การฟอกเงิน การก่อการร้ายบนคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

การฟอกเงิน การก่อการร้ายบนคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
การฟอกเงินและการอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ทอยู่ภายใต้การท้าทายจากกระทำทางอินเตอร์เน็ท ก่อนมีกฎหมายลักษณะอาญา
การฟอกเงินคือการทำให้เงินที่ได้มาจากการกระทำที่ผิดกฎหมายเช่นการค้ายา ค้ามนุษย์การขายตัว กลายมาเป็นเงินที่ได้จากการกระทำที่ถูกกฎหมายการฟอกเงินนี้เริ่มมีมากขึ้นตั้งแต่หลาย ๆ ประเทศพยายามออกกฎหมายที่จะปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวโดยการควบคุมการไหลเวียนของเงินเพื่อจะหลีกเลี่ยงการควบคุมนี้ผู้กระทำความผิดจึงเริ่มที่จะใช้วิธีการฟอกเงินโดยการปิดบังแหล่งที่มาที่แท้จริงของเงินแทน หลายประเทศจึงพยายามใช้กฎหมายลงโทษผู้ที่เข้าร่วมการกระทำความผิดดังกล่าวเนื่องจากกฎหมายฟอกเงินเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายอาญาจึงไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมาย IT แต่ก็ยังคงมีความเกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง เพราะผู้ค้ายามักใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตในการติดต่อทำธุรกิจ หรือการเคลื่อนย้ายเงิน การใช้รหัสลับและชื่อแฝง ทำให้เป็นการยากที่จะกระทำการป้องกันการกระทำดังกล่าวได้
การก่อการร้าย ถือเป็นการกระทำความผิดขั้นรุนแรงที่สุดต่อความมั่นคงของประเทศชาติและส่วนรวมซึ่งรวมถึงการใช้ความรุนแรงในด้านการเมืองด้วย การใช้ความรุนแรงดังกล่าวนี้มีความหมายเพื่อที่จะ บังคับให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงระบบการเมือง โดยสร้างความกลัวให้แก่ผู้คน เช่นการใช้ระเบิด ผู้ก่อการร้ายใช้หลายวิธีที่แตกต่างกันในการที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายหรือทรัพย์สินก็ได้ โดยอินเตอร์เน็ตนั้นอาจใช้เพื่อก่อให้เกิดความตกใจกลัวแก่ประชาชนได้โดยใช้เป็นสิ่งที่กระจายข่าวลือว่าผู้ก่อการร้ายอาจจะโจมตีได้ในเร็ว ๆ นี้ การก่อการร้ายบนคอมพิวเตอร์กลายเป็นประเด็นตั้งแต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว มีการยึดติดกับการใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น และตั้งแต่ได้มีการเผชิญหน้ากับการจู่โจมของผู้ก่อการร้าย กรณีเหตุการณ์การก่อการร้ายในปี 2001 รัฐบาลสหรัฐได้มีการจัดระบบความปลอดภัยเพื่อป้องกันการก่อการร้ายทางคอมพิวเตอร์ และได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการฉ้อโกงและหลอกลวงทางคอมพิวเตอร์
ทั้งกฎหมายเกี่ยวกับการฟอกเงินและการก่อการร้ายบนคอมพิวเตอร์อยู่ภายใต้ความจริงที่ว่า รัฐ ๆ เดียวไม่สามารถที่จะปราบปรามการกระทำความผิดที่อันตรายเช่นนี้ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของหลาย ๆ รัฐ และใช้กฎหมายระหว่างประเทศเข้ามาช่วยจึงจะทำให้ได้ผลที่ดีที่สุด

ลักษณะเฉพาะของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
ลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งของอาชญากรรมาทางคอมพิวเตอร์ทั้งในความหมายอย่างกว้างและความหมายอย่างแคบคือ ต้องมีเจตนาในการกระทำ และจะต้องเป็นอาชญากรรมที่มีลักษณะเป็นสากล ลักษณะที่สำคัญของมันนี้เองจึงเป็นที่น่าสนใจในอนุสัญญาอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์แห่งสหาพยุโรป โดยการกระทำความผิดทั้งหมดในอนุสัญญา ยกเว้นความผิดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์และการละเมิด ได้ให้ความสำคัญกับเจตนาในการกระทำความผิด เจตนาในการก่ออาชญากรรมนั้นต้องประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ คือ ความรู้ถึงสิ่งที่กระทำและความตั้งใจในการกระทำนั้นๆ ในกฎหมายอาญาหลายๆฉบับถือว่าแค่มีความรู้แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ต้องรับผิดทางอาญาแล้ว ถ้าผู้กระทำความผิดขาดเจตนาในการกระทำความผิดก็ไม่ต้องรับผิดในทางอาญา แม้ว่าจะต้องรับผิดในทางละเมิดก็ตาม
คดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ของอเมริกาคดีหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความยากในการที่จะกำหนดถึงเจตนาของการใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผิด คือ ผู้กระทำผิดซึ่งเป็นพนักงานมีสิทธิใช้คอมพิวเตอร์ของสำนักงาน แต่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ของสำนักงานเพื่อประโยชน์ตน เขาจึงถูกฟ้องตามกฎหมายอาญาของรัฐนิวยอร์กในฐานขโมยการบริการ แต่ศาลอเมริกายกฟ้องเพราะนายจ้างของจำเลยไม่สามารถแสดงให้เห็นว่ามีการได้ประโยชน์ในทางพาณิชย์จากการใช้คอมพิวเตอร์ดังกล่าว
ปัญหาหลักของการดำเนินคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์คือ การตัดสินถึงเรื่องเจตนาในการทำผิดอาญา ในคดีหนึ่งผู้กระทำได้ปล่อยไวรัส ไอเลิฟยู แต่เขาได้โต้แย้งว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยไวรัสดังกล่าว ในกรณีปกติผู้พิพากษาจะตัดสินโดยใช้การกระทำของวิญญูชนทั่วไปเป็นเกณฑ์ แต่ด้วยความที่ผู้พิพากษาขาดความรู้ความชำนาญเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จึงต้องพึ่งพาความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งบางครั้งผู้เชี่ยวชาญก็มีความเห็นที่ขัดแย้งกันเอง
หลักทางอาญาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องก่อให้เกิดอันตรายหรือเป็นภัยต่อสังคมด้วย หากไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายดังกล่าวก็อาจต้องรับผิดตามกฎหมายอื่น ซึ่งเป็นการยากที่จะแบ่งว่าการกระทำดังกล่าวต้องรับผิดตามกฎหมายใด ตัวอย่างเช่นไม่ทั้งหมดของการเจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ที่ถือว่าเป็นภัยต่อสังคม เราไม่สามารถกำหนดชัดเจนลงไปว่าอย่างไรถึงจะถือว่าเป็นความผิด กฎหมายจึงกำหนดให้เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้ใช้กฎหมายในการที่จะตัดสินว่าการกระทำอย่างไรที่ถือว่าเป็นความผิด

ปัญหาของการมีความคิดที่จะกระทำความผิดอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์คือ เป็นการยากมากขึ้นเมื่อการที่ผู้ใช้เข้าไปใช้คอมพิวเตอร์ของนายจ้างด้วยการได้รับอนุญาต แต่ใช้มันในจุดประสงค์อื่นมากกว่าจากการที่นายจ้างสั่ง เช่น นายจ้างอาจจะไม่อนุญาตให้ลูกจ้างใช้อินเตอร์เน็ตสำหรับอีเมลล์ส่วนตัว ลูกจ้างที่ขัดคำสั่งของนายจ้างและใช้อินเตอร์เน็ตสำหรับอีเมลล์ส่วนตัวควรพิจารณาดูว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการกระทำความผิดทางอาญาหรือไม่ ซึ่งยังไม่ใช่เป็นปัญหาในประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ก็ยังคงต้องถูกนำไปวินิจฉัยระหว่างการใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผิดอย่างร้ายแรงจาก “การทำผิดประเพณี” ของมัน อีกหนึ่งคำตอบสามารถพบได้จากความเสียหายที่แท้จริงซึ่งมาจากการใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่มีสิทธิ ถ้าความเสียหายนั้นร้ายแรง กฎหมายอาญาก็ควรจะถูกนำมาใช้อุทธรณ์ คำตอบเช่นนี้นำไปสู่ปัญหาที่ยุ่งยากมากขึ้น เช่น จะทำการคำนวณความเสียหายที่ได้รับจากการใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่มีสิทธินั้นอย่างไร ความเสียหายส่วนใหญ่นั้นไม่ได้มาจากการทำรายคอมพิวเตอร์ด้วยตัวมันเอง แต่มาจากการถูกขโมยข้อมูลที่มีค่า ข้อมูลไม่ใช่บางสิ่งบางอย่างที่จะสามารถตีราคาได้ง่ายๆ บางทีมันก็ไม่สามารถที่จะตีราคาได้ทั้งหมด
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ยังคงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงกฎหมายอาญาสามารถที่จะประกาศใช้เพื่อประโยชน์ของผู้มีอำนาจบางกลุ่มเท่านั้น และกฎหมายอาญานั้นก็จะมีผลเฉพาะกับกลุ่มที่เป็นทัศนคติว่าอะไรถูกอะไรผิด เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะให้ความสำคัญกับการประชุมของทวียุโรปเกี่ยวกับแนวคิดอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ตในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่นเดียวกับการกระทำความผิด ดังนั้นสามารถเอาผิดกับการกระทำที่ละเมิดลิขสิทธิ์ภายในประเทศได้ มันเป็นไปได้ที่จะโต้เถียงว่ากฎหมายที่ป้องกันการละเมิดทางลิขสิทธิ์นั้นมีลักษณะที่ตรงกันข้ามกับสิ่งดีงามทั่วไปและไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับศีลธรรมในการลงโทษของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา ในระยะสั้นกฎหมายที่เกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์หลายๆฉบับนั้นผิดศีลธรรม ดังนั้นมันจึงถูกยกขึ้นมาและปล่อยออกไปเป็นรากฐานที่สำคัญเกี่ยวกับความถูกต้องทางกฎหมาย
ถึงแม้ว่าความแน่นอนของกฎหมายได้มีการตระเตรียมที่จะปรับประยุกต์กฎหมายที่ผิดศีลธรรมอันนั้น แต่มันก็จะต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญในเรื่องกฎหมายอาญาและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการตีความและการปรับใช้ในเรื่องที่เฉพาะเจาะจงโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายเทคโนโลยีและอาชญากรรมคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพโดยรัฐธรรมนูญและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน งานเขียนหลายงาน เช่น การเรียกร้องสิทธิส่วนบุคคล อิสรภาพในการใช้คำพูดภาษา เป็นต้น การฟ้องร้องดำเนินคดีสำหรับการเข้าไปในข้อมูลโดยไม่มีสิทธิ อาจเป็นการละเมิดสิทธิในข้อมูล ในอีกทางหนึ่งคดีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์อาจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เหตุผลที่มีการร้องขอให้มีการชี้ขาดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ(สิทธิมนุษยชน) คือ ต้องการแยกความแตกต่างระหว่างจารีตประเพณีในการฟ้องร้องอาชญากรรมเช่นเดียวกับการฆาตกรรม คคีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ต้องการที่จะให้มีความสมดุลของความแตกต่างของสิทธิ ความรับผิด และหน้าที่ อย่างสมบูรณ์ เช่นเดียวกับผลของการกล่าวหาคดีอาญาในสังคมที่เต็มไปด้วยสมาชิกของคนเหล่านั้น ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนั้น บทบาทของผู้พิพากษาจะต้องเป็นรากฐานสำคัญในการที่จะเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ยากที่สุดก็คือ การที่มีผู้พิพากษาจำนวนไม่มากนักที่ฝึกฝนที่จะรับมือจัดการกับปัญหาเช่นนั้น พวกเข้าต้องมีความชำนาญในการคิดมากขึ้นในการที่จะปรับประยุกต์ใช้กฎหมายที่ชัดเจนกับข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน ในคดีอาชญากรรมคอมพิวเตอร์มันเป็นการยากมากที่จะมีกฎหมายที่ชัดเจน และมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนอยู่บ่อยๆ ดังนั้นผู้พิพากษาจะต้องศึกษาในวิถีทางใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นการท้าทายอย่างใหญ่หลวงในการศึกษากฎหมายในประเทศนั้นๆอย่างเช่น ประเทศไทย ตั้งแน่ที่นักเรียนกฎหมายถูกสอนให้ท่องจำตัวบทกฎหมายมากกว่าที่จะแก้ปัญหาเกี่ยวกับการตัดสินคดีในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *