ขนส่งเรือชายฝั่งเกิดยาก

ขนส่งเรือชายฝั่งเกิดยาก
Source: ปาหนัน ลิ้ม

แนะรัฐส่งเสริมจริงจัง-ชัดเจนขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบเกิดยาก เหตุรัฐบาลไม่มีมาตรการสนับสนุนอย่างชัดเจน เอกชนแนะรัฐแก้ให้ตรงจุด ระบุควรเร่งปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เป็นอุปสรรค พร้อมตั้งองค์กรกลางเพื่อดูแลขนส่งทางน้ำทั้งระบบ
ปัจจุบันการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขนส่งสินค้าทั้งในและระหว่างประเทศมากขึ้น ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนได้มองเห็นความสำคัญ และเริ่มศึกษาเพื่อหวังปรับรูปแบบการขนส่ง เพื่อหวังลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของรัฐบาล กลับสวนทางกับแนวนโยบายที่ประกาศชัดเจนว่าจะส่งเสริม โดยเฉพาะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหันมาใช้เรือชายฝั่ง …
เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้งบประมาณจำนวนมากพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งทางถนนที่ได้รับการพัฒนามากกว่าการขนส่งในรูปแบบอื่นๆ ในขณะที่การขนส่งที่เป็นการขนส่งครั้งละมากๆ หรือ mass transportation เช่น การขนส่งทางรถไฟ และการขนส่งทางน้ำ กลับไม่ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมเท่าที่ควร นอกจากนี้ผู้ให้บริการขนส่งทางน้ำยังประสบปัญหาเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการขนส่ง
ในเรื่องนี้ผู้คร่ำหวอดในวงการขนส่งทางน้ำ คุณโสรัจ ช่อชูวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีเอ็มที แปซิฟิค จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการขนส่งชายฝั่ง และให้บริการแบบ Full Logistics Service กล่าวถึงแนวทางในการพัฒนาการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในประเทศไทยว่า การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบถ้าจะเกิดจริง รัฐบาลต้องมีภาพที่ชัดเจนว่าจะต้องพัฒนาในส่วนใดและส่งเสริมอะไร ที่ทำให้เกิดการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบอย่างจริงจัง ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้ยังเกิดยากเพราะ ผู้ประกอบการไทยยังไม่มีศักยภาพสู้คู่แข่งต่างชาติได้
“หากภาครัฐต้องการส่งเสริมการขนส่งชายฝั่ง รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบแล้ว ควรส่งเสริมและสนับสนุนอย่างจริงจังและชัดเจน ไม่ใช่ส่งเสริมแต่ไม่สนับสนุนเหมือนที่ผ่านมา และควรแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ให้เอื้อต่อการขนส่งทางน้ำ อาทิ กฎระเบียบของกรมศุลกากร กฎระเบียบของกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี ฯลฯ รวมถึงปรับปรุงกฎระเบียบจะช่วยให้มีความคล่องตัวในการประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ รัฐบาลพยายามทำ paperless และ e-Port ก็ควรทำให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์แบบเต็มรูปแบบ คือไร้เอกสารจริงๆ อะไรที่มันยากก็ทำให้มันง่ายขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือภาครัฐควรเร่งจัดตั้งองค์กรกลางเข้ามาดูแลการขนส่งทางน้ำทั้งระบบให้เร็วที่สุด” คุณโสรัจ กล่าวย้ำ
นอกจากนี้ในมุมมองของผู้ประกอบการเอกชนยังเสนอว่า รัฐบาลควรนำมาตรการด้านภาษีมาเกี่ยวข้อง โดยให้ผู้ใช้บริการการขนส่งทางน้ำสามารถหักภาษีเพิ่มเติมได้ เชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งมาใช้การขนส่งทางน้ำเพิ่มมากขึ้น เพราะหากไม่มีมาตรการที่ชัดเจนและกระตุ้นให้คนมาใช้ก็ไม่มีใครเห็นความสำคัญมาใช้บริการ และยังคงเลือกใช้การขนส่งรถบรรทุกต่อไป
หากให้เปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งระหว่างการขนส่งทางรถบรรทุกกับการขนส่งชายฝั่งนั้น คุณโสรัจ มองว่า การขนส่งชายฝั่งยังไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากขนส่งชายฝั่งโดยเฉพาะสำหรับตู้คอนเทนเนอร์จะต้องมีต้นทุนการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ และค่าภาระการใช้ท่าเทียบเรือ ซึ่งการขนส่งทางถนนจะไม่มีค่าใช้จ่ายนี้มากเกี่ยวข้อง จึงส่งผลให้การขนส่งเรือชายฝั่งไม่สามารถแข่งขันรถบรรทุกได้ เพราะมีต้นทุนค่าขนส่งที่แพงกว่า ทำให้ภาพรวมแล้วราคาค่าขนส่งไม่ได้ถูกกว่าการขนส่งด้วยรถบรรทุกแต่อย่างใด จึงเป็นสาเหตุหลักที่การขนส่งด้วยเรือชายฝั่งไม่สามารถเกิดได้ แม้ว่ารัฐบาลจะต้องการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการนำเข้าส่งออกเปลี่ยนรูปแบบมาใช้การขนส่งด้วยเรือชายฝั่งก็ตาม

บีเอ็มทีพี ขยายบริการมุ่งสู่ full Logistics service
บริษัท บีเอ็มที แปซิฟิค จำกัด ผู้ริเริ่มเปิดให้บริการเรือชายฝั่งรายแรกของไทย และเป็นรายเดียวที่ให้บริการขนส่งเรือชายฝั่งจากกรุงเทพฯ-แหลมฉบังทุกวัน เร่งขยายการบริการให้เป็น full Logistics service เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริการ ด้วยการนำเสนอบริการที่หลากหลายให้เป็นทางเลือกให้กับลูกค้าในลักษณะที่ครบวงจร ซึ่งการบริหารจัดการของบริษัทฯ จะช่วยให้ลูกค้าประหยัดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง และที่สำคัญคือลูกค้าสามารถจัดระบบโลจิสติกส์ได้อย่างครบวงจร
ทั้งนี้ ท่าเรือบีเอ็มทีพี เป็นท่าเรือเอกชนเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2538 โดยแรกเริ่มใช้ชื่อบริษัท บีเอ็มที จำกัด และเปลี่ยนชื่อมาเป็นบริษัท บีเอ็มที แปซิฟิค จำกัด ในปี 2549 พร้อมทั้งขยายบริการให้ครบวงจรมากขึ้น โดยบริษัทฯ มีธุรกิจหลัก 4 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจรับขนถ่ายสินค้า ทั้งตู้คอนเทนเนอร์และสินค้าทั่วไป 2.ให้บริการเรือชายฝั่งระหว่างกรุงเทพ-แหลมฉบัง 3.รับขนส่งทางบก และ 4.ให้บริการรับฝากสินค้า ในคลังสินค้า ในระยะที่ผ่านมาเราได้พยายามปรับปรุงบริการให้เป็น full Logistics service เพื่อสนองความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ที่นับว่าให้บริการที่ครบวงจรกว่าผู้ประกอบการรายอื่น
คุณโสรัจ ได้กล่าวถึง แผนในการขยายการลงทุนว่า บริษัทฯ มีแผนในการพัฒนาเครื่องจักร คือ 1. มีแผนในการซื้อเครนใหม่เพิ่มอีก 1 ตัว จากเดิมที่มีอยู่ 2 ตัว เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนถ่ายให้ดีขึ้น 2. ซื้อรถยกตู้คอนเทนเนอร์ และ 3. ลงทุนสั่งต่อเรือขนาด 93 TEUs เพิ่มอีก 1 ลำ คาดว่าจะสามารถบริการได้ในเดือนมิถุนายนนี้ โดยใช้เงินลงทุนกว่า 300 ล้านบาท สำหรับเป้าหมายในการดำเนินงานนั้น คาดว่าปี 2008 นี้ ผลประกอบการจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 15%
ในช่วง3 ปีที่ผ่านมา ผลประกอบการของบริษัทฯ ด้านการขนส่งชายฝั่ง ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ในปีนี้หลังจากที่ราคาค่าน้ำมันเริ่มแพงขึ้นถึงลิตรละ 30 บาท ส่งผลให้ลูกค้าเริ่มตัดสินใจเลือกใช้การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางน้ำเพิ่มขึ้น ปัจจุบันเรามีปริมาณการขนส่งที่ประมาณ 4,000ตู้ต่อเดือน เปรียบเทียบกับช่วงปีแรกๆ ที่มีปริมาณการขนส่งเพียง 200-300 ตู้ต่อเดือน เพราะลูกค้าเริ่มมองเห็นประโยชน์จากการใช้บริการ
ในอนาคตจากภาวะที่ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น และจากภาวะการจราจรที่แออัด หรือการขนส่งทางรถไฟที่ยังไม่มีความพร้อมเท่าที่ควร เชื่อว่าการขนส่งทางเรือจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ผู้ประกอบการทั้งหลายจะหันมาให้ความสำคัญ สิ่งที่บริษัทฯ ได้เสนอลูกค้าเพื่อให้ลูกค้ามาใช้บริการคือ ต้องทำให้ลูกค้าเห็นว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบมาใช้การขนส่งทางเรือแล้วลูกค้าจะได้อะไร ซึ่งถึงแม้ว่าลูกค้าจะไม่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ แต่สิ่งที่ได้รับคือทำให้การขนส่งสินค้ามีความสะดวกมากยิ่งขึ้น
“การขนส่งทางเรือยังไม่สามารถแข่งขันกับการขนส่งโดยรถบรรทุกได้ เนื่องจากการขนส่งทางเรือมีต้นทุนแฝงจากการขนส่ง ทำให้ต้นทุนการขนส่งโดยรวมเท่ากับการขนส่งรถบรรทุก เพราะฉะนั้นเมื่อการขนส่งทางเรือแข่งการขนส่งทางรถบรรทุกไม่ได้ จึงไม่มีใครใช้เรือขนส่ง เพราะทุกคนไม่ได้มองว่าจะประหยัดน้ำมันเพื่อประเทศชาติ แต่ทุกคนมองว่าจะทำอย่างไรให้ต้นทุนประกอบการถูกลง ทำให้ธุรกิจขนส่งเรือชายฝั่งตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร” คุณโสรัจ กล่าว
สิ่งที่ผู้ประกอบการขนส่งทางน้ำร้องขอมาเป็นระยะเวลาหลายปี คือต้องการเห็นภาพการพัฒนาของภาครัฐที่เด่นชัด เป็นรูปธรรม และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากรัฐบาลยังเพิกเฉยไม่ให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เชื่อว่าการพัฒนาของวงการขนส่งทางน้ำ และรวมถึงการพัฒนาของวงการโลจิสติกส์ไทยก็จะยังไม่เกิดอย่างแน่นอน…

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *