การคิดเชิงประยุกต์ (Applicative Thinking) ตอน 5

การคิดเชิงประยุกต์ (Applicative Thinking) ตอน  5

 

การคิดเชิงประยุกต์

1.       คิดจากซ้ายไปขวา

การคิดจากซ้ายมาขวา หมายถึง การคิดเชิงกระจายออก หรือการคิดที่เน้นจำนวนความคิดเกี่ยวกับประโยชน์ของสิ่งนั้นให้ได้มากที่สุด เพื่อตอบคำถามว่า “สิ่งนั้นสามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง” มุ่งหมายให้สามารถคิดออกมาให้ได้มากที่สุดในการนำสิ่งนั้นไปใช้ประโยชน์ อันเป็นการขยายบทบาทหน้าที่ของสิ่งนั้น จากเดิมสู่การทำหน้าที่ใหม่ โดยการขยายขอบเขตความคิดของเราไม่ให้ยึดติดอยู่กับกรอบความเคยชินต่อบทบาทหน้าที่ของสิ่งนั้น  ซึ่งเป็นการตอบคำถาม “จะนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร” ซึ่งมีเทคนิคการคิดหลายแบบ อาทิเช่น

–          เทคนิคระดมความคิดประยุกต์

เทคนิคนี้คล้ายกับเทคนิคการระดมสมองที่นำไปใช้ในการคิดเชิงสร้างสรรค์ แตกต่างกันที่จะคิดเกี่ยวกับของสิ่งเดียวหรือเรื่อง ๆ เดียวที่เราต้องการขยายขอบเขตการใช้ประโยชน์ของสิ่งนั้น โดยตอบคำถามว่า “สิ่งนี้มาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง” ให้มากที่สุด เพื่อให้ได้ความคิดเชิงปริมาณที่เราสามารถคิดออกมาได้จำนวนมากที่สุด

–          เทคนิคคิดเทียบเคียงเพื่อทดแทน

เทคนิคคิดเทียบเคียงเพื่อทดแทน เป็นเทคนิคที่ช่วยให้เห็นทางเลือกอื่น ๆ ในการนำสิ่งนั้นไปประยุกต์ใช้เพื่อ “ทดแทน” สิ่งอื่นที่มีคุณสมบัติคล้าย ๆ กัน สามารถคิดได้ 2 ลักษณะ

1)      เทียบเคียงคุณสมบัติหลักและทดแทน

– คุณสมบัติหลัก หมายถึง หน้าที่ใช้สอยโดยปกติของสิ่งนั้น

– คุณสมบัติทดแทน หมายถึง สามารถใช้ทำหน้าที่ทดแทนคุณสมบัติได้

ตัวอย่าง การประยุกต์ใช้ที่หนีบผ้า

วัสดุ คุณสมบัติหลัก ทำหน้าที่คล้ายกับ การประยุกต์
ที่หนีบผ้า –        เป็นตัวยึดสิ่งของให้อยู่กับที่

–        ทำให้สิ่งของบาง ๆ ที่อยู่ห่างกันรวมอยู่ด้วยกัน

–        ป้องกันการปลิว

–             คลิปหนีบกระดาษ

–             กิ๊บติดผม

–             คีม

–             เข็มกลัด

–             ตะเกียบ

–             ต่างหูแบบหนีบ

–        ใช้หนีบกระดาษ

–        ใช้ติดผม

–        ใช้คีบสิ่งของที่ตกลงไปในท่อ

–        ใช้เป็นตัวหนีบบัตรติดเสื้อ

–        ใช้เป็นที่หนีบข้อความแทนโพสต์อิท

–        ฯลฯ

 

2)      เทียบเคียงองค์ประกอบอื่น ๆ โดยจำแนกแยกแยะส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น มาจากวัสดุใด รูปทรงเป็นอย่างไร มีขนาด สีสัน พื้นผิว เป็นเช่นไร และพิจารณาส่วนประกอบเหล่านี้ว่า มีคุณสมบัติเฉพาะเจาะจงอย่างไร และสามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง

ตัวอย่าง การประยุกต์ใช้เทคไท

วัสดุ องค์ประกอบ มีลักษณะคล้ายกับ คุณสมบัติ การประยุกต์
เนคไท –        ยาว

–        ผ้า

–        มีลวดลาย

–             เชือก

–             ริบบิ้น

–        วัดความยาว

–        มัดสิ่งของ

–        ใช้วัดความยาวของสิ่งของ

–        ใช้แทนเข็มขัด

–        ใช้เป็นที่คาดผม

–        ใช้แทนริบบิ้นผูกของ

 

–          เทคนิคแตกแขนงแล้วสร้างสรรค์

เราสามารถใช้ทุก ๆ ส่วนของสิ่งนั้นให้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยการจำแนกแยกแยะสิ่งนั้นออกเป็นส่วน ๆ พยายามหาความหมายของสิ่งนั้น จากนั้นค่อยคิดต่อว่า น่าจะใช้ทำอะไรได้อีก เทคนิคนี้เป็นการใช้ประโยชน์จากทุก ๆ ส่วน ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยแตกแขนงสิ่งนั้นออกเป็นส่วนย่อย ๆ ทั้งนี้ เมื่อเราแตกแขนงองค์ประกอบต่าง ๆ ออกมาแล้ว ให้คิดต่อจากแต่ละส่วนย่อยนั้นว่า สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง โดยพยายามใช้ศักยภาพความคิดอิสระของเราในการขยายศักยภาพการใช้ประโยชน์สิ่งนั้นนอกเหนือบทบาทหน้าที่เดิม

ตัวอย่าง การคิดประยุกต์ใช้ร่ม

                                                                 

2.       คิดจากขวามาซ้าย

การคิดจากขวามาซ้าย หมายถึง การคิดย้อนกลับเพื่อความความเป็นไปได้ในการนำมาใช้จริง โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมของสิ่งใหม่ที่เราได้พัฒนาและสร้างสรรค์ขึ้นจากสิ่งเดิม ในบริบทแวดล้อมที่จะนำไปใช้จริงว่าสามารถใช้การได้จริงหรือไม่ โดยการตั้งคำถามเชิงวิพากษ์เพื่อหาความเป็นไปได้ และตอบคำถามเหล่านี้

–          ใช้ได้จริงหรือ

–          นำไปใช้อย่างไร

–          ถ้าจะนำมาใช้ต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง

–          นำไปใช้เมื่อไร

–          ใครควรเป็นผู้ใช้

–          นำไปใช้ที่ใดจึงเหมาะสม

ตัวอย่าง

เอาคอมพิวเตอร์เก่า ๆ มาทำเป็นตู้ปลา เราอาจพิจารณาแล้วพบว่า มีความเป็นไปได้ โดยนำเอาอุปกรณ์ด้านในออกให้หมดเหลือแต่โครงคอมพิวเตอร์ด้านนอก แล้วเอาตู้ปลาซึ่งเป็นกระจกสี่เหลี่ยมใส่เข้าไปแทน อาจจะต้องเจาะด้านบนของคอมพิวเตอร์เพื่อทำเป็นประตูเปิด-ปิดสำหรับใส่อาหารปลา

เราอาจทำเป็นตู้ปลาในห้องรับแขกที่บ้านของตนเองเป็นของประดับบ้านชิ้นหนึ่ง หรือทำเป็น “ตู้ปลาแบบไม้” จำหน่ายให้กับคนทั่ว ๆ ไป เป็นสินค้าใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งหากจำหน่ายเราจำเป็นต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับต้นทุนการผลิต วัสดุที่จะนำไปใช้ ราคาเมื่อเปรียบเทียบกับตู้ปลาทั่ว ๆ ไป จะตั้งราคาอย่างไร รวมทั้งต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยว่า เราจะจำหน่ายให้กับใคร รสนิยมของคนกลุ่มนั้นเป็นอย่างไร ความสามารถในการซื้อเป็นอย่างไร เราจะนำไปวางจำหน่ายที่ใด เช่น เราจะผลิตตู้ปลาคอมพิวเตอร์จำหน่ายกับกลุ่มครอบครัวที่มีลูกวัยไม่เกิน 13 ปี เราอาจทำลวดลายคอมพิวเตอร์เป็นลวดลายการ์ตูนเพื่อให้เด็ก ๆ ชื่นชอบ ภายในตู้อาจมีการติดแสงไฟและจัดแต่งให้สวยงามเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็ก ๆ เป็นต้น


Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *