ข่มขืนกระทำชำเราเด็ก : เดี่ยวหรือหมู่ มีโทษเท่ากัน !!!

ข่มขืนกระทำชำเราเด็ก : เดี่ยวหรือหมู่ มีโทษเท่ากัน !!!

การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญาที่ฝ่ายสิทธิสตรีและพวกคุ้มครองเด็กได้แก้ไขเพิ่มเติมไปนั้นนอกจากจะไม่มีอะไรดีขึ้นสำหรับเด็กและสตรีแล้ว ยังมีความ “ได้เปรียบ” ของ “เพศชาย” และคุ้มครอง “ผู้กระทำความผิดต่อเด็ก” เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
สงสารเด็ก (หญิง) หลังการแก้ไขกฎหมายอย่างยิ่ง
น่าสมเพชเวทนาที่กฎหมายยุค สนช. ที่ประกอบด้วยนักปราชญ์ ราชบัณฑิต นักสิทธิสตรี คุณหญิง คุณชาย คุณนาย เอ็นจีโอ ผู้พิพากษา ทนายความ คนเด่น คนดัง ทั้งหลาย ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ใหญ่ ๆ โต ๆ ทั้งนั้น ได้ออกกฎหมายภายใต้การกำกับสั่งการของกลุ่มสิทธิสตรีและคุ้มครองเด็ก มี “นักกฎหมายใหญ่” สาขามหาชนเป็นประธานกรรมมาธิการแก้ไขกฎหมายอาญา
ออกกฎหมายให้หญิงข่มขืนชายได้ (มาตรา 276, 277)
ให้เด็กชาย (อายุไม่เกิน 15 ปี) สำส่อนทางเพศได้โดยไม่มีข้อจำกัด (มาตรา 277 วรรคแรก)
ให้ข่มขืนกระทำชำเราเมียเด็ก (อายุไม่เกิน 15 ปีได้) โดยไม่ผิดกฎหมาย
(คุ้มครองเมียผู้ใหญ่แต่ไม่คุ้มครองเมียเด็ก) อาจเป็นเพราะพวกเขาเท่านั้นเป็นผู้ใหญ่แล้วไม่อาจกลับไปเป็นเด็กได้จึงคุ้มครองพวกของตนเอาไว้ก่อน…เด็กจะเป็นอย่างไร…ช่างหัวมัน
สุดท้ายแก้ไขกฎหมายข่มขืนกระทำชำเราเด็กทั้งที เลยไม่มีใครดูว่า
“การโทรมเด็ก” มีโทษเท่ากับข่มขืนกระทำชำเราเด็กเท่านั้นเอง
มาตรา 277 ที่แก้ไขใหม่มีใจความว่า
มาตรา 277 “ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
(วรรค 2) การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น
(วรรค 3) ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นสี่พันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
(วรรค 3) ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสามได้กระทำโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกัน อันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทำกับเด็กชายในลักษณะเดียวกันและเด็กนั้นไม่ยินยอม หรือได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต
(วรรค 4) ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทำโดยบุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปีกระทำต่อเด็กซึ่งมีอายุกว่าสิบสามปี แต่ยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นยินยอม และภายหลังศาลอนุญาตให้ทั้งสองฝ่ายสมรสกัน ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ ถ้าศาลอนุญาตให้สมรสในระหว่างที่ผู้กระทำผิดกำลังรับโทษในความผิดนั้นอยู่ ให้ศาลปล่อยผู้กระทำความผิดนั้นไป”

ข้อความในวรรค4 แสดงว่าหากเด็กผู้ถูกกระทำไม่ยินยอมให้โทรมจึงจะเพิ่มโทษจำคุกตลอดชีวิต
แต่หากเด็กนั้นยินยอมให้ “โทรม” ผู้กระทำจะได้รับโทษเท่ากับการกระทำตามวรรคแรกเท่านั้น
แทนที่จะแก้ไขว่า
“…ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสามได้กระทำโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกัน อันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทำกับเด็กชายในลักษณะเดียวกัน…”
ดังนั้นการข่มขืนกระทำชำเราเด็ก (เด็กนั้นไม่ยินยอม) ไม่ว่าจะกระทำเดี่ยวหรือมีลักษณะเป็นการโทรมเด็ก (มวยหมู่) นั้นหรือไม่ มีโทษเท่ากัน
แต่สำหรับผู้ใหญ่ (อายุกว่า 15 ปี) ตามมาตรา 276
โทรมผู้ใหญ่ มีโทษหนักกว่าทำเดี่ยว
แต่สำหรับเด็ก..ทำเดี่ยวหรือโทรมหมู่..มีโทษเท่ากัน
ขอบคุณผู้กล่าวนามข้างต้นที่กรุณาแก้ไขกฎหมายอาญา “คุ้มครองเด็ก (ให้ผู้ใหญ่ทำร้าย) ได้อย่างยอดเยี่ยม”
ในสายตาของผม… การแก้ไขกฎหมายคราวนี้…..
นักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีและคุ้มครองเด็กทั้งหลาย
กลายเป็นผู้ชั่วร้าย โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ที่มา
สะกิดกฎหมาย : รศ. ดร.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ
หนึ่งในหลายคอลัมน์ใน วารสารกฎหมายใหม่ รายเดือน โดยบริษัท ลอว์ ไดเจสท์ จำกัด

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *