การเชื่อมโยงข้อมูลใน SME

การเชื่อมโยงข้อมูลใน SME
Source: ผศ.ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย

กรณีศึกษา สั้นๆ ใน SME แห่งหนึ่ง ที่ได้เข้าไป ให้คำปรึกษา SME แห่งนี้ เป็นโรงงาน ค่อนข้างใหญ่ ดำเนินธุรกิจ มานาน หลายสิบปี โดยพัฒนา จากธุรกิจ ครอบครัว ผลิตขวดนม แบบที่ เป่าและฉีด ซึ่งขณะนี้ มี Brand เป็นของตนเอง และรับจ้าง ผลิตส่งออกด้วย การบริหาร องค์กร ทำแบบ แยกส่วนธุรกิจ (Business Unit)
ดังนั้นสิ่งที่สังเกตเห็นได้อันดับแรก คือการปฏิบัติต่อกันเป็นบริษัทใครบริษัทมัน ไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลเท่า
คือ ถ้าหาก มองทั้ง Chain ส่วนโรงผลิต กับส่วนบริษัทขาย มีเจ้าของเดียวกัน หากแยกส่วน business Unit กัน (ในการพิจารณา Supply Chain เราจะพิจารณาธรรมชาติขององค์กรและธุรกิจทั้ง Chain ก่อนอื่น) ที่ควร คำว่า “เท่าที่ควร ” นั่นคือการที่เราคาดหวังว่าเป็นเครือเดียวกัน ข้อมูลควรเป็นเนื้อเดียวกันใน Chain
แต่สิ่งที่เราพบคือ การที่บริษัทที่ทำส่วนขายจะติดต่อกับโรงผลิตเพียงแค่ส่งคำสั่งซื้อมาให้เท่านั้นถึงเปิด P/O
สั่งซื้อมาให้โรงผลิตความยากของโรงผลิตอยู่แล้ว คือจะผลิตอะไร เท่าไร เมื่อไร การวางแผนการผลิต จึง
ต้องคาดคะเนจากคำสั่งซื้อที่มาในอดีต นำไปวางแผนและคาดคะเนปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ และปริมาณสต็อกที่
ควรเก็บ ในการพิจารณา Internal Supply Chain and logistics ตรงนี้สำคัญมากตรงที่การเชื่อมโยงภายใน
Supply Chain ขององค์การ ตั้งแต่คำสั่งซื้อมีผลต่อการวางแผนการผลิตหลัก (Master Production
Scheduling-MPS) การวางแผนความต้องการวัสดุ (Material Requirement Planning MRP) ส่งต่อไปถึง
การจัดการวัสดุคงคลัง (Inventory Management) การกำหนดจุดสั่งซื้อ Reorder Point และ Safety Stock
Level ตรงนี้ทำให้การพยากรณ์เพื่อวางแผนการผลิตและการจัดการคงคลังเป็นไปแบบคาดคะเน การเชื่อม
โยงโซ่อุปทานที่แท้จริงควรทำให้โรงผลิตนั้น เห็นถึงความต้องการของลูกค้าคนสุดท้ายด้วย คือการ
พยากรณ์ยอดขายเพื่อวางแผนการผลิตนั้นก็ยากอยู่แล้ว แต่หากได้พยากรณ์จากคำสั่งซื้อหรือยอดบริโภค
จริงๆ จะทำให้เราวางแผนการผลิตจากความต้องการแท้จริงของลูกค้า

ถ้าตัวอย่างที่เราเห็นในชีวิตประจำวันตาม Retailer ใหญ่ๆ ที่บันทึก POS (Point of Sales) ณ จุดขายเพื่อ
เก็บยอดขายจริงส่งต่อให้ผู้ผลิตเติมสต็อก ปัญหาถัดมาที่เป็นผลสืบเนื่อง คือของคงคลังมีปริมาณมากจึงไม่
น่าแปลกใจ เพราะเมื่อพยากรณ์ได้ไม่ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ จึงต้องผลิตเผื่อการวางแผนการผลิตเพื่อ
replenish stock จึงอาจตรงบ้าง ไม่ตรงบ้างกับ P/O ใบต่อไปที่จะเข้ามา

คำสั่งซื้อของ
การวางแผนกรผลิตหลัก
ยอดพยากรณ์
การวางแผนความต้องการวัสดุ
การวางแผนกำลังการผลิต
การจัดลำดับการผลิต
การจัดการวัสดุคงคลัง

การเชื่อมโยงการจัดการคำสั่งในองค์กร

ฉบับนี้จึงขอยกตัวอย่างกรณีศึกษานี้เพียงสั้นๆ เพื่อกระตุ้นความคิดการจัดการโซ่อุปทานอุตสาหกรรม หรือ โลจิสติกส์ในองค์กรแล้วพบกันฉบับต่อไปนะคะ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *