‘ขิง’ รสเผ็ดร้อน แก้ท้องเฟ้อ

“ขิง” รสเผ็ดร้อน แก้ท้องเฟ้อ
• อาหาร
แข็งแรงรับลมหนาว

การดูแลรักษาสุขภาพแบบของการแพทย์แผนไทยในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยนั้น ระบุไว้ว่า “ลมหนาวจะส่งผลให้ธาตุลมของร่างกายอ่อนแอ และอาจเป็นเหตุให้เจ็บป่วยเป็นโรคไข้หวัด การย่อยอาหารไม่ดี มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ”

ดังนั้นการเสริมอาหารโดยใช้สมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน เพื่อช่วยปรับธาตุลมให้กลับคืนเข้าสู่สมดุล และมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น จะเป็นแนวทางการป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้

สมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อนมีหลายชนิด แต่ที่หาง่ายใกล้ตัวสุดๆ เห็นจะเป็น “ขิง” ที่หลายคนรู้จักดีและสามารถประกอบอาหารไทยได้หลายชนิด ขณะที่ประเทศอินเดียใช้ขิงในการบำบัดรักษาสุขภาพมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว

สรรพคุณของขิงจะมีสารออกฤทธิ์สำคัญ คือ “จิงเจอรอล” ที่ช่วยบรรเทาอาการ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ บางตำรายังแนะนำให้มารดาที่ให้นมบุตรรับประทานขิงมากๆ เพราะสารจิงเจอรอลจากขิงจะผสมผ่านไปยังน้ำนม ช่วยทำให้ทารกไม่ท้องอืด ท้องเฟ้อ

นอกจากนั้น ในกรณีที่ท้องเสีย ให้ลดอาหารที่มีกาก อาหารแข็ง และการดื่มน้ำขิงจะช่วยทำให้การอักเสบ ที่เกิดจากพิษของเชื้อโรคลดลง ช่วยขับเชื้อโรคได้ ส่วนผู้ที่เจ็บป่วยเป็นหวัดหรือปวดศีรษะ การรับประทานขิงสดๆ จะช่วยบรรเทาอาการได้ดีมาก

สรรพคุณของขิงยังมีอีกมากมาย เช่น ช่วยแก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน เวลาที่อาหารเป็นพิษ มีอาการคลื่นไส้ ให้คุณหยุดอาหาร และพยายามขับของเสียให้หมด แล้วดื่มน้ำขิง ซึ่งจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน โดยอาจนำขิงสดมาคั้นน้ำด้วยเครื่องปั่นแยกกาก แล้วนำน้ำขิงสด 1-2 ช้อนชา มาผสมน้ำผึ้งเจือน้ำอุ่นและเติมเกลือเล็กน้อย จะทำให้รสดีขึ้น ช่วยแก้อาการอาเจียนได้เป็นอย่างดี

ส่วนเมนูอาหารสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับขิงนั้น เชื่อว่าทุกคนเคยลิ้มรสกันดีอยู่แล้ว เช่น ไก่ผัดขิง ไก่ต้มขิง ปลาเก๋าทอดต้มขิง สำหรับเมนูตอนเช้าอย่างโจ๊กให้ใส่ขิงเยอะๆ จะยิ่งช่วยให้คุณสบายท้องได้ตลอดวัน อาหารว่างก็ลองหันมารับประทานเมี่ยงคำ ที่มีส่วนประกอบสมุนไพรหลายชนิด เช่น ใบพลู หอมแดง มะพร้าวคั่ว และขิง ได้ทั้งประโยชน์และความอร่อย นอกจากนี้ การเลือกดื่มน้ำขิงร้อนๆ โดยนำขิงแก่มาต้มใส่น้ำตาลเล็กน้อยดื่มแล้วจะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่น ป้องกันอาการหวัดได้ดีด้วย

รับลมหนาวปีนี้ด้วยการหันมารับประทานขิง เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับร่างกายเสียแต่เนิ่นๆ ถึงแม้อากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อยแค่ไหน โรคภัยต่างๆ ก็ทำอะไรเราไม่ได้ง่ายๆ อีกต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *