การทำอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปน้ำผลไม้ ตอนที่ 1


ความต้องการของตลาดในปัจจุบันและอนาคต

น้ำผลไม้เป็นอุตสาหกรรมการเกษตรแปรรูปประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญต่อประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผลผลิตผลไม้สดมีปริมาณมากเกินความต้องการของตลาด ซึ่งทำให้ระดับราคาตกต่ำ และเกิดความสูญเปล่าจากการเน่าเสียได้ง่าย ดังนั้นการนำผลไม้สดดังกล่าวมาแปรรูปเป็นน้ำผลไม้จะทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรให้สูงขึ้น และลดความเสียหายที่เกิดจากข้อจำกัดของอายุการเก็บรักษาลงทั้งนี้ประเภทของน้ำผลไม้สามารถแบ่งออกได้ตามกรรมวิธีการผลิตและความนิยมของตลาดได้ดังนี้

1.) น้ำผลไม้เข้มข้น โดยผลิตจากการนำผลไม้แท้จากธรรมชาติไปต้มภายใต้สูญญากาศเพื่อระเหยน้ำบางส่วนออกจนได้น้ำผลไม้ที่เข้มข้น เมื่อจะนำมาบริโภคต้องนำมาผสมน้ำเพื่อเจือจางเสียก่อน น้ำผลไม้ประเภทนี้นิยมผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก เนื่องจากสะดวกต่อการนำไปใช้และประหยัดค่าขนส่ง ทั้งนี้น้ำผลไม้เข้มข้นส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ

2.) น้ำผลไม้พร้อมดื่ม เป็นชนิดที่สามารถดื่มได้ทันที ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำผลไม้แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของผลไม้ที่นำมาเป็นวัตถุดิบและวิธีการผลิตของโรงงาน โดยสามารถแบ่งออกได้เป็นอีก 2 ประเภทย่อย คือ
• น้ำผลไม้ 100 % เช่น น้ำส้ม และ น้ำสับปะรด เป็นต้น
• น้ำผลไม้ 25 – 50 % เช่น น้ำฝรั่ง และน้ำมะม่วง ซึ่งไม่สามารถผลิตเป็นน้ำผลไม้พร้อมดื่ม 100 % ได้ ต้องนำมาเจือจางและปรุงแต่งรสชาติก่อน

3.) น้ำผลไม้ปรุงแต่งกลิ่น ผลิตโดยการนำผลไม้ หรือเนื้อผลไม้ประมาณ 25 % ขึ้นไปเจือสีสังเคราะห์แล้วทำให้เข้มข้นด้วยน้ำตาล โดยก่อนจะดื่มต้องนำไปผสมน้ำตามอัตราส่วนที่ระบุเพื่อลดความเข้มข้น ทั้งนี้น้ำผลไม้ประเภทปรุงแต่งกลิ่นของแต่ละผู้ผลิต จะมีอัตราส่วนของการทำให้เจือจางแตกต่างกัน

4.) น้ำผลไม้สำเร็จรูปชนิดผง เป็นการผลิตโดยการนำน้ำผลไม้มาคั้นระเหยน้ำออกแล้วปั่นแห้งให้เป็นผง แล้วนำมาบรรจุในถุงชงเพื่อความสะดวกในการบริโภค น้ำผลไม้สำเร็จรูปชนิดผงที่เห็นกันมากที่สุด ได้แก่ ส้ม มะตูม ขิง เป็นต้น

รายละเอียดทางด้านการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะในการประกอบกิจการ รวมทั้งนโยบายรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนและให้คำปรึกษาในการลงทุนในผลิตภัณฑ์เครื่องเทศและสมุนไพร มีดังต่อไปนี้

จำนวนผู้ผลิตและผู้นำเข้า

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการภายในประเทศไทยในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 87 ราย โดยแบ่งเป็น ผู้ประกอบการขนาดกลางจำนวน 42 ราย ผู้ประกอบการขนาดเล็กจำนวน 45 ราย (ข้อมูลจากกรมโรงงาน ณ. เดือนมีนาคม 2545) และผู้ประกอบการระดับท้องถิ่นในโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์จำนวน 59 ราย (ข้อมูลจาก WWW.THAITAMBON.COM) ส่วนผู้นำเข้าในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้มีจำนวนทั้งสิ้น 61 ราย และผู้ส่งออกในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้มีจำนวน 94 ราย

ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ที่ประกอบกิจการอยู่ภายในเขตความรับผิดชอบของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 มีจำนวนทั้งสิ้น 9 รายหรือคิดเป็นร้อยละ 10.34 ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ โดยแบ่งเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางจำนวน 7 ราย ผู้ประกอบการขนาดเล็กจำนวน 2 ราย ผู้ประกอบการระดับท้องถิ่นในโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์จำนวน 7 ราย

ผู้ผลิตและผู้นำตลาดที่สำคัญของประเทศไทยในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ได้แก่ บริษัท ไวต้าฟู้ด แฟคทอรี่ (1989) จำกัด จ.กาญจนบุรี มีทุนจดทะเบียน 261,311,320.00 บาท บริษัท เกษตรอุตสาหกรรมอีสาน จำกัด (มหาชน) จ.หนองคาย มีทุนจดทะเบียน 252,000,000.00 บาท บริษัท เอส.พี.เอ็มอาหารและเครื่องดื่ม จำกัด จ.นครปฐม มีทุนจดทะเบียน 215,000,000.00 บาท บริษัท มาลีอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด จ.นครปฐม มีทุนจดทะเบียน 119,000,000.00 บาท เป็นต้น

ผู้ผลิตและผู้นำตลาดที่อยู่ภายในเขตอุตสาหกรรมภาคที่ 9 ที่สำคัญได้แก่ บริษัท ไทยอกริฟุ้ดส์ จำกัด (มหาชน) จ.ระยอง มีทุนจดทะเบียน 72,640,000.00 บาท บริษัท นูบูน จำกัด จ.สมุทรปราการ มีทุนจดทะเบียน 50,000,000.00 บาท บริษัท ต้าฮั้วฟูด จำกัด จ.สมุทรปราการ มีทุนจดทะเบียน 14,333,048.00 บาท บริษัท เฟิส์ท อินเตอร์เนชั่นแนล แคนนิ่ง จำกัด จ.สมุทรปราการ มีทุนจดทะเบียน 14,000,000.00 บาท เป็นต้นโดยมีรายชื่อผู้ประกอบการที่สำคัญๆดังต่อไปนี้

ตารางแสดงรายชื่อผู้ประกอบการเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ที่สำคัญของประเทศไทย


รายชื่อผู้ประกอบการ สถานที่ตั้ง ทุนจดทะเบียน (บาท)
บริษัท ไวต้าฟู้ด แฟคทอรี่
(1989) จำกัด
กาญจนบุรี 125,000,000.00
บริษัท เกษตรอุตสาหกรรมอีสาน
จำกัด (มหาชน)
หนองคาย 252,000,000.00
บริษัท
เอส.พี.เอ็มอาหารและเครื่องดื่ม จำกัด
นครปฐม 215,000,000.00
บริษัท มาลีอุตสาหกรรมอาหาร
จำกัด
นครปฐม 119,000,000.00
บริษัท เยนเนอรัลอะโกร หนองคาย 76,100,000.00
บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด ประจวบคีรีขันธ์ 74,200,000.00
บริษัท ไทยอกริฟุ้ดส์ จำกัด
(มหาชน)
ระยอง 72,640,000.00
บริษัท ไทซันฟูดส์ จำกัด ราชบุรี 67,400,000.00
บริษัท ฟู้ดสตาร์ จำกัด นครปฐม 65,000,000.00
บริษัท ศรีเชียงใหม่อุตสาหกรรม
จำกัด
หนองคาย 52,500,000.00
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร
จำกัด
เชียงใหม่ 51,000,000.00
บริษัท นูบูน จำกัด สมุทรปราการ 50,000,000.00
บริษัท วรา ฟู้ดแอนด์ดริ๊ง
จำกัด
นครปฐม 40,000,000.00
บริษัท องค์พฤกษา จำกัด ประจวบคีรีขันธ์ 39,000,000.00
บริษัท สหวรกิจ จำกัด นครปฐม 37,000,000.00
บริษัท
สหปราจีนบุรีอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด
เชียงใหม่ 36,000,000.00
ซิตี้ฟาร์ม แพคกิ้ง สมุทรสงคราม 28,000,000.00
บริษัท พีเอ็กซ์ ยูเนียน
แดรี่พลานท์ จำกัด
พระนครศรีอยุธยา 22,000,000.00
บริษัท วี.ไอ.พี.ฟู้ด จำกัด สมุทรสาคร 21,000,000.00
บริษัท อัลบาทรอส จำกัด กาญจนบุรี 18,000,000.00
บริษัท ต้าฮั้วฟูด จำกัด สมุทรปราการ 14,333,048.00
บริษัท เฟิส์ท
อินเตอร์เนชั่นแนล แคนนิ่ง จำกัด
สมุทรปราการ 14,000,000.00

ที่มา : กรมทะเบียนโรงงานอุตสาหกรรม, 2545

รายชื่อผู้นำเข้าที่สำคัญในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ของประเทศไทย


รายชื่อผู้นำเข้าที่สำคัญ สถานที่ตั้ง
บ.เนสท์เล่ แดรี่ (ประเทศไทย)
จำกัด 
กรุงเทพฯ
บ.ทิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด กรุงเทพฯ
บ.นูบูน จำกัด กรุงเทพฯ
บ.ยูนิเพรสซิเดนท์(ประเทศไทย)
จำกัด 
กรุงเทพฯ
บ.มาลี สามพราน จำกัด กรุงเทพฯ
บ.สยาม ไวเนอรี่ จำกัด กรุงเทพฯ
บ.อาหารสยาม จำกัด กรุงเทพฯ
บ.ชิโน-แปซิฟิก เทรดดิ้ง จำกัด กรุงเทพฯ
บ.ไวต้าฟู้ด แฟคทอรี่(1989)
จำกัด
กรุงเทพฯ
บ.ไทยอกริฟู้ดส์ จำกัด(มหาชน) สมุทรปราการ

ที่มา : กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์, 2545

รายชื่อผู้ส่งออกที่สำคัญในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ของประเทศไทย


รายชื่อผู้ส่งออกที่สำคัญ สถานที่ตั้ง เบอร์โทรศัพท์ 
บ.ไทยอกริฟู้ดส์ จำกัด(มหาชน) สมุทรปราการ 02-3154171
บ.โดลไทยแลนด์ จำกัด กรุงเทพฯ 02-6810224
บมจ.สยามอุตสาหกรรมการเกษตรสับปะรดและอื่นๆ  กรุงเทพฯ 02-6617878
บ.อาหารสยาม จำกัด กรุงเทพฯ
บ.สามร้อยยอด จำกัด ประจวบคีรีขันธ์
บ.ทิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด กรุงเทพฯ
บ.นูบูน จำกัด กรุงเทพฯ 02-7133006
บ.มาลีสามพราน จำกัด ปทุมธานี
บ.เดลี่ฟู้ดส์ จำกัด กรุงเทพฯ 02-7168151-3
บ.ไวต้าฟู้ด แฟคทอรี่(1989)
จำกัด
กรุงเทพฯ

ที่มา : กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์, 2545

ภาวะตลาดภายในประเทศ

ตั้งแต่อดีตตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มในประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวไม่สูงมากนัก ด้วยเหตุผลที่ว่าผลไม้สดในประเทศมีอยู่มากมายหลายชนิดและมีให้รับประทานตลอดทั้งปี เมื่อต้องการดื่มน้ำผลไม้ผู้บริโภคเองก็สามารถนำผลไม้สดมาคั้นดื่มเองได้ แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจและสภาพความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไป ความเร่งรีบ ความห่วงใยในสุขภาพและการขยายตัวของประชากร พร้อมกับความสะดวกสบาย กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ธุรกิจน้ำผลไม้พร้อมดื่มในประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกระแสการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพอนามัยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้รักสุขภาพทั้งหลาย น้ำผลไม้พร้อมดื่มจึงกลายมาเป็นสินค้าที่เข้ามาแทรกส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมตอบรับกระแสชีวจิตที่เข้มข้นด้วยคุณภาพในราคาที่ผู้บริโภคยอมรับได้ ดังนั้นน้ำผลไม้จึงเป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูปที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากอีกประเภทหนึ่งในปัจจุบัน ทำให้มีผู้ผลิตสนใจที่จะเข้าสู่ตลาดน้ำผลไม้กันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ตลาดน้ำผลไม้ในปัจจุบันเกิดการแข่งขันที่สูงมากขึ้น ด้านการนำเข้าเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้นั้นยังมีสัดส่วนที่น้อยอยู่เมื่อเทียบกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ
เนื่องจากประเทศไทยยังมีความสามารถในการผลิตเพื่อรองรับกับความต้องการภายในประเทศ โดยมีมูลค่าการนำเข้าสินค้าเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้จากต่างประเทศเท่ากับ 348.07 และ 491.15 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2543และ2544 ตามลำดับและมีการนำเข้าสินค้าเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้จากประเทศต่างๆที่สำคัญได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา จีน บราซิล ไต้หวัน และออสเตรเลียเป็นต้น

เนื่องจากภาคตะวันออกของประเทศไทยที่อยู่ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 9 นั้นมีการเพาะปลูกผลไม้นานาชนิดซึ่งมีผลผลิตที่สมบูรณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สับปะรด ที่มีการเพาะปลูกอย่างแพร่หลายในเขตภาคตะวันออกและนิยมนำมาแปรรูปเป็นน้ำผลไม้สู่ตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตผลที่เกิดขึ้น จึงควรมีการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ที่อยู่ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 9 เพื่อเป็นการสร้างรายได้และเพิ่มลู่ทางการเพิ่มมูลค่าเพิ่มของผลผลิตจากผลไม้ที่มีอยู่ในพื้นที่ให้เป็นประโยชน์สูงสุด

การผลิตน้ำผลไม้ภายในประเทศมีสัดส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเทียบกับการส่งออกประมาณร้อยละ 40:60 ของมูลค่าตลาดโดยรวม โดยช่องทางการจัดจำหน่ายของผู้ผลิตน้ำผลไม้ ได้แก่ การจำหน่ายโดยตรงให้แก่ผู้บริโภคในลักษณะบริการส่งถึงสถานที่ที่ผู้บริโภคต้องการและอยู่ในขอบเขตของผู้ให้บริการ และการจำหน่ายผ่านคนกลาง ซึ่งเป็นการกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภค เช่น ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ และร้านสะดวกซื้อทั่วไป โดยแบ่งช่องทางการจำหน่ายดังต่อไปนี้
1). น้ำผลไม้เข้มข้น น้ำผลไม้ประเภทนี้นิยมผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก เนื่องจากสะดวกต่อการนำไปใช้และประหยัดค่าขนส่ง ทั้งนี้น้ำผลไม้เข้มข้นส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ จึงมีการจำหน่ายในลักษณะของการส่งออกและจำหน่ายในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารเป็นหลัก
2). น้ำผลไม้พร้อมดื่ม น้ำผลไม้ปรุงแต่งกลิ่น และน้ำผลไม้สำเร็จรูปชนิดผง นั้นก็มีช่องทางจำหน่ายตามร้านค้า และห้างสรรพสินค้าทั่วไป หรือมีการจำหน่ายโดยตรงให้กับผู้บริโภคเพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าอีกทางหนึ่ง

ที่มา : กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์, 2545

ภาวะตลาดต่างประเทศ

ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ ไปยังตลาดโลกคิดเป็นมูลค่า 4,419.52 และ 4,851.21 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2543 และ 2544 ซึ่งมีอัตราการขยายตัวในการส่งออกของปีพ.ศ. 2543 และ 2544 เท่ากับ -12.97 และ 9.77 ตามลำดับ โดยมีตลาดส่งออกสินค้าเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ ที่สำคัญของประเทศไทย ดังต่อไปนี้
• ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมีมูลค่าส่งออกเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ จากประเทศไทยไปประเทศสหรัฐอเมริกาเท่ากับ 1,352.08 และ 1,761.15 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 30.59 และ 36.30 ของมูลค่าการส่งออกเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ของประเทศไทยในปีพ.ศ.2543 และ 2544 ตามลำดับ
• เนเธอร์แลนด์โดยมีมูลค่าส่งออกเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้จากประเทศไทยไปเนเธอร์แลนด์เท่ากับ 1,298.04 และ 1,209.89 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 29.37 และ 24.94 ของมูลค่าการส่งออกเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ของประเทศไทยในปีพ.ศ.2543 และ 2544 ตามลำดับ
• สเปนโดยมีมูลค่าส่งออกเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้จากประเทศไทยไปประเทศสเปนเท่ากับ 319.81 และ 289.10 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 7.24 และ 5.96 ของมูลค่าการส่งออกเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ของประเทศไทยในปีพ.ศ.2543 และ 2544 ตามลำดับ
• ญี่ปุ่น โดยมีมูลค่าส่งออกเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้จากประเทศไทยไปประเทศญี่ปุ่นเท่ากับ 171.53 และ 181.50 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 3.88 และ 3.74 ของมูลค่าการส่งออกเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ของประเทศไทยในปีพ.ศ.2543 และ 2544 ตามลำดับ
• ออสเตรเลียโดยมีมูลค่าส่งออกเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้จากประเทศไทยไปประเทศออสเตรเลียเท่ากับ 183.75 และ 128.31 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 4.16 และ 2.64 ของมูลค่าการส่งออกเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ของประเทศไทยในปีพ.ศ.2543 และ 2544 ตามลำดับ

สำหรับความต้องการเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ของตลาดในต่างประเทศนั้น มีความต้องการไปในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากกระแสสุขภาพ เป็นกระแสที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และพฤติกรรมในกลุ่มวัยรุ่นและผู้สูงอายุก็มีลักษณะคล้ายกันในตลาดยุคธุรกิจข้ามชาติและกระแสโลกาภิวัฒน์ และสำหรับตลาดเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ที่คาดว่ามีความต้องการสูงขณะนี้ แม้ยังเป็นตลาดญี่ปุ่น และยุโรป แต่ตลาดที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคตคือ ตลาดในกลุ่มประเทศแถบลาตินอเมริกา ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ไต้หวัน ฮ่องกง ลาวและพม่า ซึ่งมีการเปิดประเทศ และเป็นคู่ค้าใหม่ ๆ ของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
แม้ว่าความต้องการเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ของตลาดต่างประเทศจะมากขึ้นก็ตาม แต่ภาวะการแข่งขันเพื่อส่งออกไปต่างประเทศนั้นก็รุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากการเปิดเสรีในภูมิภาคต่าง ๆ ตามเงื่อนไขของ องค์การการค้าโลก(WTO) เขตการค้าในอาเซียน(AFTA) และเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ(NAFTA) ซึ่งหากผู้ผลิตที่จะพัฒนาไปสู่การส่งออกของประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาการผลิตและการตลาดภายในประเทศได้ ก็อาจทำให้ศักยภาพการแข่งขันเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ของไทยลดลง โดยในปัจจุบันคู่แข่งที่สำคัญของธุรกิจประเภทนี้ของไทยคือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และจีน ซึ่งมีความหลากหลายและได้เปรียบตลาดผู้ผลิตไทยหลายด้าน เช่น คุณภาพวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า เป็นต้น

ตารางแสดงตลาดส่งออกเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ของประเทศไทย
ประเทศ มูลค่านำเข้า (ล้านบาท) สัดส่วน(ร้อยละ)
2541 2542 2543 2544 2541 2542 2543 2544
รวมทั้งโลก 3,597.32 5,078.16 4,419.52 4,851.21 100.00 100.00 100.00 100.00
1 สหรัฐอเมริกา 910.87 1,533.01 1,352.08 1,761.15 25.32 30.19 30.59 36.30
2 เนเธอร์แลนด์ 1,150.20 1,473.06 1,298.04 1,209.89 31.97 29.01 29.37 24.94
3 สเปน 365.52 601.27 319.81 289.10 10.16 11.84 7.24 5.96
4 ญี่ปุ่น 160.24 226.26 171.53 181.50 4.45 4.46 3.88 3.74
5 ออสเตรเลีย 105.63 98.57 183.75 128.31 2.94 1.94 4.16 2.64
6 แคนาดา 49.73 126.63 76.44 102.12 1.38 2.49 1.73 2.11
7 ไต้หวัน 151.74 110.14 112.09 99.92 4.22 2.17 2.54 2.06
8 กัมพูชา 48.98 49.76 37.83 99.40 1.36 0.98 0.86 2.05
9 ฝรั่งเศส 83.62 127.88 116.91 88.25 2.32 2.52 2.65 1.82
10 สิงคโปร์ 48.78 56.59 54.54 79.89 1.36 1.11 1.23 1.65
รวม 10 ประเทศ 3,075.29 4,403.15 3,723.01 4,039.52
ประเทศอื่นๆ 522.03 675.01 696.51 811.69
อัตราการขยายตัว – 41.16 -12.97 9.77
ที่มา : กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์, 2545

<..โปรดติดตามตอนต่อไป..>


You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *