กระแสการดื่มกาแฟ ค่านิยม หรือกาเฟอีน?

กระแสการดื่มกาแฟ ค่านิยม หรือกาเฟอีน?
มองมุมใหม่ : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2550
สัปดาห์นี้ยังคงวนเวียนอยู่กับเนื้อหาจากหนังสือชื่อ Microtrends ของ Mark J. Penn ที่เขาศึกษาข้อมูล สถิติ และตัวเลขต่างๆ เพื่อจับเทรนด์ แนวโน้ม หรือกระแสต่างๆ ที่กำลังหรือได้เกิดขึ้น โดยแนวโน้มเหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นแนวโน้มใหญ่โต แต่น่าสนใจและผมคิดว่าหลายๆ เรื่องก็เกิดขึ้นในเมืองไทยเช่นเดียวกับต่างประเทศ โดยสัปดาห์นี้เรามาดูกันในเรื่องของ การดื่มกาแฟ กันดีกว่าครับ
ท่านผู้อ่านอาจจะสังเกตนะครับว่า ปัจจุบันดูเหมือนว่าแนวโน้มการดื่มกาแฟในกรุงเทพฯ จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็เป็นแนวโน้มเดียวกับที่อเมริกาเช่นเดียวกัน โดยของอเมริกานั้นเขามีตัวเลขหรือสถิติมายืนยันเลยครับ เช่น ในปีนี้ (2007) คนอเมริกากว่าหกในสิบที่ดื่มกาแฟอย่างน้อยวันละหนึ่งแก้ว ซึ่งเมื่อสามปีที่แล้วยังเป็นเพียงแค่สามในสิบเท่านั้นเอง หรือคนทำงานในอเมริกาหนึ่งในสี่จะดื่มกาแฟวันละหนึ่งแก้วมากขึ้นจากเมื่อสี่ปีที่แล้วที่ดื่มกันเพียงแค่หนึ่งในหก แล้วยิ่งเมื่อพิจารณาดูการเติบโตของร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Starbucks ก็จะพบว่ามีการเติบโตของทั้งรายได้ และจำนวนสาขาเป็นปรากฏการณ์เลยครับ
หันกลับมาดูในเมืองไทยบ้าง ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เห็นตัวเลขการดื่มกาแฟในบ้านเรา แต่เชื่อว่าแนวโน้มความนิยมในการดื่มกาแฟที่เพิ่มมากขึ้น ก็ไม่น่าจะต่างจากอเมริกาเท่าไรนะครับ สังเกตจากร้านกาแฟนานาสัญชาติที่เปิดอยู่ทั่วทุกมุมเมืองเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นในห้างสรรพสินค้า ในอาคารสำนักงาน ตามสถานีรถไฟฟ้า ตามถนน ตรอกซอกซอยต่างๆ หรือแม้กระทั่งตามสถานีบริการน้ำมันตามเส้นทางสำคัญ เราจะเจอร้านกาแฟอยู่ตลอด
หรือเมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมของคนรอบข้างแล้วก็ชัดเจนมากเลยครับ ภรรยาผมต้องดื่มกาแฟอย่างน้อยวันละแก้วก่อนเที่ยง มิฉะนั้น จะรู้สึกใจสั่นแล้วไม่มีเรี่ยวแรงทำอะไรไปทั้งวัน (แต่ถ้าดื่มหลังเที่ยงจะนอนไม่หลับ?) ครอบครัวคนรู้จักหลายคนก็ซื้อเครื่องชงกาแฟกันอย่างเป็นเรื่องราว (ซื้อแล้วชงด้วยนะครับ ไม่ใช่ซื้อมาประดับบ้านเฉยๆ) หรือญาติคนหนึ่งก็ติดกาแฟมาก เจอทีไรต้องถือแก้วหรือกระติกใส่กาแฟตลอด ขนาดไปต่างจังหวัด ยังต้องซื้อกาแฟใส่ถุงแพ็คขึ้นเครื่องไปด้วย เนื่องจากเกรงไม่มีกาแฟดื่ม (ปรากฏว่าถุงแตกเลอะเสื้อผ้าหมด)
ความน่าสนใจคือทำไมเราถึงนิยมดื่มกาแฟมากขึ้น? ใช่เป็นเพราะค่านิยม หรือเป็นเพราะมีร้านกาแฟดีๆ เปิดมากขึ้น หรือเป็นเพราะเราเสพติดต่อสารกาเฟอีนในกาแฟ? ผมเองยังไม่เห็นผลการสำรวจเรื่องนี้ในเมืองไทยอย่างเป็นเรื่องราวนะครับ แต่ในอเมริกานั้นเขาพบว่ากระแสการดื่มที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่ได้มีในเฉพาะกาแฟอย่างเดียวครับ แต่พวกเครื่องดื่มผสมกาเฟอีนทั้งหลายก็มีแนวโน้มความนิยมในการดื่มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันครับ โดยเฉพาะเครื่องดื่มให้พลังงาน อย่างเช่น Red Bull ซึ่งถือเป็นเครื่องดื่มที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของอเมริกา
โดยในอเมริกานั้นเขาวิเคราะห์ถึงกระแสความตื่นตัวในเครื่องดื่มผสมกาเฟอีนทั้งหลายนั้น มาจากสภาวะแวดล้อมทั้งในการเรียน และการทำงานที่หนักและกดดันมากขึ้น ทำให้ชาวอเมริกาทั้งหลาย ต้องหาเครื่องมือ ที่จะช่วยกระตุ้นให้กระปรี้กระเปร่าตลอดวัน
พอกลับมาดูในเมืองไทย ผมเชื่อว่า สาเหตุความตื่นตัวในการดื่มกาแฟก็น่าจะคล้ายๆ กันนะครับ ที่ชีวิตเราต้องเร่งรีบและแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การเสพกาเฟอีนเข้าไป ก็เพื่อที่จะช่วยให้เราคงความกระตือรือร้น กระปรี้กระเปร่าได้ทั้งวัน ผมเองสังเกตเห็นคนรอบๆ ตัวหลายคน ที่มีสภาพเหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมออก ถ้าในวันนั้นไม่ได้ดื่มกาแฟเข้าไป
นอกจากเพื่อให้เกิดความคึกคักแจ่มใสแล้ว ผมเชื่อว่าในเมืองไทยนั้นค่านิยมก็เป็นเรื่องสำคัญครับ การเข้าไปสั่งกาแฟเก๋ๆ ในร้านกาแฟเท่ๆ ก็ถือเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง (ถึงแม้ราคากาแฟแก้วหนึ่งนั้นจะพอๆ กับค่าอาหารของคนธรรมดาๆ ในหนึ่งวัน) ยิ่งสมัยนี้เป็นยุคของ DIY (Do-It-Yourself) กันมากขึ้น หลายบ้านก็จะมีเครื่องชงกาแฟชั้นเลิศอยู่ในห้องครัว ที่พร้อมจะชงกาแฟคุณภาพดีออกมาดื่มเอง หรือรับรองผู้อื่นเมื่อมีแขกมาเยือน
จากกระแสความตื่นตัวในเรื่องของการดื่มกาแฟในเมืองไทย ทำให้ตลาดและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ เติบโตกันอย่างมากมายครับ และมีอุตสาหกรรมหรือธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องที่พลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย เริ่มตั้งแต่ร้านขายกาแฟในรูปแบบและราคาต่างๆ ที่เปิดกันเป็นดอกเห็ดทั่วกรุงเทพฯ ทำให้ธุรกิจอื่นที่พอจะเกี่ยวข้องกับกาแฟ ก็ต้องพลอยเปิดร้านกาแฟด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร หรือ ร้านขายหนังสือ หรือร้านให้บริการอินเทอร์เน็ต ก็พลอยขายกาแฟชั้นดี ยังไม่นับพวกร้านเบเกอรี่ต่างๆ ที่ดูเหมือนจะมีความใกล้เคียงกับร้านกาแฟอยู่แล้ว
นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เกี่ยวกับกาแฟก็เติบโตไปด้วย ตั้งแต่เครื่องทำกาแฟหลากหลายรูปแบบ ถ้วย น้ำแข็ง หลอด รวมทั้งวัตถุดิบในการชงกาแฟ อย่างผงหรือเมล็ดกาแฟ ที่จากกระแสความเป็นโลกาภิวัตน์ ทำให้หลายๆ คนแสวงหากาแฟคุณภาพดีจากต่างประเทศมาดื่มกันเป็นประจำ
อย่างไรก็ดี การดื่มกาแฟนั้นก็คงต้องยึดหลักพอเพียงนะครับ มากเกินไปก็ไม่ดีครับ เนื่องจากหลักฐานทางการแพทย์ก็ชี้ชัดแล้วว่า ก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ปวดหัว โรคกระเพาะ และที่สำคัญคือการเพิ่มน้ำหนักโดยไม่รู้ตัวครับ โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มกาแฟผสมน้ำตาล ครีม หรือนมบ่อยๆ ซึ่งบางครั้งจะทำให้เราฟูพองโดยไม่รู้ตัวได้ครับ อย่างไรก็ดี ใช่ว่ากาแฟจะมีแต่ผลเสียนะครับ ด้านดีก็มีเหมือนกัน ตั้งแต่การลดโอกาสการเกิดอัลไซเมอร์ มะเร็งลำไส้ใหญ่
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า กาเฟอีนนั้นมีส่วนช่วยเพิ่มเซลล์สมอง ทำให้เพิ่มความจำและความสามารถในการเรียนรู้ รวมทั้งลดโอกาสผมน้อยในท่านสุภาพบุรุษ (แต่ต้องดื่มวันละ 60 แก้วต่อวันนะครับ)
สรุปว่าจะมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรก็ตาม ดูเหมือนคนไทย โดยเฉพาะคนในเมืองหลวงจะดื่มกาแฟกันมากขึ้นนะครับ ผลที่ชัดเจนคือธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็พลอยเติบโตไปด้วย

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *