สุขภาพ : กาฬโรคปอด’ (ป้อง) กันไว้ดีกว่าแก้

สุขภาพ : กาฬโรคปอด’ (ป้อง) กันไว้ดีกว่าแก้

ในขณะที่ประชาชนกำลังรับมือกับการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ก็มีข่าวฮือฮาอีกรอบเมื่อพบผู้เสียชีวิตจากกาฬโรคปอด ซึ่งผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่ในเมืองจื่อเคอถาน มณฑลชิงไห่ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจีน องค์การอนามัยโลกได้ให้ข้อมูลว่ากาฬโรคปอดเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อที่สามารถ ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง หลังการติดเชื้อ

ในอดีตมีการระบาดใหญ่ของกาฬโรคเกิดขึ้น 3 ครั้ง ผู้คนล้มตายจำนวนนับล้านๆ คน สำหรับการระบาดในประเทศไทยครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2495 จากนั้นไม่มีรายงานกาฬโรคเกิดขึ้นในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน

การติดต่อของโรค

กาฬโรคเป็นโรคติดต่อที่มีสัตว์ฟันแทะจำพวก หนู กระแต กระรอกและกระต่าย เป็นพาหะนำโรค สัตว์ที่พบมักเป็นโรคบ่อย ได้แก่ หนู โดยมีหมัดเป็นพาหะ เชื้อโรคสามารถอยู่ในตัวหมัดได้เป็นเดือน ขึ้นอยู่กับสภาพความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม การติดต่อแบ่งออกเป็น

1. ติดต่อทางผิวหนัง โดยถูกหมัดหนูที่เป็นโรคกัด หรือคนสัมผัสกับหนูที่มีเชื้อโรค เข้าทางผิวหนังที่ถลอก การติดต่อระหว่างคนกับคน อาจเกิดได้โดยหมัดในคน (Pulexirritans) กัด

2. ติดต่อทางการหายใจ โดยหายใจเอาละอองเชื้อโรค (ละอองเสมหะ ไอ จาม) จากผู้ที่เป็นโรคหรือจากหนู จากหมัดหนู สูดเข้าไปกลายเป็นกาฬโรคชนิดที่ติดเชื้อทางกระแสเลือดหรือกาฬโรคปอด ชนิดนี้รุนแรงและเสียชีวิตได้ง่ายอาการและอาการแสดง

อาการของโรคเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต และปวดมาก อาจจะมีอาการท้องเสียร่วมด้วย โดยแบ่งออกเป็น 3 ชนิด

1. ชนิดต่อมน้ำเหลืองอักเสบ เป็นชนิดที่อ่อนที่สุด และพบบ่อยที่สุด ต่อมน้ำเหลืองที่อักเสบนั้นจะบวมแดงและนิ่ม เวลากดจะเจ็บ ตำแหน่งที่พบได้แก่ ข้างคอ ขาหนีบ รักแร้ อาจมีไข้ร่วมด้วย ถ้าไม่รักษาจะกลายเป็นชนิดที่ 2 คือ เชื้อเข้าสู่กระแสเลือด

2. ชนิดเชื้อในกระแสเลือด มักจะลุกลามจากชนิดต่อมน้ำเหลือง อักเสบ มีไข้สูง ความดันเลือดต่ำ ช็อก หัวใจเต้นเร็ว กระสับกระส่าย เหพ้อ หมดสติ เลือดออกในอวัยวะต่าง ๆ เสียชีวิตภายใน 3-5 วัน หรือภายในไม่กี่ชั่วโมง

3. ชนิดกาฬโรคปอด อาจเกิดตาม หลังจาก 2 ชนิดแรก หรือติดเชื้อจากคนไอ จาม รดกัน มีอาการปอดบวม ไอเป็นน้ำ เสมหะไม่เหนียว ต่อมาจะมีเลือดปน อ่อนเพลีย มีไข้เหมือนกับ 2 ชนิดแรก หากไม่ได้รับการรักษาจะเสียชีวิตเร็วมาก ภายใน 1-3 วันการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

อาจทำได้โดยการเจาะน้ำจากต่อมน้ำเหลืองที่บวม หรือเอาเสมหะไปย้อมสีหรือเพาะเชื้อ พบแบคทีเรียกรัมลบมีลักษณะคล้ายเข็มกลัดซ่อนปลาย หรือ อาจฉีดเชื้อที่สงสัยเข้าสัตว์ทดลอง เช่น หนูตะเภาการรักษา

รักษาโดยการแยกห้อง (Isolation) เพื่อมิให้เชื้อแพร่กระจาย เชื้อนี้ มีความไวต่อ Tetracyline, Strep tomycin, Chloramphenical, Kanamycin และ Sulfonamides ควรให้ผู้ป่วยเริ่มได้รับยาปฏิชีวนะโดยเร็วที่สุด หลังการวินิจฉัยเบื้องต้น ตามแผนการรักษาของแพทย์ ส่วนยากลุ่ม Penicillin มักใช้ ไม่ได้ ผลดี

การรักษาโรคแทรกซ้อนมีความจำเป็น บุคลากรที่ทำการดูแลรักษาต้องมีความระมัดระวังอย่างเคร่งครัด

ด้านการป้องกันการติดเชื้อ โดย

1. การสวมถุงมือ

2. การสวมผ้าปิดปากและจมูก

3. ควรทำลายเชื้อจากเลือด น้ำเหลือง และหนองของผู้ป่วย เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อ

การป้องกันและควบคุม

1. สำรวจและกำจัดหนูที่อยู่อาศัยในบริเวณบ้าน ฉีดพ่นสารเคมีเพื่อทำลายหมัดหนู

2. กำจัดขยะมูลฝอยอันเป็นแหล่งรังโรค

3. ไม่ไปสัมผัสกับสัตว์กัดแทะที่ป่วยตาย เช่น หนู กระรอก ถ้าต้องนำไปทิ้งต้องสวมถุงมือ

4. ให้คำแนะนำเรื่องสุขศึกษาโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้รู้วิธีป้องกันโรคกาฬโรคปอด และหากมีอาการสงสัยว่าป่วยเป็นกาฬโรคปอดให้เข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็ว

5. ผู้ที่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยกาฬโรคปอด ควรรับประทานยา Tetracyline สำหรับป้องกัน และใช้ถุงมือ ผ้าปิดปาก – จมูก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของกาฬโรคปอด

6. ให้วัคซีนแก่ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรค จะช่วยลดอัตราป่วยด้วยโรคนี้ได้

อย่างไรก็ตาม แม้ข่าวการระบาดของกาฬโรคปอดจะดูไกลตัวสำหรับชาวไทย แต่เราก็ไม่ควรประมาท เพราะกาฬโรคปอดสามารถติดต่อได้โดยการแพร่กระจายทางอากาศ ดังนั้นป้องกันตัวเองไว้ดีที่สุด

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *