ขึ้น “ค่าโดยสารรถประจำทาง” อย่างไรให้โปร่งใสและเป็นธรรม

ขึ้น “ค่าโดยสารรถประจำทาง” อย่างไรให้โปร่งใสและเป็นธรรม

จากการที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองให้ระงับการขึ้นค่ารถเมล์ ขสมก. ตามที่เครือข่ายคัดค้านการขึ้นค่าโดยสารสาธารณะได้ยื่นคำร้องต่อศาลฯ หลังจากคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางได้มีมติอนุมัติให้รถร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ขสมก. และรถร่วมบริการ บขส. ปรับขึ้นค่าโดยสารได้โดยให้มีผลบังคับใช้เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ประกอบการได้อ้างถึงต้นทุนที่สูงขึ้นจากการราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมานั้น นับเป็นการสร้างความเดือดร้อนและผลักภาระให้กับประชาชนที่จำเป็นต้องใช้บริการสาธารณะดังกล่าวซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นชนชั้นกลางถึงล่างอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้  โดยกลุ่มประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นราคาดังกล่าวในนาม เครือข่ายคัดค้านการปรับขึ้นค่ารถโดยสารสาธารณะ” ได้ออกมาฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้ระงับมติในการขึ้นค่าโดยสารดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารแต่ละครั้งที่ผ่านมานั้นไม่เป็นธรรมต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของสัดส่วนต้นทุนค่าน้ำมันที่ผู้ประกอบการขอปรับนั้นสูงเกินจริง รวมทั้งคุณภาพและบริการของรถโดยสารที่ต่ำกว่ามาตรฐานและไม่มีความพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้น

 
              ในการขอปรับขึ้นราคาของผู้ประกอบการนั้นผมเข้าใจว่าหากไม่สุดวิสัยจริง ๆ แล้ว ผู้ประกอบการคงพยายามที่จะตรึงราคาดังกล่าวไว้ให้นานที่สุด เพราะการปรับขึ้นราคาแต่ละครั้งนั้นย่อมนำมาซึ่งแรงต้านและความไม่พอใจของผู้ใช้บริการจำนวนมาก อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรทำความเข้าใจว่าในการปรับราคาค่าโดยสารแต่ละครั้งนั้นมีประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเดือนร้อน การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการและรัฐวิสาหกิจที่ผ่านมาแทบไม่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระได้เลยเมื่อเทียบกับภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบัน ขณะที่เงินเดือนพนักงานบริษัทเอกชนไม่ใช่ทุกแห่งที่ปรับขึ้นตาม  รวมทั้งความกังขาในการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารแต่ละครั้งที่รัฐไม่สามารถตอบข้อสงสัยและให้ความกระจ่างได้อย่างชัดเจน ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยากที่จะทำใจยอมรับได้โดยง่าย ทั้ง ๆ ที่อาจเป็นความจำเป็นจริง ๆ ที่ต้องมีการปรับราคาก็ตาม     
 
              ดังนั้นผมจึงขอเสนอว่าในการปรับราคาค่าโดยสารแต่ละครั้งนั้นรัฐบาลจึงควรดำเนินการด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม สามารถชี้แจงประชาชนอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้อย่างชัดเจน โดยเริ่มจาก
 
 
              มีตารางแสดงกฎติกากลางในการปรับราคาค่าโดยสารอย่างชัดเจนและเป็นธรรม ที่ผ่านมาในการปรับราคาแต่ละครั้งมักมาจากกลุ่มผู้ประกอบการรวมตัวกดดันรัฐโดยใช้การนัดหยุดเดินรถมาเป็นข้อต่อรองสำคัญ รัฐบาลเกรงว่าประชาชนจะได้รับความเดือนร้อนจึงจำยอมต้องปรับราคาตาม การปรับราคาจึงไม่ได้มาจากกฎกติกาที่สาธารณะชนยอมรับแต่เป็นภาวะจำยอม ดังนั้นรัฐบาลจึงควรกำหนดกฎกติกาเงื่อนไขในการปรับราคาค่าโดยสารอย่างชัดเจนให้เป็นที่รับรู้ของประชาชนทั่วไป ทั้งเงื่อนไขในการปรับราคาขึ้นและปรับราคาลงหากน้ำมันมีราคาลดลง การศึกษาสัดส่วนต้นทุนด้านน้ำมันที่แท้จริงของผู้ประกอบการเพื่อไม่ให้ขอขึ้นราคาสูงเกินจริง   บังคับให้รถที่ใช้พลังงานทดแทนเช่นก๊าซ LPG หรือ NGV   ไม่ให้ฉวยโอกาสลักไก่ขึ้นราคาตาม เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมไม่ให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ
 
               ให้ภาคประชาชนมีส่วนรวมในการปรับค่าโดยสารแต่ละครั้ง  โดยให้มีตัวแทนของภาคประชาชน องค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ฯลฯ ในคณะกรรมการการขนส่งทางบกกลางที่มีอำนาจในการตัดสินใจปรับราคาค่าโดยสารรถประจำทางในแต่ละครั้ง รวมทั้งการควบคุมคุณภาพและบริการ 
 
              ควบคุมคุณภาพและบริการโดยการคุมเข้มสัมปทาน  กำหนดเงื่อนไขอย่างชัดเจนในเรื่องคุณภาพและบริการของรถที่มาร่วมสัมปทาน โดยมีบทลงโทษหากฝ่าฝืนและมีการควบคุมอย่างจริงจัง ในรถที่เข้าร่วมสัมปทาน ไม่ปล่อยให้มีระบบผูกขาดเจ้าเดียว           
 
              ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างจริงจัง รัฐควรตั้งเป้าในการปรับเปลี่ยนให้รถโดยสารหันมาใช้พลังงาน อาทิ ก๊าซ NGV หรือ ไบโอดีเซล อย่างจริงจัง กำหนดเป้าหมายจำนวนรถที่เปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทนในแต่ละปีอย่างชัดเจน โดยมีการช่วยเหลืออย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น การสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ การลดภาษีให้กับผู้ประกอบการรถร่วมที่เปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน การช่วยเหลือในด้านเทคนิคต่าง ๆ การค้นคว้าวิจัยด้านพลังงานทดแทนและการจัดหาเครื่องยนต์ที่เหมาะสมกับสภาพรถ เป็นต้น   
 
              ปรับเส้นทางเดินรถอย่างมีประสิทธิภาพ  รัฐบาลควรเร่งรีบทำการวิสัยหาเส้นทางเดินรถที่มีประสิทธิภาพอย่างจริงจัง ด้วยระบบลอจิสติกส์ (logistic)  เพื่อลดปัญหาการเดินรถซ้ำซ้อน และเร่งดำเนินการสร้างเครือข่ายการคมนาคมที่เชื่อมต่อกันในแต่ละเส้นทาง การเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้า โครงการเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพทั้งความสะดวกสบาย ระยะเวลา และการประหยัดพลังงานในการเดินทาง 
 
              ความไม่ลงรอยระหว่างผู้ประกอบการรถโดยสารและประชาชนผู้เดือดร้อนเนื่องจากการถูกผลักภาระมีมาอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่น้ำมันเชื้อเพลิงมีการขยับตัวขึ้นราคา   รัฐบาลซึ่งมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชนในประเทศ จึงควรทำอย่างสุดกำลังความสามารถในการหาวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น มิใช่ปล่อยให้วัฏจักรแห่งปัญหานี้วนซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยไป โดยไม่คิดหาวิธีการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ปัญหานี้ให้ลุล่วงไปแต่อย่างใด  
 
* นำมาจากหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ ฉบับวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2551

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *