กระโดดด้วย ‘นวัตกรรม’

กระโดดด้วย “นวัตกรรม”
ทุกวันนี้ อะไรๆ ก็..นวัตกรรม! หลายๆ ธุรกิจต่างก็พยายาม คิดและค้นพบ เพราะเชื่อว่าการคิดและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ นับเป็นทางรอดและทางรุ่งเรืองทั้งพลิกจากบริษัทธรรมดาๆ ให้เป็นบริษัทที่โดดเด่น ที่มีตัวอย่างให้เห็นมากมายทั้งบริษัทระดับโลก หรือระดับท้องถิ่น

การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่โดดเด่นจะช่วยให้ธุรกิจ ก้าวกระโดดทั้งในเรื่อง รายได้และภาพลักษณ์ของธุรกิจ แต่จำนวนมากของหลายๆ องค์กรต้องสะดุดหัวทิ่มก็เพราะคำว่า “นวัตกรรม ทำพิษ” เช่นเดียวกัน

ตัวอย่างของนวัตกรรมทำพิษ ที่ทำลายธุรกิจไปได้อย่างที่คาดไม่ถึงจะมีลักษณะเช่นนี้ครับ

1. นวัตกรรมใหม่ที่คิดขึ้นมาเป็นสิ่งที่โดดเด่น และ แตกต่างก็จริง…แต่ไม่สามารถตอบสนองการใช้งานจริงได้ เมื่อผลิตออกมาและวางจำหน่าย ลองคิดดูสิครับว่า เคยมีสินค้าอะไรบ้างที่ท่านเคยได้เห็น ได้ยิน ได้รับรู้ผ่านสื่อต่างๆ ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ แต่ออกสู่ตลาดไม่ทันไรก็ม้วนเสื่อกลับไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ

2. นวัตกรรมใหม่ที่คิดขึ้นมา แต่ไม่ตรงความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในปัจจุบัน โดยอาจเหมาะสมกับพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า เรียกว่า นวัตกรรมมาเร็วเกินไป ทำให้ลูกค้ามองไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องใช้ เพราะสินค้า-บริการอื่นๆ ที่มีอยู่ปัจจุบัน ก็สามารถตอบสนองความต้องการที่เพียงพอเกินความจำเป็นอยู่แล้ว

3. นวัตกรรมใหม่ที่คิดขึ้นมา เมื่อนำออกสู่ตลาด ราคากลับสูงหรือแพงแบบไม่สมเหตุสมผลจะเป็นด้วยวิธีคิดที่ต้องการถอนทุนคืนเนื่องจากลงทุนคิดค้นคว้าไปมาก หรือด้วยความโลภที่ต้องการกำไรมากๆ เมื่อนำสินค้าหรือบริการออกสู่ตลาดก็สร้างราคาที่สูงแบบไม่ค่อยมีเหตุผล มันก็เลยไม่มีเหตุผลที่ลูกค้าจะต้องจ่ายเพื่อใช้สินค้า-บริการที่มีนวัตกรรมใหม่ประเภทนี้

4. นวัตกรรมใหม่ที่คิดขึ้นมา เป็นแค่นวัตกรรมแต่เปลือกนอก แต่ไม่มีอะไรใหม่หรือเป็นการสรรค์สร้างที่แท้จริง เมื่อลูกค้าหลวมตัวซื้อไปทดลองใช้แล้วก็เกิดความผิดหวัง แล้วช่วยกันทำลายสินค้า-บริการชนิดนั้นด้วยการบอกแบบปากต่อปาก และบอกได้รวดเร็วผ่านการ chat ในโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. นวัตกรรมใหม่ แต่เป็นการลอกเลียนแบบคู่แข่งแบบโคลนนิงเหมือนกันอย่างกับแกะแต่มาเปลี่ยนชื่อเท่านั้น ประเภทนี้อาจจะขายได้สักระยะถ้าราคาต่ำกว่า และคุณภาพดีกว่า แต่ระยะยาวแล้วก็ไม่ได้ดิบได้ดีอะไร เพราะตราบใดที่ยังถนัดโคลนนิงไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีทางที่จะโดดเด่นและประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

ทั้ง 5 ประเด็น เป็นตัวอย่างที่ทำให้หลายธุรกิจที่ต้องการก้าวกระโดด มักจะสะดุดหัวทิ่ม เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการเตรียมการก้าวกระโดดอย่างถูกต้องสำหรับธุรกิจที่ต้องการใช้ นวัตกรรม เป็นสปริงบอร์ด สิ่งที่ควรทำคือ…

1. ยืนยันถึงความจำเป็นที่บริษัทของท่านจำเป็นต้องมีนวัตกรรม ในประเด็นนี้ท่านต้องไม่หยุดนิ่งที่จะ คิด เพื่อค้นพบหนทางและวิธีการที่ถูกต้อง เพราะถ้าหยุดคิด ก็เริ่มถดถอยทันทีในโลกทุกวันนี้

2. นวัตกรรมที่คิด ต้องผ่านการคิด การทำการบ้าน การศึกษาวิเคราะห์ จะมีโอกาสโชคดีอย่างโซนี่ในอดีตที่คิดและสร้าง วอล์คแมน โดยเริ่มต้นจากความบังเอิญได้อีกกี่ครั้ง? เพราะฉะนั้นต้องทำการบ้านอย่างมาก เพื่อให้นวัตกรรมที่คิด ตอบสนองความต้องการที่ถูกที่ ถูกเวลา ในราคาที่เหมาะสมและใช้งานหรือง่ายในการบริโภค เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในกับดัก นวัตกรรมทำพิษ

3. นวัตกรรมไม่ใช่แค่สินค้าหรือบริการเท่านั้น หมายความว่า ต้องไม่ยึดติดว่า การมีนวัตกรรมใหม่ของธุรกิจท่าน คือการคิดและสร้างสินค้า-บริการใหม่ๆ ออกมาเท่านั้น เพราะจริงๆ แล้ว การปรับเปลี่ยนช่องทางการขาย การทำตลาดรูปแบบใหม่ๆ ที่โดดเด่น โดนใจกลุ่มเป้าหมาย การเพิ่มศักยภาพของทีมงานขาย ทีมงานบริการด้วยรูปแบบการขายและรูปแบบการบริการแบบใหม่ๆ ที่โดนใจลูกค้า ก็ล้วนเป็นนวัตกรรมใหม่เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ถ้าต้องการจะให้ธุรกิจก้าวกระโดดอย่างแท้จริง ท่านอาจจะใช้ความพยายามใดยการสร้าง สินค้า-บริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ก็ได้ซึ่งอาจต้องใช้ทั้งเวลา ทั้งงบประมาณ และมีความเสี่ยงสูงเพราะไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่า สินค้า-บริการใหม่ จะรุ่งหรือจะร่วง หรืออีกทางเลือกหนึ่ง เริ่มต้นก้าวกระโดดโดยใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ที่ไม่จำเป็นต้อง สร้างสินค้า-บริการรูปแบบใหม่ๆ ใช้สินค้าเดิม บริการเดิม แต่เปลี่ยนรูปแบบ ทางการขาย (เปลี่ยน -ปรับ -ลด-เพิ่ม ช่องทางการขายที่คู่แข่งยังไม่เคยทำหรือยังไม่เคยมีใครเริ่ม) ใช้กลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ๆ ไปพร้อมกับ การเพิ่มและสร้างศักยภาพใหม่ให้ทีมงาน “โดดเด่น แตกต่าง และ โดนใจ” ลูกค้า… ท่านอาจจะ คิด-ค้นพบ นวัตกรรมใหม่ๆ โดยใช้เวลาและงบประมาณที่น้อยนิดแต่ได้ผลลัพธ์มหาศาลก็ได้…ลองเริ่มดูสิครับ

เรียบเรียงโดย : เรวัต ตันตยานนท์

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *