที่น่าสนใจในความคิดของ “ยามาอุจิ”คือ พิพิธภัณฑ์ชิงุเรเด็ง ที่เพิ่งจะเปิดให้บริการเข้าไปเยี่ยมชมเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ ภายในตัวอาคารบริเวณจะมีจอ LCD ขนาด 45 นิ้ว 70 จอ แสดงการ์ดที่มีบทโคลง กลอน Ogura Hyakunin Issu อยู่ ซึ่งกลอนดังกล่าวถูกใช้เป็นการ์ดเกมที่ใช้เล่นกันในอดีต โดยผู้เล่นคนหนึ่งจะเป็นผู้อ่านกลอนในครึ่งบทแรก จากนั้นผู้เล่นอีกคนจะต้องหากลอนส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง
ผู้ที่เข้าไปชม จะมีเครื่องเล่นเกมพกพก DS ในแบบพิเศษที่ปราศจากปุ่มใดๆทั้งสิ้น ใช้เพียงปากกาสไตลัสจิ้มไปบนหน้าจอระบบสัมผัส โดย DS จะเป็นตัวที่ให้ข้อมูลสำหรับผู้ชมระหว่างเข้าไปด้านใน เพียงแค่นี้ก็สามารถหาความบันเทิงได้
แนวคิดในการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ “ฮิโรชิ ยามาอุจิ “บอกสั้นๆ แต่มีความหมายว่า
“พิพิธภัณฑ์นี้จะเป็นหนทางหนึ่งสำหรับเขาที่นำไปสู่รากเหง้าของตัวเขาเอง”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *