การสร้างทีมผู้นำ ในทัศนคติของ 'จอห์น ซี.แม็กเวลล์'

การสร้างทีมผู้นำ ในทัศนคติของ “จอห์น ซี.แม็กเวลล์”

ไม่นานผ่านมา “จอห์น ซี. แม็กเวลล์” กูรูทางด้านการสร้างทีมผู้นำแห่งสหรัฐอเมริกา มีโอกาส มาบรรยายให้กับผู้นำธุรกิจในเมืองไทยฟัง

ซึ่งครั้งนี้ก็เหมือนกับหลายๆ ครั้งผ่านมาที่มีผู้นำธุรกิจจากภาคส่วนต่างๆ แห่มาฟังกันแน่นห้องประชุม เพราะทางหนึ่งอาจเป็นเพราะสถาบันไอทีดี กรุ๊ปและสำนักพิมพ์ ดีเอ็มจีเป็นผู้จัดสัมมนา

อีกทางหนึ่งเพราะหัวข้อที่ “จอห์น ซี.แม็กเวลล์” มาบรรยายอาจเกี่ยวข้องกับการสร้างทีมผู้นำด้วย หรือในชื่อภาษาอังกฤษคือ “Building The Leadership Team for Outstanding Results”

โดยเบื้องต้นของงานสัมมนา “จอห์น ซี.แม็กเวลล์ Live in Person” เขาได้กล่าวถึงความสำเร็จของผู้นำที่เกี่ยวพันกับครอบครัว ชุมชน และองค์กร

เพราะเขาเชื่อว่าการที่มนุษย์คนหนึ่ง

จะประสบความสำเร็จในชีวิต จนก้าวขึ้นเป็นผู้นำนั้น เขาจะต้องรู้จุดประสงค์

ในชีวิต และเมื่อรู้จุดประสงค์แล้ว

จะต้องพยายามค้นหา และจะต้องพยายามไปให้ถึงเป้าหมาย

“จอห์น ซี.แม็กเวลล์” บอกว่า ในการเริ่มต้นเดินทางของมนุษย์เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำนั้น เราจะต้องมีความรักและจะต้องมีความลุ่มหลง

“และจะต้องหัดหมั่นถามตัวเองว่า เรารักอะไร รักที่จะทำอะไร และเราลุ่มหลงที่จะทำอะไร อยากเป็นอะไร เพราะคนที่ประสบความสำเร็จเขามักจะถามคำถามแบบนี้กับตัวเอง ที่สำคัญคนที่ประสบ ความสำเร็จเขารักในสิ่งที่เขาทำ และจะทำในสิ่งที่ตัวเองรักเท่านั้น”

“เพราะความรักทำให้เกิดพลัง พลังเป็นผลพลอยได้ของความรัก และความรักทำให้เกิดแรงกระตุ้นไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากทำตามจุดประสงค์ของคุณ คุณก็ต้องรู้ว่าคุณรักที่จะทำอะไร”

“นอกจากนั้นเราจะต้องรู้จุดแข็ง ของตัวเอง หรือรู้ความสามารถของตัวเอง และพยายามทำในสิ่งที่เรามีนั้นซ้ำๆ กันอยู่เรื่อยๆ จนเกิดความชำนาญ อย่าไปทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เสียเวลา”

“จอห์น ซี.แม็กเวลล์” บอกว่า ในกระบวนของการสร้างภาวะผู้นำ เราจะต้องขจัดสิ่งไม่ดีในตัวออกไปเสียก่อน จนเหลือแต่สิ่งดีๆ ของตัวเอง หรือจุดเด่นของตัวเอง

“เพราะทุกคนมีจุดเด่นในตัวเองทุกคน แต่เราต้องหาให้พบ ต้องค้นพบให้ได้ว่า เราเก่งเรื่องอะไร จากนั้นก็ทำในสิ่งที่เราเก่ง ส่วนที่ไม่เก่งหรือข้อด้อยก็อย่าไปทำมัน บางคนฟังดูแล้วอาจไม่เชื่อเหมือนผม

แต่สำหรับผมผมเชื่อเช่นนั้นจริงๆ

หรือบางคนบอกว่า การที่เราทำในสิ่งที่

ไม่เก่งให้เก่งขึ้นมาก็อาจเป็นผลดีอย่างหนึ่ง คือจะได้เก่งหลายๆ อย่าง”

“แต่ผมไม่เชื่อเช่นนั้น ผมเชื่อว่าเคล็ดลับความสำเร็จของผมคือจงทำในสิ่งที่ตัวเองเก่งเท่านั้น สิ่งไหนไม่เก่งผมจะไม่เสียเวลาไปกับมันเลย เพราะฉะนั้น คนที่ประสบความสำเร็จในโลกใบนี้เขาต้องค้นพบ เขตแดนแห่งอำนาจของตัวเอง และพลังของตัวเอง”

ซึ่งตรงนี้จะสอดคล้องกับการเลือกทัศนคติที่ดีด้วย เพราะ “จอห์น ซี.แม็กเวลล์” เชื่อว่าการเลือกทัศนคติที่ดีเป็นเรื่องสำคัญ และเราควรเลือกทัศนคติที่ดีเท่านั้น เพราะสามารถทำให้เราก้าวกระโดดไปได้

สำคัญอีกอย่างเราจะต้องไม่ทำงานใน สิ่งที่เราด้อย แต่ควรทำงานในจุดที่คิดว่าเราเก่ง และเราจะประสบความสำเร็จ “จอห์น ซี.แม็กเวลล์” บอกว่า การที่เราจะประสบความสำเร็จ เราจะต้องอยู่เหนือค่าเฉลี่ย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 1-10 เราจะอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยคือ 1-5 ไม่ได้

แต่จะต้องมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 6-10 อันหมายถึงการทำงานอันมีผลเลิศ

ซึ่งตรงนี้เปรียบได้กับ “ไทเกอร์ วูดส์” นักกอล์ฟมือหนึ่งของโลก เขาจะไม่เล่นกีฬาชนิดอื่นเลย แต่เขาจะตีกอล์ฟๆๆ ซ้ำๆ อย่างนี้ไปเรื่อยๆ และทุกครั้งที่เขาเหวี่ยงไม้กอล์ฟ นั่นคือเขาได้ทำในสิ่งที่เป็นจุดแข็งของเขา

เพราะฉะนั้นการที่ใครคนใดคนหนึ่งจะเติบโตไปเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ หรือเติบโตไปเป็นผู้นำในระดับที่มีชื่อเสียง เขาจะต้องพัฒนาจากจุดที่เขารู้ว่าเขาเก่งอะไร แล้วไปสู่เส้นทางของการเติบโต

เพราะการเติบโตเป็นเรื่องของการพัฒนาจุดแข็ง สำคัญไปกว่านั้น “จอห์น ซี.แม็กเวลล์” บอกว่า การที่คนคนหนึ่งจะเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง เขาจะต้องอุทิศตัวไปในทิศทางที่เก่งที่สุด และจะต้องปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ

“เพราะกระบวนการเติบโตไม่ใช่กระบวนการอัตโนมัติ แต่เป็นกระบวนการของการสร้าง ซึ่งบางคนอาจไม่เชื่อ หรืออย่างบางคนที่เชื่อว่าประสบการณ์เป็นครูที่สอนเราดีที่สุด ซึ่งหลายคนอาจเชื่อเช่นนั้น เพราะคิดว่าผิดเป็นครูที่จะช่วยสอนให้เราไม่ผิดซ้ำสองซ้ำสามอีก”

“ซึ่งในโลกตะวันออกอาจเชื่อเช่นนั้น แต่สำหรับผมผมไม่เชื่อเช่นนั้น เพราะผมคิดว่าประสบการณ์น่าจะเกี่ยวข้องกับความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งในเรื่องนั้นๆ ของคน ดังนั้นถ้าจะต้องผิดพลาดก็หมายความว่าประสบการณ์ของคุณยังไม่มากพอ หรือยังไม่ดีพอ จนทำให้คุณเกิดความผิดพลาดได้”

สำคัญอีกอย่าง “จอห์น ซี.แม็กเวล์” เชื่อว่าการที่ใครคนหนึ่งจะเติบโต จนกลายเป็นผู้นำ หรือประสบความสำเร็จ จะต้องมีแผนในการสร้างการเติบโตด้วย

“ซึ่งแผนการสร้างการเติบโตเป็นแผนส่วนบุคคล เพราะความลับถูกกำหนดโดยแผนงานประจำวันทุกวัน และแผนส่วนบุคคลนั้นเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจที่ดี การบริหารการจัดการ เพราะฉะนั้นคนที่ประสบความสำเร็จจึงต้องมีการบริหารการตัดสินใจที่ดี”

“การบริหารการตัดสินใจกับการ ตัดสินใจนั้นแตกต่างกัน เพราะการบริหารการตัดสินใจเกี่ยวข้องกับการวางแผนและการบริหาร แต่การตัดสินใจอาจเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจถูก ผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ ดังนั้นคนที่เป็นผู้นำ หรือคนที่ต้องการประสบความสำเร็จจะต้องเรียนรู้การบริหารการตัดสินใจด้วย”

“คนที่ประสบความสำเร็จเขาต้องเรียนรู้การบริหารการตัดสินใจทุกวัน และจะต้องดำรงตนอย่างแม่น้ำที่จะต้องไหลผ่านไปในที่ต่างๆ เพื่อเรียนรู้กับสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา”

นอกจากนั้น “จอห์น ซี.แม็กเวลล์” ยังบอกอีกว่า ความสำเร็จของคน ควรที่จะต้องเพิ่มคุณค่าให้กับผู้อื่น และจะต้องสอนเขารู้จักให้คุณค่าคนอื่นด้วย พร้อมกับต้องสร้างคุณค่าให้กับตัวเองด้วย

เพราะเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับทัศนคติและเกี่ยวข้องกับความสำเร็จของผู้นำที่พึงจะต้องมีอย่างน้อย 4 เรื่องด้วยกันคือ

หนึ่ง ความสัมพันธ์

สอง พัฒนาปรับปรุงผู้อื่น

สาม ทีมเวิร์ก

สี่ เรียนรู้การเป็นผู้นำ ผู้มีอิทธิพลต่อ ผู้อื่น

เพราะเรื่องดังกล่าวนี้ไม่เพียงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คนคนนั้นประสบความสำเร็จ หากยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การสร้างทีมผู้นำประสบความสำเร็จด้วย

ซึ่งเหมือนกับ “จอห์น ซี. แม็กเวลล์” ที่เชื่อว่าการที่คนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จหรือเป็นผู้นำคนอื่นได้นั้น เราต้องรู้จุดประสงค์ของตัวเอง ต้องมีความฝัน และจะต้องมีการบริหารการตัดสินใจ

ทั้งยังต้องเพิ่มคุณค่าให้ผู้อื่น เพื่อให้เกิดสัมพันธภาพ เพราะถ้าทำทั้งหมดนี้ได้คุณก็จะเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จและไม่ใช่แค่วันนี้วันเดียว

หากแต่ตลอดไปด้วย ?

ที่มา : www.matichon.co.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *