กระเพาะปัสสาวะไวเกิน!! อาการเสี่ยง “โรคติดเชื้อ”

กระเพาะปัสสาวะไวเกิน!! อาการเสี่ยง “โรคติดเชื้อ”
• คุณภาพชีวิต
• เรื่องเด่น
แนะงดดื่มก่อนนอน-เลี่ยงยา-อาหารกระตุ้น

เคยนับหรือไม่ว่าใน 1 วัน คุณปัสสาวะกี่ครั้ง บ่อยเกินไปหรือไม่ เวลาปวดปัสสาวะรู้สึกกลั้นไม่ค่อยได้ใช่ไหม…?

ผู้ที่มีอาการปวดปัสสาวะบ่อยๆ ทุกชั่วโมง เวลาปวดจะรุนแรงมากจนต้องรีบเข้าห้องน้ำทันที หรือมักจะตื่นขึ้นมากลางดึกเกินกว่า 1 ครั้ง เพราะปวดปัสสาวะจนทนไม่ไหว เวลาทำงานต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อยมาก จนรู้สึกรำคาญ เวลาเดินทางไปไหนไกลๆ หรือรถติดบนท้องถนน ก็มักจะรู้สึกปวดปัสสาวะกลางทาง สร้างความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก

นพ.บุญเลิศ สุขวัฒนาสินิทธิ์ ศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายให้ฟังว่า อาการปัสสาวะบ่อยเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยปกติคนเราจะปัสสาวะ 1 – 2 ลิตรต่อวัน ครั้งหนึ่งประมาณ 200 – 300 ลูกบาศก์เซนติเมตร (CC) จึงเข้าห้องน้ำวันละประมาณ 6 – 7 ครั้ง

แต่ถ้าดื่มน้ำมาก การปัสสาวะจะมากกว่า 2 ลิตร โดยจะเข้าห้องน้ำ 8 – 9 ครั้งต่อวันได้ การปัสสาวะของคนเรานั้น จะปวดเมื่อมีปริมาตรมากกว่า 200 ซีซี จะอยากเข้าห้องน้ำเมื่อมีปริมาตร 300 ซีซี และปวด มากจนทนไม่ไหวเมื่อมีปริมาตร ประมาณ 400 ซีซี

แต่ถ้าใครเข้าห้องน้ำมากกว่าปกตินั้นคือจำนวนครั้งมาก ก็ต้องมาดูว่าปริมาณมากตามด้วยหรือไม่ ถ้ามากตามด้วยแสดงว่ามีการดื่มน้ำมากกว่าปกติในวันนั้น แสดงว่า การดื่มน้ำมากเป็นสาเหตุหนึ่งของการปัสสาวะบ่อย

รวมทั้งการปัสสาวะไม่หมด พอไม่หมดมีปัสสาวะค้าง ก็ต้องปัสสาวะซ้ำ จนบางครั้งปริมาณก็มากตามไปด้วย ในกรณีนี้อาจเกิดจากการมีก้อนเนื้อมาขวางทำให้ความจุของท่อปัสสาวะน้อยลง การปัสสาวะจึงมีจำนวนครั้งที่มากขึ้น รวมถึงมีอะไรไปอุดกั้น ทำให้แรงบีบกระเพาะปัสสาวะหมดแรงเสียก่อน เช่น ใน ผู้ชายสูงวัย จะมีต่อมลูกหมากโต แรงบีบจะสู้กับทางออกที่แคบลงไม่ได้

ส่วนผู้หญิงสูงวัยจะเกิดจากภาวะฮอร์โมนหมด ทำให้การยืดหยุ่นที่ท่อปัสสาวะน้อยลงเป็นก้อนที่ท่อปัสสาวะได้ ทำให้ทางออกแคบแรงบีบหมดแรงก่อนปัสสาวะจึงออกไม่หมด อีกทั้งท่อปัสสาวะตีบที่เกิดจากการติดเชื้อเรื้อรังหรือมีพังผืดเกาะที่ท่อปัสสาวะ

ภาวะของการตั้งครรภ์ก็มีผลเมื่อมดลูกโตขึ้นทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้นกว่าคนปกติ การทานยา บางประเภทก็มีส่วนทำให้ปัสสาวะบ่อยเช่นกัน อาทิ ยาลดความดันโลหิตสูง เพราะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ รวมไปถึงปัสสาวะเต็มจนล้น เป็นอาการที่เมื่อปริมาณปัสสาวะมีมากกว่า 400 ซีซี แต่ไม่เข้าห้องน้ำ พอเข้าแล้วก็รู้สึกว่ายังปวดอยู่อีก ยังออกไม่หมดทำให้ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย

อีกทั้ง เมื่อเลยการปวดปัสสาวะจัดๆ ไปแล้ว จะกลายเป็นว่าไม่ปวดหรือลืมไปเลยว่าปวดปัสสาวะ เนื่องจากกระเพาะ ปัสสาวะยืดมากจนเส้นประสาทรับรู้ช้าไปแล้ว จึงเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง คือ การอักเสบติดเชื้อ คือ การกลั้นปัสสาวะจนเกินความจุของกระเพาะปัสสาวะทำให้กระเพาะปัสสาวะยืดจนบาง แบคทีเรียที่อยู่ด้านในสามารถแบ่งตัวได้มากจนทำให้มีการติดเชื้อได้

“คนไข้ที่มาด้วยอาการปัสสาวะบ่อย หมอจำต้องวินิจฉัย และพิจารณาดูจำนวนครั้งและปริมาณในแต่ละครั้งของการปัสสาวะ พร้อมกับการซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยเฉพาะระบบประสาทและการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น เช่น การตรวจปัสสาวะ เพื่อตัดโรคอื่นๆ ที่อาจมีอาการและแสดงอาการคล้ายกันเสียก่อน ดังที่กล่าวมาเสียก่อน เมื่อได้ผลว่า จำนวนครั้งมากแต่ปริมาณน้อย โดยตัดโรคอื่นๆ ที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุออกไปแล้ว จะเรียกว่าเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน”

โรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน เป็นกลุ่มอาการของความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง เป็นภาวะที่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวมากเกินไป ทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ บางคนเป็นมากต้องปัสสาวะ 2 – 3 ครั้งต่อชั่วโมง

ยิ่งอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ จะปัสสาวะบ่อยมากขึ้น และรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างรุนแรง เวลาปวดจะกลั้นไม่ค่อยได้ต้อง รีบเข้าห้องน้ำอย่างเร่งด่วน รวมทั้ง ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะตอน กลางคืนบ่อยๆ จนรบกวนการนอนหลับ บางครั้งอาจมีปัสสาวะเล็ด หรืออาจมีอาการเจ็บท้องน้อยร่วมด้วย อาการจะคล้ายๆ กับเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบธรรมดา แต่จะเป็นค่อนข้างเรื้อรังเป็นเวลานาน

สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากระบบประสาท ที่บริเวณกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้อ บีบตัวบ่อยและไวกว่ากำหนด โดยที่ยังมีปริมาณปัสสาวะไม่มาก พอที่จะทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะ

“เป็นโรคที่ไม่มีอันตราย ไม่ลุกลาม แต่มีภาวะแทรกซ้อนจากพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำได้ โดยเฉพาะกับผู้หญิง เพราะผู้หญิงบางคน เมื่อเข้าห้องน้ำบ่อยก็ต้องล้าง ต้องเช็ดทำความสะอาดบ่อย อาจมีปัญหาในเรื่องความอับชื้น กลิ่นอับเหม็นและมีเชื้อราตามมาได้ รวมทั้ง อาจเกิดอาการบวมของท่อปัสสาวะขึ้นได้ เพราะโดยปกติท่อปัสสาวะคนเราจะเรียบเมื่อมีการเช็ด ล้าง ทำความสะอาดบ่อยๆ อาจทำให้ผนังไม่เรียบ มีอาการบวม มีการตกค้างเกิดขึ้นตามร่องที่ไม่เรียบได้ และเป็นที่มาของการอักเสบติดเชื้อตามมา แต่พบได้ไม่บ่อยครั้งนัก

แม้จะเป็นโรคที่ไม่อันตราย แต่ส่งผลกระทบกับคุณภาพชีวิตโดยรวม เพราะอาการที่เป็นจะเป็นมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละคน โดยจะมีปัญหาเวลาที่ต้องอยู่ในรถที่ติดขัดทำให้เกิดความรำคาญ มีผลต่อความสะอาดของบริเวณช่องคลอด และขาหนีบ ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ ไม่กล้าเข้าสังคมจึงทำให้จะไม่อยากไปไหน เนื่องจากไม่มั่นใจว่าจะมีห้องน้ำอยู่ใกล้ๆ บริเวณที่จะไปหรือเปล่า”

เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ดังนั้น การรักษาจึงใช้แนวทางรักษาหลายชนิดมาผสมผสานกัน นั่นคือ รักษาภาวะหรือโรคที่มีผลก่อให้เกิดปัญหากระเพาะปัสสาวะไวเกิน ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การงดดื่มน้ำก่อนนอน หลีกเลี่ยงยา หรืออาหารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการขับปัสสาวะ เช่น ยาขับปัสสาวะ น้ำชา กาแฟ การจัดที่นอนใหม่ให้เข้าห้องน้ำได้สะดวกขึ้น

รวมทั้ง การฝึกกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นหนึ่งในพฤติกรรมบำบัด เป็นการฝึกควบคุมระบบประสาท ที่ควบคุมการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้สมองส่วนกลางส่งสัญญาณมายับยั้งวงจรการปัสสาวะ โดยการฝึกปัสสาวะให้เป็นเวลาและเพิ่มช่วงเวลาการ ถ่ายปัสสาวะให้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น จากเดิมต้องเข้าทุกๆ 1 ชั่วโมงให้เพิ่มเป็น 1 ชั่วโมง ครึ่ง และเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมง ตามลำดับ เป็นการฝึกให้กระเพาะ ปัสสาวะ เก็บปัสสาวะให้มากพอ โดยไม่มีอาการบีบตัวไวกว่าปกติ อีกทั้ง หลักการเบี่ยงเบนความสนใจ ด้วยการขมิบช่องคลอดร่วมด้วย ซึ่งจะลดอาการอยากปัสสาวะลง

ภาวะกระเพาะปัสสาวะไวเกิน ถึงแม้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็ทำให้คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมาก มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในหลายๆ ด้าน จึงจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญและให้การดูและรักษาอย่างจริงจัง เพื่อให้หายหรือบรรเทาจากภาวะดังกล่าว สู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *