กลยุทธ์ กับ วิธีการใช้กลยุทธ์ ความเหมือนที่แตกต่าง

กลยุทธ์ กับ วิธีการใช้กลยุทธ์ ความเหมือนที่แตกต่าง
เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไม หลายๆ บริษัทใช้กลยุทธ์เดียวกัน หรือลอกแบบกันทุกเม็ด หรือใช้กลยุทธ์ตามตำราที่ว่าไว้ทุกประการ แต่ผลที่ออกมาสำเร็จหรือล้มเหลวต่างกันแบบคนละเรื่อง?
กลยุทธ์ยอดนิยมที่ใช้กันมานานหลายปี เช่น CRM และกลยุทธ์ที่เริ่มใช้จนกลายแฟชั่นในปัจจุบันเช่น Blue Ocean หรือกลยุทธ์ทั้งแบบเก่าๆ และแบบใหม่ๆ ที่แต่ละบริษัทในหลายๆอุตสาหกรรมส่วนมากนำไปใช้แล้วก็ยังล้มเหลวมากกว่าสำเร็จ เป็นเพราะแยกไม่ออกว่า… “กลยุทธ์ กับ วิธีการใช้กลยุทธ์” เป็นเรื่องเดียวกันที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว!
ที่บอกว่า กลยุทธ์ เป็นเรื่องเดียวกัน ก็คือ แต่ละกลยุทธ์ที่แต่ละองค์กรเรียนรู้และทำความเข้าใจไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย เพราะต่างก็อ่านมาจากหนังสือ ทฤษฎีเดียวกัน หรือเข้าสัมมนามาเหมือนๆกัน พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นวัตถุเดียวกันที่ไม่มีความแตกต่าง
ส่วนวิธีการใช้กลยุทธ์ กลับเป็นเรื่องที่แตกต่างกัน (ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า แต่ละคนเรียนสูตรการทำอาหารเหมือนกันแต่ทำออกมาแล้วอร่อยหรือไม่อร่อยแตกต่างกันนั่นเอง) และผลแห่งความแตกต่างที่ส่งผลถึงความล้มเหลวและความสำเร็จในเรื่องของ “วิธีการใช้กลยุทธ์” เริ่มตั้งแต่…..
1. แต่ละคนจะ “ตีความ” และ “ทำความเข้าใจ” กลยุทธ์ที่ไม่เหมือนกัน ตามศักยภาพ ตามวิธีคิดที่ถูกหล่อหลอมมาทำให้มุมมอง และความเข้าใจในแต่ละกลยุทธ์บางคนก็มีมุมมองแค่ตื้นๆ หรือเข้าใจเท่าที่ถูกป้อนมาจากตำราหรือสัมมนา ในขณะที่บางคนเข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งกว่า….ที่เรียกว่า “ต่อยอด” ได้ดีกว่า!
เมื่อผู้ที่จะใช้กลยุทธ์ (ไม่ว่าจะเป็นผู้นำองค์กร ผู้บริหารระดับสูง ฯลฯ) เข้าใจแตกต่างกันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ส่งผลกับความสำเร็จและความล้มเหลวได้ในระดับหนึ่งแล้ว…เท่านั้นยังไม่พอ…
2. การนำกลยุทธ์ไปสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจ ก็มักจะเป็นการ “ไม่ถ่ายทอด ไม่สื่อสาร” หรือ สื่อสารและถ่ายทอดอย่างไม่ค่อยชัดเจน ตัวแปรตรงจุดนี้เป็นข้อต่อแห่งความล้มเหลวหรือสำเร็จที่สำคัญอีกเช่นกันเป็นจุดอ่อนของหลายๆ องค์กร ที่เรียกว่า “กลยุทธ์เป็นเรื่องที่ผู้บริหารเท่านั้นที่…สนใจและเข้าใจ!”
3. สภาพแวดล้อมและสถานการณ์ของแต่ละองค์กร รวมทั้งเงื่อนของเวลาที่แตกต่างกัน เมื่อนำกลยุทธ์มาใช้โดยขาดการ “ปรับให้กลมกลืน” กับความแตกต่างทั้งหมด กลยุทธ์ที่น่าจะลื่นไหลก็กลายเป็นความขัดแย้งกับสถานการณ์จริง! (เช่น กลยุทธ์จากกรณีศึกษาในตำรับตำรา อาจได้ผลในสถานการณ์นั้น ช่วงเวลานั้น แต่เมื่อนำไปใช้อีกครั้ง…กลยุทธ์ที่เคยสำเร็จก็อาจล้มเหลวโดยสิ้นเชิง!)
ในประเด็นนี้เป็นจุดตายที่สำคัญ ที่ผู้ใช้กลยุทธ์ มักจะนำกลยุทธ์มาใช้โดย “ไม่ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความผันแปรและความแตกต่าง” ผลที่ได้รับจึงเป็นความล้มเหลวของกลยุทธ์ซะเป็นส่วนมาก
4. ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เป็นอีกหนึ่งตัวแปร ที่ทำให้การใช้กลยุทธ์ไม่ได้ผล…แต่นักกลยุทธ์ที่เชี่ยวชาญการใช้กลยุทธ์จะมีแผนสำรองหรือการปรับเปลี่ยนที่ฉับพลันในกรณีมีอุปสรรคจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ทำให้ปัญหาเรื่องนี้เป็นปัญหาดูเหมือนจะน่ากลัวแต่ก็สามารถรับมือและแก้ไขได้…แต่ไม่ใช่ทุกคน!
จากตัวอย่างแค่ 4 สาเหตุคงจะทำให้ท่านเห็นภาพ ความแตกต่างระหว่าง “นัก (อ่าน)-(เรียนรู้) กลลุทธ์” กับ “นักกลยุทธ์ที่แท้จริง” ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะว่าไปแล้วยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกพอสมควร แต่ไม่จำเป็นต้องมาลงทั้งหมดให้สิ้นเปลืองหน้ากระดาษเปล่าๆ เพียงแต่ให้ท่านที่ต้องการเป็น นักกลยุทธ์ และต้องการใช้กลยุทธ์ให้สำเร็จมากกว่าล้มเหลว เข้าใจ 4 สาเหตุข้างต้นก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ถูกต้อง…
มีประเด็นทิ้งท้ายไว้ให้คิดอีกสักนิด….ไม่มีใครที่สามารถใช้กลยุทธ์ได้ประสบความสำเร็จตลอดเวลา และทุกกลยุทธ์ แต่มีนักกลยุทธ์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น..ที่จะรู้จักเปลี่ยนความผิดพลาด และความล้มเหลว ไปสู่กลยุทธ์ใหม่ๆ ให้เฉียบขาดยิ่งขึ้น
เรื่อง : ธีรพล แซ่ตั้ง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *