การศึกษา : บ้านหนังสือ-โอท็อปมินิเอ็มบีเอ

การศึกษา : บ้านหนังสือ-โอท็อปมินิเอ็มบีเอ

บ้านหนังสือ-โอท็อปมินิเอ็มบีเอ สร้างการศึกษาคุณภาพ แห่ง’กศน.’ : โดย…ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

ห้องประชุมชั้น 2 โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ ดูแคบไปถนัดตาเมื่อเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาธิการ กศน.) ประเสริฐ บุญเรือง นักบริหารหัวใจ กศน. นำทัพข้าราชการ กศน.กว่า 500 คน ร่วมงาน “วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ พ.ศ. 2555” โดยมี ศ.ดร.บุญทัน ดอกไธสง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานและรับสารจาก อิรินา โบโควา ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ในโอกาสวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา

ประเสริฐ เล่าว่า อัตราการอ่านหนังสือของคนไทย จากการสำรวจเมื่อปี 2553 เฉลี่ยอยู่ที่ 8 บรรทัดต่อปี ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม มีอัตราเฉลี่ยการอ่านหนังสือ 5 เล่มต่อปี จีน 6 เล่มต่อปี ส่วนประเทศในแถบยุโรปอ่านหนังสือเฉลี่ย 16 เล่มต่อปี โดยเฉพาะฝั่งยุโรปเหนือ เช่น สวีเดน 24 เล่มต่อปี แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสถิติที่ออกมา เพราะเชื่อว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยมาจากการมีสื่ออื่นให้ศึกษาเพิ่มขึ้น เช่น อินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม กศน.จะเร่งผลักดันและส่งเสริมให้คนไทยอ่านหนังสือเพิ่มมากขึ้น ด้วยโครงการบ้านหนังสืออัจฉริยะ

โครงการบ้านหนังสืออัจฉริยะ โดยจัดทำห้องสมุดประจำหมู่บ้าน 4 หมื่นหมู่บ้าน จากทั้งหมด 8 หมื่นหมู่บ้าน ภายในห้องสมุดจะมีหนังสือดีมีคุณภาพ หนังสือพิมพ์ 2 ฉบับ ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ ร้านกาแฟ และร้านก๋วยเตี๋ยว อยู่ใกล้บริเวณห้องสมุด โดยจะใช้งบประมาณ 450 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงบประมาณว่าจะสามารถนำเงินจำนวนดังกล่าวมาใช้ในโครงการบ้านอัจฉริยะได้หรือไม่ เพราะมีการปรับเปลี่ยนชื่อโครงการใหม่ ทั้งนี้ กศน.จะประชุมหารือในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

“งานของกศน.คือการรณรงค์ให้คนไทยรักการอ่าน รู้หนังสือ แต่ไม่ใช่แค่อ่านออกเขียนได้ คนของกศน.จะต้องมีงานทำ มีความรู้ และผมเชื่อว่าหากโครงการบ้านหนังสืออัจฉริยะสำเร็จ อนาคตคนไทยจะมีหนังสือดีๆ อ่านมากขึ้น นั่นหมายความว่าคุณภาพคนไทยก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน” เลขาธิการ กศน.กล่าว

นอกจากนี้ ยังขยายไปยังการเปิดหลักสูตรโอท็อป มินิเอ็มบีเอ หลักสูตรระยะสั้น 2 ปี เน้นสอนให้ผู้เรียน(ผู้ประกอบการ) สามารถบริหารจัดการธุรกิจโอท็อป และธุรกิจอื่นๆ อย่างเป็นระบบ โดยการจัดการเรียนรู้ จัดได้ 2 ลักษณะ 1.เรียนเป็นรายวิชาทั้ง 4 วิชาพร้อมกันหรือเลือกเรียนวิชาใดก่อน-หลังตามความสนใจ ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ และ 2.เรียนในลักษณะฝึกอบรม หรือการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2555 กศน.ได้มีการออกบูธ หลักสูตรโอท็อป มินิเอ็มบีเอ จาก 5 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี และสตูล ด้วย

ด้าน ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา “กศน.เกมส์” ครั้งที่ 2 (5-7 ก.ย.2555) ที่สนามกีฬาสุระกุล จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 กันยายน ว่า กระทรวงศึกษาธิการมีความพยายามยกระดับคุณภาพการศึกษาให้คนไทยทั่วประเทศมีการศึกษาตลอดชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการศึกษานอกระบบ ให้จบม.6 หรือเทียบเท่าภายใน 8 เดือน

“ผมมีความตั้งใจให้การศึกษา กศน. มีคุณภาพเหมือนชาติตะวันตก ที่ให้ความสำคัญมากกว่าการศึกษาในระบบ อีกอย่างงบประมาณของ กศน. ก็ค่อนข้างจะเยอะกว่าส่วนอื่นๆ ตรงนี้จะใช้พัฒนา ส่วนเรื่องร่าง พ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิตที่จะมีไว้ใช้เป็นของตัวเอง ตอนนี้อยู่ระหว่างฎีกา และได้สอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เห็นด้วยที่ กศน.จะมี พ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิตเป็นของตนเอง เรื่องนี้ได้ฝากให้ เลขาธิการ กศน. ติดตามแล้ว คาดว่าจะทันตอนที่ผมอยู่ในตำแหน่ง เพราะยังอยู่อีกยาว” ศ.ดร.สุชาติ กล่าว

ที่มา : คมชัดลึก

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *