กองทุนสุขภาพ : ‘ผู้ป่วยไต-เอดส์’ 3 กองทุนรับบริการเดียว

กองทุนสุขภาพ : ‘ผู้ป่วยไต-เอดส์’ 3 กองทุนรับบริการเดียว

‘ผู้ป่วยไต-เอดส์’ 3 กองทุนรับบริการมาตรฐานเดียว เจ็บป่วยรักษาต่อเนื่องแม้เปลี่ยนสิทธิ ผู้ป่วยไตความสามารถในการกรองปัสสาวะน้อยกว่า 15 ซีซีต่อนาทีมีสิทธิฟอกเลือด ผู้ป่วยเอดส์ซีดีโฟร์ต่ำกว่า 350 เซลล์ต่อลบ.มม.รับยาต้านไวรัส รอ’ปู’พิจารณารอบสุดท้าย คาดดีเดย์ 1 ต.ค. 2555 นี้

เมื่อเวลา 14.30 นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมผู้แทนจาก 3 กองทุนสุขภาพภาครัฐ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงแรงงาน กรมบัญชีกลาง สำนักงานประกันสังคม(สปส.)และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)ว่า เป็นการสรุปครั้งสุดท้ายเรื่องการบูรณาการการจัดระบบริการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ และผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายของทั้ง 3 กองทุนที่มีประมาณ 264,052 คนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ก่อนเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณา หากได้รับความเห็นชอบคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2555

“เรื่องที่ประชาชนกังวลมากคือหากเจ็บป่วยเป็นโรคไตหรือผู้ป่วยเอดส์ หรือติดเชื้อเอชไอวีแล้วมีการเปลี่ยนสิทธิประกันสุขภาพจะทำอย่างไร เช่น บุตรข้าราชการ เมื่ออายุครบ 20 ปีแต่ยังจำเป็นต้องได้รับการรักษาจะต้องใช้สิทธิจากงกองทุนไหน หรือลูกจ้างที่ถูกให้ออกจากงานพ้น 6 เดือนจะได้รับการดูแลรักษาจากกองทุนไหน เป็นต้น ซึ่งหากดำเนินการได้ตามโครงการนี้ ผู้ป่วยไตและเอดส์ที่มีการเปลี่ยนสิทธิไม่ต้องกังวล เพราะจะได้รับการดูแลรักษาต่อเนื่อง”นายวิทยา กล่าว

นายวิทยา กล่าวต่อว่า 3 กองทุนมาตรฐานเดียวของผู้ป่วยไตและเอดส์จะเน้นเรื่องมาตรฐานการรักษาและมาตรฐานการดูแลรักษาต่อเนื่อง ในส่วนของการรักษา ผู้ป่วยเอดส์ จะได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสและยาอื่นๆ,การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อติดตามการรักษา,บริการให้คำปรึกษาแลพตรวจเลือดแบบสมัครใจ และการป้องกันโรคเอดส์ในกลุ่มติดเชื้อ ขณะที่ผู้ป่วยโรคไต จะได้รับการล้างไตทางช่องท้อง,การฟอกเลือด,การให้ยากระตุ้นเม็ดเลือดแดง และการปลูกถ่ายไต โดยผู่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เปลี่ยนสิทธิการรักษาจะได้รับการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีการรักษาแบบเดิมต่อเนื่อง ไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่ายและได้รับความสะดวก หากจำเป็นต้องเปลี่ยนไปรับการรักษาที่หน่วยบริการคู่สัญญาของกองทุนที่ย้ายเข้าไปใหม่

สำหรับการดูแลรักษาต่อเนื่องมีแนวทาง 6 ข้อ คือ

  • 1.เปลี่ยนจาก 30 บาทเป็นประกันสังคม สามารถเลือกรพ.คู่สัญญาและเลือกรพ.ที่จะรักษาได้ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นรพ.เดียวกันก็ได้
  • 2.เปลี่ยนสิทธิประกันสังคมเป็น 30 บาท สามารถเลือกรพ.คู่สัญญาและเลือกรพ.ที่จะรักษาได้ซึ่งไม่จำเป็นต้องรพ.เดียวกันก็ได้
  • 3.เปลี่ยนสิทธิจาก 30 บาทเป็นข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ให้รีบดำเนินการทันทีหลังบรรจุ และให้ติดต่อเลือกรพ.ของรัฐที่สะดวกเข้ารับการรักษาโดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า
  • 4.เปลี่ยนจากสิทธิข้าราชการเป็น 30 บาทให้รีบดำเนินการทันทีหลังพ้นจากสิทธิข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ และเลือกลงทะเบียนหน่วยบริการประจำและเลือกรพ.ที่จะรักษาอาจเป็นคนละรพ.ก็ได้
  • 5.เปลี่ยนสิทธิจากข้าราชการเป็นประกันสังคม เลือกรพ.คู่สัญญาและเลือกรพ.ที่จะรักษาได้ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นรพ.เดียวกันก็ได้
  • 6.เปลี่ยนสิทธิจากประกันสังคมเป็นข้าราชการ ให้ติดต่อเลือกรพ.ของรัฐที่สะดวกเข้ารับการรักษาโดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า กรณีที่ผู้ป่วยเปลี่ยนโรงพยาบาล ให้โรงพยาบาลที่รักษาเดิมสรุปประวัติการบริการให้ผู้ป่วยนำไปยื่นแก่โรงพยาบาลแห่งใหม่ เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ด้านนพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสปสช. กล่าวว่า การบูรณาการการดูแลรักษาผู้ป่วยไตและเอดส์ 3 กองทุนจะทำให้เกิดการดูแลรักษาแบบต่อเนื่องและมีมาตรฐานเดียวในเรื่องการรักษา โดยโรคไตจะพิจารณามาตรฐานการรักษาจากสมาคมโรคไต เช่น การจะเริ่มต้นการฟอกเลือด เดิมสิทธิ 30 บาทจะเริ่มเมื่อความสามารถในการกรองปัสสาวะของไตน้อยกว่า 15 ซีซีต่อนาที ขณะที่ประกันสังคม เริ่มเมื่อน้อยกว่า 5 ซีซีต่อนาที ส่วนโรคเอดส์จะยึดมาตรฐานการรักษาตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมการเอดส์ เช่น การได้รับยาต้านไวรัสเมื่อมีค่าระดับภูมิต้านทานของร่างกายหรือซีดีโฟร์น้อยกว่า 350 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร(เซลล์ต่อลบ.มม.) เบื้องต้นอาจจะดำเนินการได้เฉพาะ30บาทและประกันสังคม เนื่องจากระบบของสวัสดิการข้าราชการเป็นแบบเบิกจ่ายตรงไม่ได้จัดสรรเป็นยาไปยังโรงพยาบาล

ที่มา : คมชัดลึก

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *